thansettakij
thansettakij
หนุน SME ไทยพัฒนาสินค้า&บริการ รองรับไทยก้าวสู่สังคมสูงวัย

หนุน SME ไทยพัฒนาสินค้า&บริการ รองรับไทยก้าวสู่สังคมสูงวัย

09 ต.ค. 68 | 21:58 น.

เผยผลวิจัย SME ไทยต้องการให้รัฐสนับสนุนพัฒนาสินค้าและบริการรองรับไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจ สสว. พบว่า SME ส่วนใหญ่ยังมองตลาดผู้สูงวัยเป็นตลาดรอง แม้จะรับรู้ถึงโอกาสทางธุรกิจ แต่มีเพียง 19.3% ที่เริ่มพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อรองรับแล้ว
  • ธุรกิจที่มีศักยภาพสำหรับตลาดผู้สูงวัยคือกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก รวมถึงการปรับปรุงบริการให้เข้าถึงง่าย
  • ผู้ประกอบการ SME ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐในด้านองค์ความรู้และข้อมูลเชิงลึกของตลาดผู้สูงวัย เงินทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ

นางสาวปณิตา ชินวัตร  รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการ SME เกี่ยวกับความพร้อมของธุรกิจต่อการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society/Silver Economy) โดยเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการ SME จำนวน 2,712 ราย จาก 6 ภูมิภาค ระหว่างวันที่ 19–29 สิงหาคม 2568 พบว่า

ปัจจุบัน SME เริ่มมีการจ้างงานผู้สูงอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 11% โดยเฉพาะภาคธุรกิจการเกษตรมีสัดส่วนการจ้างงานสูงสุดอยู่ที่ 17% และธุรกิจขนาดกลางมีแนวโน้มจ้างงานผู้สูงอายุมากกว่าธุรกิจรายย่อย (Micro) ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างการจ้างงานของธุรกิจ ซึ่งลักษณะงานของผู้สูงอายุมักเป็นงานที่ใช้ประสบการณ์และทักษะเฉพาะ แม้มีข้อจำกัดด้านสุขภาพและความทันสมัยของทักษะ เช่น งานบริการลูกค้า งานฝีมือ/งานช่าง เป็นต้น แต่กว่า 70% ของผู้ประกอบการที่จ้างงานผู้สูงอายุอยู่แล้ว ยังคงจ้างงานต่อไปในอนาคต

 

ด้านการตลาด SME ส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพากลุ่มลูกค้าวัยทำงานอายุ 30–44 ปี เป็นหลัก มีลูกค้าผู้สูงอายุน้อยกว่า 10% ของกลุ่มลูกค้าทั้งหมด SME ส่วนใหญ่ก็รับรู้ถึงแนวโน้มตลาดผู้สูงอายุ ที่กำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและเป็นโอกาสทางธุรกิจในอนาคต แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีผลต่อธุรกิจอย่างไร จึงยังไม่มีแผนการรองรับ ทำให้มองกลุ่มผู้สูงอายุมองเป็นเพียงตลาดรอง

หนุน SME ไทยพัฒนาสินค้า&บริการ รองรับไทยก้าวสู่สังคมสูงวัย

อย่างไรก็ตามจากผลสำรวจพบว่า SME 19.3% เริ่มมีการพัฒนาสินค้า/บริการสำหรับผู้สูงอายุแล้วเริ่มมีความชัดเจนขึ้น เช่น การเพิ่มบริการส่งสินค้า/บริการถึงบ้าน และสินค้าอาหาร/เครื่องดื่มสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ การปรับสถานที่ให้สะดวกกับผู้สูงอายุ

สอดคล้องกับมุมมองของ SME ที่เป็นเจ้าของกิจการมีอายุ 60 ปีขึ้นไปในกลุ่มตัวอย่าง ที่มองเห็นว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดผู้สูงอายุ รองลงมาคือผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและความงาม ตลอดจนผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน

ผู้ประกอบการ SME มองว่า หากมีการสนับสนุนที่ชัดเจนจากหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำให้สามารถยกระดับธุรกิจรองรับการเติบโตของตลาดผู้สูงอายุได้ SME 26.0% เห็นว่าควรมีการสนับสนุนองค์ความรู้และข้อมูลเชิงลึกของแนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค

รองลงมาคือ 18.0% ต้องการให้มีเงินทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อปรับปรุงธุรกิจให้เหมาะกับผู้สูงอายุ การสร้างเครือข่ายธุรกิจหรือช่องทางการตลาดที่เชื่อมโยงกัน การสนับสนุนการจ้างงานผู้สูงอายุทั้งด้านกฎหมายและความยืดหยุ่นในการทำงาน ซึ่งจะช่วยให้ SME สามารถเปลี่ยนจาก “การรับรู้” ไปสู่ “การลงมือจริง” ได้

แม้ว่านโยบายสนับสนุนจากภาครัฐอาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่ SME สามารถเริ่มต้นสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจได้ทันที โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาหาร และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ รวมถึงการปรับโครงสร้างร้านและ

สถานประกอบการให้ปลอดภัยและสะดวกต่อการใช้งานของกลุ่มผู้สูงอายุ อีกทั้งการทดลองตลาดเพื่อเก็บข้อมูลและนำมาพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุด ขณะเดียวกันธุรกิจที่ต้องอาศัยเงินลงทุนสูง เช่น การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ ก็นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ SME สามารถต่อยอดสู่การลงทุนในอนาคตได้