
ศูนย์ประชุมฯไคซ์ ผุด Beyond Food Expo 2023 ครั้งแรกในภาคอีสาน
ศูนย์ประชุมฯไคซ์ ผุด Beyond Food Expo 2023 ครั้งแรกในภาคอีสาน ร่วมมือบหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ดึงบริษัทและแบรนด์อุตสาหกรรมอาหารกว่า 150 ราย ร่วมโชว์สินค้าและนวัตกรรม คาดผู้เข้าชมงานกว่า 8,500 ราย
นายวิศว์ชนนท์ วิชัยยุทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น หรือศูนย์ประชุมฯ ไคซ์ เปิดเผยว่า ศูนย์ประชุมฯไคซ์ ได้ดำเนินการร่วมกับหอการค้าจังหวัดขอนแก่นเตรียมจัดงาน Beyond Food Expo 2023 ซึ่งเป็นครั้งแรกในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสาน โดยมุ่งหวังให้เป็นงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจด้านอาหารและนวัตกรรมแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ทั้งนี้ ศูนย์ประชุมฯ ไคซ์ ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น เป็นศูนย์กลางการค้าและการขนส่งของภาคอีสาน และเชื่อมต่อกับส่วนอื่นของ GMS (ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน (ยูนนาน)) ซึ่งจากเรื่องดังกล่าวทำให้ศูนย์ประชุมฯ ไคซ์ เป็นจุดยุทธศาสตร์และเวทีสำหรับการจัดงานแสดงสินค้าที่สามารถส่งเสริมความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
"ศูนย์ประชุมฯ ไคซ์ จึงได้ริเริ่มเป็นผู้จัดงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจ Beyond Food Expo 2023 เป็นครั้งแรก โดยภายในงานจะยังมีกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้พบกับผู้ซื้อที่มีศักยภาพตัวจริง เสวนาให้ความรู้ทั้งทางด้านวิชาการและธุรกิจ การแข่งขันต่างๆ เป็นต้น โดยมีบริษัทและแบรนด์อุตสาหกรรมอาหารกว่า 150 ราย ร่วมโชว์สินค้าและนวัตกรรมด้านอาหารสด อาหารแช่แข็ง อาหารเพื่อสุขภาพ ขนม เครื่องปรุง เครื่องดื่ม เครื่องจักร บรรจุภัณฑ์ และการบริการต่างๆ อย่างครบวงจร โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานจากทั่วภูมิภาคกว่า 8,500 ราย"
นอกจากนี้ ทางศูนย์ประชุมไคซ์ยังวางแผนที่จะจัดงานแสดงสินค้าอื่นเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เพื่อแสดงศักยภาพในการเป็นสถานที่ชั้นนำสำหรับการจัดงานระดับนานาชาติในภูมิภาค
นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโคร เข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศกลุ่ม GMS หรือ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อาทิ เมียนมา กัมพูชา มาเป็นเวลาหลายปี โดยซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างน่าสนใจ
"งาน BEYOND FOOD EXPO 2023 จะช่วยพัฒนาศักยภาพและยกระดับเศรษฐกิจในระดับอนุภูมิภาค สู่ระดับนานาชาติได้"
นายวิศิษฎ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีเกษตรกรประมาณ 60% ทำให้ขึ้นชื่อในเรื่องของการทำเกษตรอาหารและเกษตรแปรรูป โดยตั้งแต่ปี 2564-2566 การส่งออกสินค้าอาหารของไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยหนึ่งมาจากที่นานาประเทศต่างให้ความสำคัญในด้านความมั่นคงทางอาหาร ส่งผลให้มีความต้องการนำเข้าสินค้าอาหารจากไทยเพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศ การท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว และการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยสินค้าที่เติบโตดี เช่น สินค้าข้าว น้ำตาล ไก่ ผลไม้ และไขมัน ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ
สำหรับตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ อาเซียน จีน สหรัฐอเมริกา EU27 และตะวันออกกลางนอกจากนี้ตลาด GMS เป็นอีกตลาดที่สำคัญของไทย ซึ่งใน 2 เดือนแรกของปี 2023 ไทยส่งออกไป GMS ที่สัดส่วนตลาด 32% เติบโต 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2022 และเป็นตลาดเป้าหมายในการส่งออกปี 2023
ซึ่งวิสัยทัศน์ดังกล่าวเป็นไปตามเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของโลกและยุทธศาสตร์ของไทยที่มุ่งเน้นสู่ความยั่งยืน โดยไทยมีนโยบาย BCG Model ในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน โดยนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อยกระดับทุกภาคส่วนและปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารอนาคต
นายสุริยันต์ วิจิตรเลขการ ผู้อำนวยการบริหาร สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง กล่าวว่า อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เริ่มมีความสำคัญในเชิงยุทธศาตร์มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อตลาดอาเซียน ไปต่อตลาดเอเชีย และต่อไปยังภูมิภาคอื่น โดยตลาดของจีนเป็นตลาดใหญ่ที่มีความต้องการนำเข้าสินค้าประเภทอาหารพร้อมทานอย่างมหาศาล และในตอนนี้เส้นทางการคมนาคม สาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน ระบบอีคอมเมิร์ส และนวัตกรรมของประเทศไทยเจริญขึ้นมาก สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้เจริญเติบโตได้












