thansettakij
thansettakij
เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ ดันไทยฐานลงทุนโลก รับคลื่นย้ายโรงงานรอบใหม่

เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ ดันไทยฐานลงทุนโลก รับคลื่นย้ายโรงงานรอบใหม่

10 ก.ค. 69 | 13:32 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 69 | 13:35 น.

วิกฤตโลกพลิกเกมลงทุน ไทยเร่งชิงฐานผลิตใหม่ หนุนเศรษฐกิจโต กนอ.เปิดเกมใหญ่ ปั้นนิคมอุตสาหกรรมสู่ฮับลงทุนโลก ธนาคารโลกชี้ Green-AI คือคำตอบ

KEY

POINTS

  • กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรับมือกับมาตรการการค้าโลกใหม่
  • ออกมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2 หมื่นล้านบาท และใช้ Regulatory Guillotine เพื่อลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกการลงทุน
  • ชูนิคมอุตสาหกรรมของ กนอ. เป็น "พื้นที่ปลอดภัยทางการลงทุน" (Safe Zone) โดยใช้จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งและความเป็นกลางของไทย เพื่อดึงดูดการย้ายฐานการผลิต

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในงาน“I-EA-T Fair 2026” ภายใต้แนวคิด “One Mind, One I-EA-T Powering Global Industry” เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญภาวะ Poly Crises หรือวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งความขัดแย้งทาง

ภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างมหาอำนาจ ความผันผวนของพลังงาน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังกดดันห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิตทั่วโลก 

สำหรับประเทศไทยซึ่งยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบจำนวนมาก ความผันผวนดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันมาตรการการค้าใหม่ของโลก เช่น กลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และกฎระเบียบด้านความยั่งยืนของสหภาพยุโรป (EUDR) กำลังเปลี่ยนความยั่งยืนจากทางเลือก เป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาดโลก

เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อุตฯสีเขียว

กระทรวงฯจึงเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคการผลิตสู่อุตสาหกรรมสีเขียว และอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยได้จัดวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 20,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดการใช้พลังงาน และก้าวสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียวได้เร็วขึ้น

รวมถึงยังมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ และปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้วิสัยทัศน์ AI²  หรือ AI ยกกำลังสองด้วยการผสานพลังระหว่าง Artificial Intelligence และ Agriculture Industry หรืออุตสาหกรรมเกษตร เพื่อยกระดับภาคเกษตรแปรรูปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มสูง รวมถึงเร่งลดขั้นตอนขออนุญาต ปลดล็อกกฎระเบียบ และอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ ผ่านมาตรการ Regulatory Guillotine ดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก 

เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ ดันไทยฐานลงทุนโลก รับคลื่นย้ายโรงงานรอบใหม่

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะมีบทบาทสำคัญในการเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางการลงทุนหรือ Safe Zone สำหรับนักลงทุนทั่วโลก โดยปัจจุบัน กนอ. ดูแลนิคมอุตสาหกรรม 69 แห่ง และท่าเรืออุตสาหกรรม 1 แห่ง ครอบคลุม 18 จังหวัด รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานมาตรฐานสากล เขตปลอดอากร และสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ

“ในช่วงที่หลายบริษัทกำลังทบทวนห่วงโซ่อุปทานและมองหาฐานการผลิตใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยมีจุดแข็งจากทำเลยุทธศาสตร์ ความเป็นกลาง และระบบนิคมอุตสาหกรรมที่พร้อมรองรับการลงทุนระดับโลก ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงเม็ดเงินลงทุนและเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ประเทศ”

นางเมลินดา กู๊ด (Ms. Melinda Good) ผู้อำนวยการธนาคารโลก ประจำประเทศไทยและเมียนมา (Division Director, World Bank Thailand and Myanmar) กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก ทุกประเทศกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านใหญ่ 4 มิติ ได้แก่ ดิจิทัล พลังงาน สภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากร

ส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนต่ำอีกต่อไป แต่วัดกันที่ความพร้อมในการปรับตัวและยืดหยุ่นต่อแรงกระแทก (Readiness & Resilience) โดยทุนระดับโลกจะเลือกปฏิบัติตามความพร้อมด้านกำลังคน (Talent) โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด และความยั่งยืน 

ซึ่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition) ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง โดยธนาคารโลกมีความเห็นสอดคล้องกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่า คน คือศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่าน โดยแรงงานแห่งอนาคตต้องสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันเร่งพัฒนาทักษะแรงงาน

รวมถึงแสดงความมั่นใจในศักยภาพของไทยที่มีรากฐานแข็งแกร่ง ทั้งทำเลที่ตั้งยุทธศาสตร์ และฐานอุตสาหกรรมที่หลากหลาย โดยมองว่าความสำเร็จในทศวรรษหน้าจะวัดที่ คุณภาพของการเติบโตที่กระจายประโยชน์สู่สังคมอย่างทั่วถึง ซึ่งประเทศที่สามารถหลอมรวมขีดความสามารถ ความยั่งยืน นวัตกรรม และทุนมนุษย์เข้าด้วยกันได้ จะเป็นผู้ชนะในอนาคต และเชื่อมั่นว่าประเทศไทยพร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อย่างแน่นอน

สร้างพื้นที่ระดับสากล

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่า กนอ. กล่าวว่า I-EA-T Fair 2026 ถือเป็นพื้นที่ระดับสากลและก้าวสำคัญของภาคอุตสาหกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม และพันธมิตรระดับนานาชาติ ได้นำเสนอศักยภาพความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมไทยในการรองรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ ดันไทยฐานลงทุนโลก รับคลื่นย้ายโรงงานรอบใหม่

 

โดย กนอ. มุ่งปรับบทบาทจากผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจคุณภาพสูงที่เป็นศูนย์กลางการผลิต การลงทุน และการพัฒนาเทคโนโลยี พร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขยายเครือข่ายธุรกิจ และสร้าง Business Ecosystem ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ผ่านการลดข้อจำกัดทางกฎหมาย ยกระดับระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ และการบริหารจัดการด้วยระบบดิจิทัลขั้นสูง ตลอดจนการยกระดับมาตรฐาน ESG และ Green Supply Chain