thansettakij
thansettakij
“ดีพร้อม” ลุยต่อยอด ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นเพิ่มมูลค่า ศก.11จังหวัด

“ดีพร้อม” ลุยต่อยอด ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นเพิ่มมูลค่า ศก.11จังหวัด

22 พ.ย. 66 | 04:29 น.
อัปเดตล่าสุด :22 พ.ย. 66 | 04:29 น.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 ตุลาคม 2566 มีมติเห็นชอบให้นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมคนใหม่ (รอโปรดเกล้าฯ)

แม้ขณะนี้จะอยู่ระหว่างรักษาการอธิบดีฯ แต่ภาสกรก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่แล้ว ล่าสุดได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานกับนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หารือกับนายคิชิโมโตะ ชูเฮ ผู้ว่าราชการจังหวัดวากายามะ ประเทศญี่ปุ่น ในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอีของทั้งสองประเทศ ซึ่ง “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์นายภาสกร ชัยรัตน์ เกี่ยวกับรายละเอียดความร่วมมือในครั้งนี้

ยกระดับอุตสาหกรรม SMEs

นายภาสกร กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะครอบคลุมเรื่องการพัฒนา และยกระดับภาคอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอี (SMEs) ของไทยกับ จ.วากายามะ ของประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่แต่ละฝ่ายมีความเชี่ยวชาญและมีความสนใจร่วมกัน เช่น อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรม BCG โดยจะเน้นการดำเนินงานในรูปแบบความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นในลักษณะ Local-to-Local ผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (ดีพร้อมเซ็นเตอร์) ทั้ง 11 แห่ง ที่กระจายอยู่ใน 11 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานในภูมิภาคของดีพร้อม

“ดีพร้อม” ลุยต่อยอด ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นเพิ่มมูลค่า ศก.11จังหวัด

ส่วนกลไกการดำเนินงานและประสานความร่วมมือ จะเป็นการจัดกิจกรรมร่วมกัน เช่น การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ,งานนิทรรศการแสดงสินค้า และงานประชุมสัมมนาเพื่อสร้างเสริมองค์ความรู้หรือพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงที่จำเป็นเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของไทย เช่น Factory Automation (FA) และ Robotics เป็นต้น

“ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมโดย ดีพร้อม เคยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตมาแล้ว เช่น หลักสูตร Lean Automation System Integrator (LASI) หลักสูตร Smart Monozukuri Support Team และหลักสูตร Lean IoT Plant Management and Execution (LIPE) โดยดีพร้อมได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้และหลักสูตรดังกล่าวแก่ผู้ประกอบการและบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมไทยแล้วกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ”

สร้างมูลค่า ศก.ปี 67 กว่า 200 ล้าน

นายภาสกร กล่าวอีกว่า ดีพร้อมจะทำหน้าที่ช่วยประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานจากประเทศญี่ปุ่น(ไม่ใช่แค่เพียง จ.วากายามะ) ในการดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่จะเอื้อต่อการพัฒนาและยกระดับภาคอุตสาหกรรมและ SMEs ของทั้งสองประเทศ เช่น การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการและเชื่อมโยงธุรกิจ การเจรจาจับคู่ธุรกิจที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เป็นประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรมทั้งสองฝ่าย โดยคาดว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดจากการจัดโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและจังหวัดวากายามะ ของญี่ปุ่นในปีงบประมาณ 67 จะไม่ตํ่ากว่า 200 ล้านบาท

“ดีพร้อม” ลุยต่อยอด ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นเพิ่มมูลค่า ศก.11จังหวัด

“ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากของทั้งสองประเทศไปพร้อมๆ กัน เช่นตัวอย่างความสำเร็จของการจัดงานนิทรรศการเครื่องเขินไทย- ญี่ปุ่น (Kishu Lacquerware) ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดเชื่อมโยงของทั้งสองวัฒนธรรมที่โดดเด่น อีกทั้งสามารถกระตุ้นความสนใจของผู้คนในพื้นที่และเศรษฐกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี”

เน้นทำงานร่วมกันระดับท้องถิ่น

ที่ผ่านมาจากการทำความตกลงและร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจกับหลายหน่วยงานจากญี่ปุ่น ทั้งรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น และหน่วยงานเอกชนพบว่า การติดต่อประสานงานระหว่างกันเป็นไปได้สะดวกขึ้น สนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานร่วมกันในมิติต่าง ๆ ทั้งในด้านการจัดกิจกรรม การแลกเปลี่ยนบุคลากร และการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาและเชื่อมโยงเครือข่ายในภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ SMEs ไทย- ญี่ปุ่น ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นมีทั้งในรูปแบบตัวเงินจากการร่วมเป็นคู่ค้าและหุ้นส่วนทางธุรกิจ และไม่ใช่ตัวเงินจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดกับการดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่รู้จบ โดยระยะ 4 ปีที่ผ่านสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยได้ไม่ตํ่ากว่า 1,000 ล้านบาท

ส่วนแผนในระยะต่อไปนั้น จะมุ่งเน้นการดำเนินงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นในลักษณะ Local-to-Local ให้มากขึ้น เพื่อนำเอาองค์ความรู้หรือภูมิปัญญาพื้นถิ่นของแต่ละพื้นที่มาเชื่อมโยงกันตามความเหมาะสม โดยจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและฐานราก ซึ่งเปรียบได้กับการบ่มเพาะให้เกิดความเข้มแข็งและเติบโตจากภายในไปสู่ภายนอก