
“รถไฟสายสีแดง” ทุบสถิติผู้ใช้บริการพุ่ง 3.5 หมื่นคน รับนโยบาย 20 บาทตลอดสาย
“รถไฟสายสีแดง” เปิดสถิติผู้ใช้บริการพุ่ง 3.5 หมื่นคน หลังดันนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย พบยอดผู้ใช้บริการสถานีกลางบางซื่อ แตะ 9.4 พันคน
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า หลังจากรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ขานรับนโยบาย Quick Win ของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม ดำเนินนโยบายอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ในระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 2 เส้นทาง ได้แก่ สายธานีรัถยา ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ - สถานีรังสิต และสายนครวิถี ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีตลิ่งชัน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในปัจจุบัน รวมถึงสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้บริการสาธารณะมากยิ่งขึ้นนั้น
ทั้งนี้พบว่าตั้งแต่เริ่มนโยบายดังกล่าวมาเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน มีปริมาณผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถทำสถิติผู้ใช้บริการสูงสุด (New High) ได้อีกครั้ง เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้บริการอยู่ที่ 35,352 คน โดยสถานีที่มีผู้ใช้บริการสูงสุด คือ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ มีจำนวนผู้ใช้บริการอยู่ที่ 9,458 คน
นอกจากนี้ในช่วงวันที่ 2 - 10 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการจัดงานเกษตรแฟร์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยังเตรียมความพร้อมในด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้า เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มมากขึ้น โดยผู้ใช้บริการที่จะเดินทางไปที่เที่ยวในงานเกษตรแฟร์ สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้อย่างสะดวก โดยลงที่สถานีบางเขน และเลือกใช้ทางออกที่ 7 หรือ 8 โดยบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้โดยสารจะให้ความไว้วางใจเดินทางด้วยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จนสามารถทำสถิติผู้ใช้บริการสูงสุด (New High) ได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามนอกจากการให้บริการเดินรถไฟฟ้า บริษัทฯยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองได้อย่างยั่งยืน






