thansettakij
thansettakij
3เอ็ม ประกาศกลยุทธ์ใหม่เสริมศักยภาพด้านซัพพลายเชน

3เอ็ม ประกาศกลยุทธ์ใหม่เสริมศักยภาพด้านซัพพลายเชน

12 ธ.ค. 65 | 08:52 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ธ.ค. 65 | 16:20 น.

3เอ็ม ปรับกลยุทธ์ ชู 3 แนวทางหลัก การเปิดศูนย์จัดส่งสินค้าชายฝั่ง ECCC ไม่พึ่งพาแหล่งจัดซื้อแหล่งเดียว และสร้างเครือข่ายที่ยืดหยุ่น รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยี เสริมควาแกร่งการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กันการติดตามสถานการณ์โลกใกล้ชิด เพื่อความพร้อมในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว

นายวง ควี เมง ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและปฏิบัติการโลจิสติกส์ การผลิตและซัพพลายเชน 3เอ็ม ภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า 3เอ็ม ได้ประกาศปรับกลยุทธ์ เพื่อแก้ไขผลกระทบทางธุรกิจ ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 การเปลี่ยนแปลงของปริมาณความต้องการสินค้า และการขาดแคลนแรงงาน ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเช หรือห่วงโซ่อุปทาน เริ่มตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ จนถึงการส่งสินค้าถึงมือลูกค้า

 

3เอ็ม ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาการหยุดชะงักของซัพพลายเชน ปัญหาความแออัดและความล่าช้าในการขนส่งทางเรือผ่านท่าเรือส่งออกหลัก เช่น ลอสแองเจลิส หรือลองบีช และปัญหาความตึงเครียดด้านแรงงานที่เกิดขึ้นทางชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ล่าสุด 3เอ็ม ได้ปรับและนำ 3 กลยุทธ์หลักมาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ และลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์
 

  • การเปิดศูนย์จัดส่งสินค้าชายฝั่งตะวันออกแบบรวมเที่ยว (East Coast Consolidation Center: ECCC) ที่เมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นศูนย์จัดส่งสินค้าแบบรวมเที่ยวแห่งที่ 3 ของ 3เอ็ม โดยศูนย์ ECCC นี้เป็นศูนย์กลางในการส่งสินค้าไปยังทวีปเอเชีย สินค้าหลากหลายของ 3เอ็ม จะถูกขนส่งมารวมไว้ที่นี่ ซึ่งทำให้เรามีสินค้าเต็มตู้คอนเทนเนอร์เร็วขึ้นและสามารถส่งสินค้ามายังทวีปเอเชียได้อย่างรวดเร็ว  ช่วยให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และมีต้นทุนลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งสินค้าทางเรือแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ ศูนย์ ECCC นี้ช่วยลดระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าไปยังประเทศสิงคโปร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ประมาณ 1 - 2 สัปดาห์โดยเฉลี่ยเมื่อเทียบกับการขนส่งแบบเดิมก่อนที่เราจะเปิดศูนย์ ECCC แห่งนี้ นอกจากนี้ 3เอ็ม ยังมีแผนที่จะเพิ่มการจัดส่งสินค้าส่งออกจากศูนย์ ECCC ไปยังทวีปยุโรปและอเมริกาใต้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในภูมิภาคนั้น ๆ มากขึ้น
  • การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านอุปทานเฉียบพลัน (Supply Shock) ด้วยการไม่พึ่งพาแหล่งจัดซื้อเพียงแหล่งเดียว แต่มีแหล่งจัดซื้อที่หลากหลาย เพื่อให้การจัดหาสินค้าที่สำคัญมีความมั่นคงยิ่งขึ้นและ สามารถปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น 3เอ็ม ยังทำงานใกล้ชิดร่วมกับคู่ค้า ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนผู้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) และผู้รับขนส่งสินค้าทางทะเล (Ocean Carrier) ในการหาท่าเรือทางเลือก เพื่อให้เราสามารถจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ การดำเนินการนี้เป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์ของเราในการลดผลกระทบจากภาวะการหยุดชะงักของซัพพลายเชน ทั้งนี้การเปิดใช้ศูนย์ ECCC ทำให้ 3เอ็ม สามารถเข้าถึงท่าเรือชายฝั่งตะวันออกได้รวดเร็วกว่าการใช้ท่าเรือชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา

 

  • การสร้างเครือข่ายที่ยืดหยุ่นและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว การเปิดท่าเรือแห่งใหม่นั้นทำให้ 3เอ็ม ประสบความสำเร็จในการจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และสามารถรับมือกับปัญหาความท้าทายต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น เช่น ข้อพิพาทด้านแรงงาน ความแออัดของท่าเรือ และการขาดแคลนอุปกรณ์สำหรับการบริหารซัพพลายเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา 3เอ็ม ยังได้ทำการส่งสินค้าข้ามแดนด้วยรถบรรทุก (Cross Border Trucking) ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อลดผลกระทบจากการปิดประเทศและการจำกัดการคมนาคมทางช่องทางต่างๆ  

 

นอกจากนี้ 3เอ็ม ยังเตรียมพร้อม ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างจริงจัง เพื่อลดปัญหาภาวะการหยุดชะงัก (Disruption) ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้

 

3เอ็มให้ความสำคัญกับการจัดการระบบฐานข้อมูลแบบบูรณาการ สร้างศูนย์รวมของฐานข้อมูลที่แม่นยำ เชื่อถือได้ซึ่งจะช่วยให้ 3เอ็ม สามารถทราบถึงข้อมูลการจัดส่งสินค้าที่ยังคงค้าง และทาง 3เอ็ม ได้นำเครื่องมือที่ช่วยยกระดับการทำงานด้านโลจิสติกส์ เช่น Traxx มาช่วยปรับปรุงการบริหารจัดการให้สามารถเข้าถึงสถานะระหว่างการจัดส่งสินค้าสำหรับศูนย์รวบรวมสินค้าทั้งสองแห่งได้


อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือ การเฝ้าสังเกตและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนตลอดเวลา ดังนั้น การบริหารงานด้วยความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว (Resilience) และมีความคล่องตัว (Agility) ถือเป็นหัวใจที่จะช่วยให้ดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะการหยุดชะงักของซัพพลายเชน รวมถึงสถานการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้สามารถสร้างความเจริญเติบโตของธุรกิจตามเป้าหมายได้