
เจาะลึกภารกิจ DITP บุก “Konza” ซิลิคอน ซาวานาแห่งแอฟริกา
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศรุกตลาดใหม่ พาผู้ประกอบการไทยเดินทางลงพื้นที่จริงเพื่อเข้าชม โครงการที่ทั่วโลกขนานนามว่า Silicon Savannah ในสาธารณรัฐเคนยา
ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลและการค้าระหว่างประเทศของไทย เมื่ออธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ นำคณะนักธุรกิจและผู้ประกอบการด้านซอฟต์แวร์ระดับแนวหน้าของไทยจำนวน 14 บริษัท เดินทางลงพื้นที่จริงเพื่อเข้าชมและเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ณ โครงการ "Konza Technopolis" หรือที่ทั่วโลกขนานนามว่า "ซิลิคอน ซาวานา" (Silicon Savannah) ในสาธารณรัฐเคนยา
การเยือนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การหาตลาดส่งออกทั่วไป แต่เป็นการตอกย้ำบทบาทและหน้าที่หลักของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะทัพหน้าแห่งเศรษฐกิจไทย ที่มุ่งเปิดประตูแห่งโอกาสให้นักลงทุนและผู้ประกอบการสามารถขยายศักยภาพและสร้างเครือข่ายธุรกิจได้ในทุกมุมโลก โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
นโยบายรุกตลาดใหม่ ทำไมต้องเป็น "แอฟริกา" และ "เคนยา"?
ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา นโยบายการหาตลาดใหม่ของไทยอาจจะยังย่ำอยู่กับที่และพึ่งพาตลาดเดิมอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปเป็นหลัก ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย หรือมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีน ได้เดินหน้าบุกตลาดแอฟริกาไปล่วงหน้าแล้ว แอฟริกาคือขุมทรัพย์แห่งอนาคตด้วยจำนวนประชากรที่สูงถึง 1,500 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของประชากรโลก และเต็มไปด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Youth Demographic) ที่พร้อมเปิดรับเทคโนโลยี
การปักหมุดที่ "สาธารณรัฐเคนยา" จึงเป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคม เพราะเคนยาเปรียบเสมือนประตูสู่แอฟริกาตะวันออกอย่างแท้จริง เคนยาเป็นหนึ่งใน 19 ประเทศสมาชิกของการรวมกลุ่มเศรษฐกิจของตลาดร่วมแห่งแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้ (COMESA)
นอกจากนี้ เคนยายังได้รับการจัดอันดับความง่ายในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) ให้อยู่ในอันดับที่ 3 ของกลุ่มประเทศดังกล่าว ด้วยการสนับสนุนเงินลงทุนมหาศาลจากองค์กรนานาชาติอย่าง UN และประเทศพันธมิตรในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เคนยามีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 6 ต่อปี ประจวบเหมาะกับการที่ในปี 2570 หรือปีหน้า จะเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเคนยา การเยือนครั้งนี้จึงเป็นทั้งการเชื่อมสัมพันธไมตรีระดับทวิภาคีและการเจาะตลาดการค้าไปพร้อมๆ กัน
เจาะลึก "Konza Technopolis" (Silicon Savannah) ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งทวีป
ไฮไลต์สำคัญของการเดินทางในครั้งนี้ คือการที่ DITP นำนักธุรกิจไทยเข้าชมและศึกษาศักยภาพเชิงลึกของ "Konza Technopolis" โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ระดับชาติที่เป็นโครงการเรือธง (Flagship Project) ภายใต้วิสัยทัศน์แห่งชาติ Kenya's Vision 2030 โครงการนี้มีเป้าหมายสูงสุดในการพลิกโฉมเปลี่ยนผ่านประเทศเคนยาให้ก้าวสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีรายได้ปานกลาง (Middle-income industrializing economy)
Konza Technopolis ไม่ใช่แค่นิคมอุตสาหกรรมธรรมดา แต่ถูกยกระดับให้เป็น "เมืองอัจฉริยะแบบครบวงจร" (Master Planned Smart City) ประกอบด้วย เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) ที่ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบบนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 5,000 เอเคอร์ พร้อมพื้นที่กันชน (Buffer Zone) อีกกว่า 145,000 เอเคอร์
โครงการตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ริมทางหลวงเชื่อมระหว่างกรุงไนโรบีและเมืองมอมบาซา โดยห่างจากกรุงไนโรบีเพียง 60 กิโลเมตร มีการประเมินมูลค่าการลงทุนในโครงการนี้สูงถึง 1.5 ล้านล้าน และเมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แบบ (Full build) จะสามารถรองรับประชากรได้สูงถึง 240,000 คน
ความน่าสนใจของ Konza Technopolis ที่ดึงดูดสายตานักลงทุนด้านเทคโนโลยีทั่วโลก คือโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Connected Smart Infrastructure) ที่ได้รับการวางระบบไว้อย่างล้ำสมัย
โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคขั้นสูง ภายในเมืองมีระบบระบายน้ำและประปาความยาวกว่า 170 กิโลเมตร มีนวัตกรรมระบบท่อส่งขยะมูลฝอยระบบสุญญากาศ (Vacuum Solid Waste conveying system) ความยาว 15 กิโลเมตร และอุโมงค์สาธารณูปโภค (Utility Tunnel) ยาว 9 กิโลเมตร
ศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ (Konza National Data Center) ซึ่งปัจจุบันเปิดใช้งานแล้วแบบ 100% โดยเป็น Data Center ที่ได้รับมาตรฐานระดับ TIER III/IV จาก Uptime Institute และยังเป็นอาคารสีเขียวที่ได้รับมาตรฐาน LEED GOLD รองรับความต้องการด้านดิจิทัลได้เหนือระดับ ปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าองค์กรเข้าใช้บริการแล้วมากกว่า 140 ราย
ระบบปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ (Smart City Solutions) มีการติดตั้งเสาไฟอัจฉริยะ (Smart Pole) ทั่วเมือง ที่ทำงานผสานกับ Wi-Fi Hotspot เซ็นเซอร์วัดสภาพอากาศ ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (Video surveillance) ระบบควบคุมอาคาร (BMS) และป้ายดิจิทัลอัจฉริยะ
นอกจากนี้ เมืองอัจฉริยะแห่งนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาผ่าน 3 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมหลัก (Core Clusters) ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT/ITES) ชีววิทยาศาสตร์ (Life Sciences) และ วิศวกรรมและเทคโนโลยีเกิดใหม่ (Engineering/Emerging tech)
ศักยภาพซอฟต์แวร์ไทย ทรงพลังพร้อมตอบโจทย์ “Smart City” แห่งแอฟริกา
การที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นำเอกชน 14 บริษัทบินข้ามทวีปมาเจรจาการค้าในครั้งนี้ สอดคล้องกับภาพรวมการเติบโตที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ข้อมูลเชิงสถิติล่าสุดในปี 2567 ระบุว่า อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทย มีมูลค่ารวมในตลาดสูงถึง 2.33 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.46 จากปีก่อนหน้า และมีมูลค่าการส่งออกไปยังตลาดโลกสูงถึง 2,625 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.80 สิ่งนี้คือตัวชี้วัดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ของเทคโนโลยีไทยบนเวทีโลก
บริษัทชั้นนำทั้ง 14 แห่งที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ มีเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์โซลูชันที่สอดรับกับวิสัยทัศน์และการก่อสร้างสมาร์ทซิตี้ของ Konza Technopolis ในทุกมิติอย่างน่าจับตามอง ประกอบด้วย
กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน บจก. ไมโครกรีนเทค นำเสนอระบบและเครื่องรีไซเคิลอัจฉริยะที่ติดตั้งเซนเซอร์และระบบคลาวด์วิเคราะห์ข้อมูล ขณะที่ บจก. เซ็นส์ อินโฟ เทค นำเสนอเทคโนโลยีจัดการน้ำขั้นสูง (Agri Tech) เพื่อความยั่งยืน
กลุ่มโซลูชันการแพทย์ (Healthcare) บจก. ออเรนจ์แคป อินโนเวทีฟ นำเสนอแพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ช่วยให้การเข้าถึงแพทย์ผ่านระบบวิดีโอคอลทำได้แบบ Real-time
กลุ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์และพรมแดนอัจฉริยะ บมจ. โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญด้าน Smart Border Solutions และ บจก. โกลบอลเทคโนโลยีอินทิเกรเทด ที่มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้าน Cyber Security
กลุ่มเทคโนโลยีการโรงแรมและการบริการ (Hospitality Solutions) โดย บจก. เทค เอ็นเตอร์ไพรส์ คอร์ปอเรชั่น และ บจก. สมาร์ท ไฟน์เดอร์ ซึ่งโซลูชันของทั้ง 2 บริษัทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมระบบหลังบ้านและคลาวด์โซลูชัน
กลุ่ม Cloud Software, Martech และ Consumer Tech ผู้ประกอบการฝีมือดีของไทย อาทิ บจก. แมงโก้ คอนซัลแตนท์, บจก. เดฟ ฮับ, บจก. ไอดิโอ เทค, บจก. สราญ ฟินเทค, บจก. เกมมิค, บจก. ทรีดีเอส อินเตอร์แอคทีฟ และ บจก. มีจีเนียส นำเสนอตั้งแต่นวัตกรรมระบบ ERP, คลาวด์, แพลตฟอร์มการตลาด ไปจนถึง Gamification ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นยอดที่จะช่วยยกระดับและขับเคลื่อนธุรกิจทั้งในระบบ B2B และ B2C
นอกจากความเพียบพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานแล้ว Konza Technopolis ยังมอบสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนอย่างมหาศาลในฐานะเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ Incentives) ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษี สิทธิพิเศษในการเช่าพื้นที่ (Leasing) และบริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One-stop investor facilitation services) จึงถือเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะเข้ามาศึกษาและหาโอกาส
บทบาทของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ภายใต้การนำทัพของอธิบดีในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการอำนวยความสะดวก แต่เป็นการทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อมเศรษฐกิจ" ที่เจาะจงเป้าหมายอย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยง และย่นระยะเวลาให้นักลงทุนไทย
นอกจากนี้ DITP ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยไปสู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ขึ้น อย่างการจัดคูหา Thailand Pavilion ในงาน GITEX Africa 2026 ที่ประเทศโมร็อกโคอีกด้วย
การบุก "ซิลิคอน ซาวานา" ในเคนยาวันนี้ คือข้อพิสูจน์ให้วงการธุรกิจโลกเห็นว่า อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศไทยไม่เพียงแต่พร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับสากล แต่ยังพร้อมที่จะเป็น "ผู้สร้างโอกาส" ในสมรภูมิแห่งเศรษฐกิจดิจิทัลของแอฟริกา ทวีปซึ่งเป็นอนาคตแห่งใหม่ของการลงทุนระดับโลกอย่างแท้จริง







