
"สสว." หนุนเอสเอ็มอีคว้างานรัฐ 5.9 แสนล.นำร่องกลุ่มการแพทย์-ดิจิทัล
"สสว." หนุนเอสเอ็มอีคว้างานรัฐ 5.9 แสนล้านบาท นำร่องกลุ่มการแพทย์-ดิจิทัล ขานรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ระบุปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพกว่า 1,800 ราย
นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ว่า ปี 66 สสว. จะมุ่งเป้ากลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และดิจิทัล ขานรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย(S Curve) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพกว่า 1,800 ราย
ทั้งนี้ จะยกระดับผู้ประกอบการทั้ง 2 กลุ่มสู่การเป็นคู่ค้ากับองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยจะเลือกพัฒนาแบบมุ่งเป้า 100 ราย ซึ่งคาดว่าจะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจภายใต้โครงการไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท รวมทั้งจะเกิดมูลค่าซื้อขายหลังจากทำการค้าร่วมกันอีกมาก
อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย
- กิจกรรมโรดโชว์ (Roadshow) เชื่อมโยงการค้าและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ในพื้นที่ กรุงเทพและปริมณฑล เชียงใหม่ นครราชสีมา สมุทรสาคร ปราจีนบุรี และสงขลา
- การพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจและการตลาด โดยเน้นพัฒนาแผนธุรกิจที่สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าในประเทศ รวมถึงการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ อีกทั้งยังพัฒนามาตรฐานที่สำคัญให้แก่ผู้ประกอบการ
- การต่อยอดทุนวิจัยและนวัตกรรม การขึ้นทะเบียน เอ็มไอที หรือ เมด อิน ไทยแลนด์ ที่ได้ดำเนินงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนต่างๆ เพื่อยกระดับและเพิ่มแต้มต่อให้แก่เอสเอ็มอี
สำหรับข้อมูลอุตสาหกรรมการแพทย์ ปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 50,500 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2570 จะมีมูลค่าเพิ่มสูงถึง 111,000 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจในปี 2564 จำนวน 965 ราย ประมาณ 98% เป็นผู้ผลิตรายกลางและเล็ก
แต่มีส่วนแบ่งรายได้เพียง 19.1% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนอีก 2% เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ที่มีส่วนแบ่งรายได้ถึง 80.9% ส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติที่มีสำนักงานในประเทศไทย ในขณะที่มีผู้ประกอบการที่จดทะเบียนนำเข้าเครื่องมือแพทย์มีจำนวนมากกว่า 2,000 ราย
ส่วนอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทย ประกอบด้วย 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมบริการดิจิทัล ปี 2564 มีมูลค่ารวม 8.98 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 25% จากปี 2563
โดยอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัลมีอัตราการขยายตัวสูงที่สุด คาดการณ์ว่าการเติบโตของแพลตฟอร์มบริการดิจิทัลจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัลมีสัดส่วนมากที่สุด โดยมูลค่าจะขึ้นไปถึง 6.9 แสนล้านบาทในปี 2567
สำหรับปี 2566 ประมาณการมูลค่ารวมจัดซื้อจัดจ้าง ปี 2566 วงเงิน 1,182,129.28 ล้านบาท คาดว่าเอสเอ็มอีจะเข้าถึง 50% วงเงิน 591,064.64 ล้านบาท
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ส.อ.ท.ตั้งเป้าหนุนเอสเอ็มอีไทยเข้าระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ขยายตัวปีละ 10% โดยปี 2566 รัฐตั้งเป้าหมายเอสเอ็มอีคว้างานรัฐ 50% ถือเป็นเรื่องที่ดี คาดหวังอนาคตเอสเอ็มอีจะได้งานทั้ง100%












