
ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 263 จุด ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับข่าวดีสหรัฐฯ-อิหร่าน
ดาวโจนส์ปิดตลาดนิวไฮอีกครั้ง ขึ้นไปแตะระดับ 54,349.12 จุด รับข่าวดีสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่หุ้น AI สะดุดหนัก หุ้นเทคโนโลยีเริ่มแผ่ว SpaceX-AMD ฉุด Nasdaq ดิ่ง
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 263.24 จุด หรือ +0.49%
- ปัจจัยบวกมาจากการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้า โดยเฉพาะประเด็นการรับประกันความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ
- ความคืบหน้าดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันชะลอตัวลง ช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ (5 ส.ค.) ขานรับสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 5 วันทำการ เนื่องจากการร่วงลงของหุ้น SpaceX และ AMD หลังจากทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 54,349.12 จุด เพิ่มขึ้น 263.24 จุด หรือ +0.49%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,723.55 จุด ลดลง 12.97 จุด หรือ -0.17%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,363.44 จุด ลดลง 221.55 จุด หรือ -0.83%
ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ยังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
อิหร่าน-โอมานคืบหน้าการเจรจา
โดยล่าสุด เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านและโอมานมีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อจัดตั้งเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่ปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกำลังจัดทำแถลงการณ์ร่วมเพื่อสรุปประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน โดยมีเงื่อนไขว่าบุคคลที่สามบางฝ่ายจะต้องไม่เข้ามาขัดขวางกระบวนการดังกล่าว
ขณะที่สื่อรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านและเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาค 2 รายว่า ข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับโอมานนั้น จะมอบสิทธิ์ให้อิหร่านในการควบคุมเรือที่เดินทางเข้าสู่อ่าวอาหรับผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนับเป็นการยินยอมผ่อนปรนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งต่ออิหร่าน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือ ขณะที่การหารือกับอิหร่านเป็นไปอย่างดีมาก แต่ก็ย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯจะตอบโต้หากการเจรจาล้มเหลว
สัญญาณความคืบหน้าดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันชะลอตัวลง ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ซึ่งล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 54.9% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ลดลงจากระดับ 58.3% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มใน S&P500 ปิดแดนบวก
หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 1.54% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์พุ่งขึ้น 1.34% ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารและกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.4% และ 2.03%
หุ้น SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทด้านอวกาศของอีลอน มัสก์ ร่วงลง 13.6% โดยแม้ว่าบริษัทเปิดเผยกำไรและรายได้ที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2/2569 จากธุรกิจสื่อสารผ่านดาวเทียม Starlink และธุรกิจ AI ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับระยะเวลาที่บริษัทจะสามารถแบกรับภาระการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น ศูนย์ข้อมูล
อีกทั้ง นักลงทุนยังกังวลว่า หุ้น SpaceX อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการสิ้นสุดระยะห้ามขายหุ้นหลัง IPO (lock-up period) ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 6 ส.ค. 69
บริษัท Advanced Micro Devices (AMD) เผยตัวคาดการณ์รายได้รายไตรมาสสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ด้าน AI ที่แข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้น AMD ปิดตลาดร่วงลง 7% เนื่องจากนักลงทุนต้องการเห็นหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้นว่าการที่บริษัททุ่มเงินลงทุนจำนวนมากใน AI จะให้ผลตอบแทนที่เติบโตรวดเร็วขึ้นจริงหรือไม่
หุ้น Amgen ซึ่งเป็นผู้ผลิตยารายใหญ่ พุ่งขึ้น 4.6% และเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์ หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายในไตรมาส 2/2569 เติบโตขึ้น 9%
ขณะที่หุ้นบริษัทคู่แข่งอย่าง Eli Lilly ดีดตัวขึ้น 4.9% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ตลอดปีงบการเงิน 2569 ซึ่งการพุ่งขึ้นของหุ้น Eli Lilly เป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ในดัชนี S&P500
หุ้น Disney ปรับตัวขึ้น 3.6% และเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์เช่นกัน หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรที่แข็งแกร่งเกินคาด
จ้างงานเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มเพียง 44,000 ตำแหน่ง
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ระบุว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 44,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 75,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย.
สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.1 จุด สู่ระดับ 54.1 ในเดือนก.ค. แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 54.5 จากระดับ 54.0 ในเดือนมิ.ย. โดยดัชนียังคงปรับตัวเหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวของภาคบริการ
นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ (7 ส.ค.)
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนก.ค.







