
ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ได้ที่ไหน อัพเดทวิธีลงทะเบียนได้ที่นี่
ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ได้ที่ไหน หลัง กระทรวงการคลัง ขยายระยะเวลาลงทะเบียนตรวจสอบวิธีลงทะเบียนที่นี่
วันที่ 16 ตุลาคม 2565 ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ได้ที่ไหน จากกรณีที่ ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 หลังพบว่า มีประชาชนที่ประสงค์จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แต่มีปัญหาในการลงทะเบียน โดยเฉพาะในกรณีที่มีคู่สมรสแต่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสลงนามในแบบฟอร์มการลงทะเบียนตามโครงการฯ ซึ่งมีประชาชนอยู่ในข่ายนี้ประมาณ 1 แสนราย โดยขยายระยะเวลาลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565
ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ได้ที่ไหน
ลงทะเบียนผ่านออนไลน์มีด้วยกัน 4 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่หนึ่ง
- เข้าไปที่เว็บไซต์ https:// บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ. mof.go.th หรือ https:// welfare.mof.go.th
- คลิกไปที่ลงทะเบียน
- คลิกลงทะเบียน กรอกเลขที่บัตรบัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก
- คลิกตรวจสอบข้อมูล
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ประกันรายได้ข้าวปี 65 66 เช็คสิทธิ์วันไหนดูขั้นตอนตรวจสิทธิที่นี่
-
ประกันรายได้ข้าวปี4 ตรวจสอบสถานะ เช็คสิทธิรับเงินส่วนต่างให้ชัวร์ทำยังไง
ขั้นตอนที่สอง
- กรอกข้อมูลผู้ลงทะเบียน
ขั้นตอนที่สาม
- ยืนยันข้อมูล
ขั้นตอนที่สี่
- บันทึกข้อมูลในแบบฟอร์มเสร็จสิ้น
ลงทะเบียนหน่วยงานที่ลงทะเบียน
- สาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
- ธนาคารออมสิน
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
- สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ สังกัดกรมบัญชีกลาง
- ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย
- สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต
- และศาลาว่าการเมืองพัทยา เมืองพัทยา
ก่อนหน้านี้ นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ลงทะเบียนที่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสได้ ตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ) ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 (โครงการฯ) เสนอ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. กลุ่มของผู้ลงทะเบียนที่ไม่สามารถติดตามคู่สมรส แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1.1 ผู้ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป นับถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2565) ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสมาเพื่อดำเนินการหย่าตามกฎหมายได้
1.2 ผู้ลงทะเบียนกลุ่มทั่วไป ได้แก่ ผู้ลงทะเบียนที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี ที่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสได้
2. แนวปฏิบัติสำหรับผู้ลงทะเบียนที่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสได้
2.1 ผู้ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง จะต้องดำเนินการโดยยื่นแบบฟอร์มลงทะเบียน พร้อมหนังสือประกอบการพิจารณาเข้าร่วมโครงการฯ โดยต้องลายมือชื่อของผู้ลงทะเบียน ลายมือชื่อของพยานรับรองจำนวน 2 คน รวมถึงต้องมีการลงนามรับรองจากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่เป็นผู้รับรองว่า ผู้ลงทะเบียนเป็นบุคคลที่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสมาเพื่อดำเนินการหย่าตามกฎหมายได้ และเอกสารประกอบการลงทะเบียนอื่น ๆ (กรณีมีบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปี) และผู้ลงทะเบียนจะต้องนำเอกสารทั้งหมดไปยื่น ณ หน่วยงานรับลงทะเบียน โดยเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอหรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมาย รวมถึงพนักงานเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองและเทศบาลนครในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตที่ผู้อำนวยการเขตมอบหมาย เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเมืองพัทยาทั้งนี้ หากผู้ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบางผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศให้ทราบต่อไปผู้ลงทะเบียนจะสามารถใช้สิทธิ์ตามโครงการฯ ได้ โดยต้องไปยืนยันตัวตน ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผลผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ (ภายในระยะเวลา 180 วัน)และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) (ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด)
2.2 ผู้ลงทะเบียนกลุ่มทั่วไป จะต้องดำเนินการโดยยื่นแบบฟอร์มการลงทะเบียน พร้อมหนังสือประกอบการพิจารณาเข้าร่วมโครงการฯ โดยต้องลายมือชื่อของผู้ลงทะเบียน ลายมือชื่อของพยานรับรองจำนวน 2 คน และเอกสารประกอบการลงทะเบียนอื่น ๆ (กรณีที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปี) และผู้ลงทะเบียนจะต้องนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นณ หน่วยงานรับลงทะเบียน ทั้งนี้ หากผู้ลงทะเบียนกลุ่มทั่วไปผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ผู้ลงทะเบียนจะต้องนำใบสำคัญการหย่าหรือเอกสารอื่นใดที่คณะกรรมการฯ กำหนดมาแสดงและยืนยันตัวตน ณ ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผลผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ (ภายในระยะเวลา 180 วัน) และธนาคารกรุงไทยฯ (ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด) จึงจะสามารถใช้สิทธิ์ตามโครงการฯ ได้ โดยผู้ลงทะเบียนกลุ่มทั่วไปจะต้องนำใบสำคัญการหย่าหรือเอกสารอื่นใดที่คณะกรรมการฯ กำหนดมาแสดงให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติจึงจะสามารถใช้สิทธิ์ตามโครงการฯ ได้
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถดาวน์โหลดหนังสือประกอบการพิจารณาเข้าร่วมโครงการฯ ได้จากเว็บไซต์ของโครงการฯ ได้ที่ https://xn--12cm1ane3a8dcb9a6abq9eehm8a4u7e.mof.go.th/ หรือ https://welfare.mof.go.th หรือติดต่อขอรับจากหน่วยงานรับลงทะเบียนทุกหน่วยทั่วประทศ
โฆษกกระทรวงการคลังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินการสำหรับผู้ลงทะเบียนโครงการฯ ที่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสได้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทะเบียนที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการฯ คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนจาก “วันที่ 5 กันยายน – 19 ตุลาคม 2565” เป็น “วันที่ 5 กันยายน – 31 ตุลาคม 2565” และผู้ลงทะเบียนจะสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน โดยมีรายละเอียดการประกาศผลการลงทะเบียนตามตารางนี้
ทั้งนี้ ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถศึกษารายละเอียดการดำเนินโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://xn--12cm1ane3a8dcb9a6abq9eehm8a4u7e.mof.go.th/ หรือ https://welfare.mof.go.th
- สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โทร. 094-858-9794 (เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น.)
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 02 273 9020 ต่อ 3502 3503 3506 3536 3542 3518 หรือโทร. 08-5842-7102 , 08-5842-7103, 08-5842-7104 ,08-5842-7105, 08-5842-7106, 08-5842-7107 (เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น.)
- ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 02-109-2345 (เวลาทำการ 08.30 – 17.30 น.)






