thansettakij
สมาคมภัตตาคารไทย จี้รัฐบาลใหม่ อัดฉีด 3 เดือนแรกฟังเสียงเอกชน – ฟื้นร้านอาหาร

สมาคมภัตตาคารไทย จี้รัฐบาลใหม่ อัดฉีด 3 เดือนแรกฟังเสียงเอกชน – ฟื้นร้านอาหาร

14 ก.พ. 2569 | 22:31 น.

'สมาคมภัตตาคารไทย' ชี้เศรษฐกิจไทยเปราะบาง กำลังซื้อหด รัฐบาลใหม่ต้องมีทั้งเสถียรภาพและนโยบายที่ทำได้จริง เร่งออกมาตรการกระตุ้นทันทีใน 3 เดือนแรก ดันอาหารไทยเครื่องยนต์หลัก ฟื้นร้านอาหาร–ผู้ประกอบการรายย่อย

KEY

POINTS

  • สมาคมภัตตาคารไทยเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ทำงานรวดเร็ว รับฟังเสียงผู้ประกอบการ และเปิดให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย
  • เสนอให้อัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้ออย่างเร่งด่วนภายใน 3 เดือนแรก เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เผชิญปัญหาต้นทุนสูงและยอดขายตกต่ำ
  • เสนอแนวทางกระตุ้นการใช้จ่ายที่เป็นรูปธรรม เช่น การจัดเทศกาลอาหารใน 10 จังหวัด หรือออกมาตรการคล้ายโครงการคนละครึ่ง
  • ผลักดันให้ภาครัฐสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศอย่างจริงจัง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและแข่งขันในระดับโลก

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” สิ่งที่ภาคธุรกิจร้านอาหารต้องการไม่ใช่เพียงรัฐบาลที่มีอำนาจบริหาร แต่ต้องเป็นรัฐบาลที่ “ทำงานเร็ว ฟังเสียงประชาชน และเปิดพื้นที่ให้ภาควิชาชีพมีส่วนร่วม” โดยเฉพาะในภาวะที่กำลังซื้ออ่อนแรงและเศรษฐกิจยังเปราะบาง

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทีมเศรษฐกิจที่ทำงานได้ผลคือทีมที่รับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการจริง เช่น ช่วงรัฐบาลก่อนที่มีการหารือกับสมาคมภัตตาคารไทยอย่างต่อเนื่องเกือบตลอดปี จนนำไปสู่มาตรการคนละครึ่งซึ่งแม้สุดท้ายจะถูกปรับเป็นคนละครึ่งพลัสครอบคลุม Micro SME และธุรกิจรายย่อยอื่นๆ แต่ถือว่าเป็นการนำข้อเสนอไปต่อยอดได้เหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจโดยรวม

“แม้จะไม่ตรงกับร้านอาหารทั้งหมด แต่รัฐสามารถขยายผลไปช่วยคนตัวเล็กตัวน้อยกว่า 1 ล้านราย และผู้บริโภคกว่า 20 ล้านคนได้ประโยชน์ เศรษฐกิจหมุนจริง อันนี้ต้องยอมรับว่าเขาตีโจทย์แตก”

ในทางกลับกันนโยบายบางรัฐบาลที่ผ่านมาโดยเฉพาะแนวคิด Soft Power ด้านอาหาร แม้จะมีเป้าหมายที่ดี แต่ขาดการรับฟังเสียงผู้ประกอบการ ทำให้นโยบายไม่ตรงจุด และไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของภาคธุรกิจ

3 เดือนแรก ต้องอัดมาตรการกระตุ้นทันที ไม่ใช่รอโครงสร้างใหญ่

สำหรับสิ่งที่อยากเห็นรัฐบาลใหม่ดำเนินการทันทีใน 3 เดือนแรกมองว่าต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เห็นผลเร็ว โดยยอมรับว่าภาครัฐจำเป็นต้องลงทุนลงเงินเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ เพราะผู้ประกอบการร้านอาหารกำลังเผชิญต้นทุนสูงและยอดขายที่ยังไม่ฟื้น

นางฐนิวรรณ กุลมงคล

“การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นเรื่องจำเป็น แต่ใช้เวลานาน สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการตอนนี้คือขายของได้ก่อน วัตถุดิบราคาถูก และยอดขายที่เพิ่มขึ้นเร็ว”

ทั้งนี้ หากไม่ใช้มาตรการลักษณะเดียวกับคนละครึ่งสมาคมภัตตาคารไทยเสนอให้รัฐบาลจัดเทศกาลอาหารอย่างน้อย 10 จังหวัด เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว การใช้จ่าย และต่อยอดเศรษฐกิจโดยสามารถพัฒนาเป็นโครงการระยะยาว เช่น Super Street Food ของไทย เริ่มจากข้าวแกงก่อนขยายไปสู่อาหารภูมิภาคอื่น

ปัจจุบันต่างชาติ โดยเฉพาะจีน เกาหลี และประเทศตะวันตก เริ่มเข้ามาเรียนรู้สูตรอาหารไทย เพื่อนำไปเปิดกิจการในต่างประเทศโดยไม่มีคนไทยเข้าไปลงทุนร่วม ซึ่งทำให้อัตลักษณ์และมูลค่าเพิ่มของอาหารไทยตกอยู่ในมือผู้อื่น

“วัตถุดิบไก่กิโลละ 70 บาท แต่เอาไปขายเป็นจานในต่างประเทศได้ 500 บาท มูลค่าเพิ่มมหาศาล อาหารไทยยังโตได้ แม้เศรษฐกิจไม่ดี รัฐบาลต้องช่วยผลักดันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะรายกลางที่แข็งแรง ให้ไปสู้ในตลาดโลก”

พร้อมเสนอให้หน่วยงานรัฐ เช่น ททท. และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สนับสนุนการนำอาหารไทยไปจัดแสดงและทำตลาดในต่างประเทศอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ยังมองว่าเสถียรภาพกับนโยบายต้องมีทั้งสองอย่างควบคู่กัน เพราะนโยบายที่ดีแต่ระยะสั้นเกินไปไม่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการตั้งหลักได้ ช่วงที่มีมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจหมุนเกือบ 8 หมื่นล้านบาท ถ้ามีต่อเนื่องอีก 2-3 เดือน ร้านอาหารจำนวนมากจะตั้งตัวได้ดีกว่านี้ แต่พอมาตรการหยุด เศรษฐกิจก็ซึมทันที