thansettakij
thansettakij
เอกชน หนุน “Quick Big Win” กระทรวงพาณิชย์ ต้องสร้างโอกาสเป็นธรรม ลดเหลื่อมล้ำ

เอกชน หนุน “Quick Big Win” กระทรวงพาณิชย์ ต้องสร้างโอกาสเป็นธรรม ลดเหลื่อมล้ำ

04 ต.ค. 68 | 01:10 น.

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ "Quick Big Win" 7 เรื่องของกระทรวงพาณิชย์ แต่เตือนรัฐบาลต้องออกแบบมาตรการให้ SME ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่ตกอยู่กับรายใหญ่เท่านั้น พร้อมเสนอ 4 ยุทธศาสตร์หลัก "ลดต้นทุน-ลีนการค้า-เร่ง FTA-รุก Buy Thailand" เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและปั้น 'นักรบส่งออก' ไทย

KEY

POINTS

  • สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยสนับสนุนนโยบาย “Quick Big Win” ของกระทรวงพาณิชย์ แต่เรียกร้องให้สร้างโอกาสที่เป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ
  • ต้องการให้มาตรการต่างๆ เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SME อย่างแท้จริง ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่แค่เพียงกลุ่มธุรกิจรายใหญ่
  • เสนอแนวทาง "ลด ลีน เร่ง รุก" เพื่อลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมสินค้าไทยทดแทนการนำเข้า

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการ SME เห็นด้วยและชื่นชมแนวคิดของนายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เดินหน้ายุทธศาสตร์ “Quick Big Win” ทั้ง 7 เรื่องเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ต้องการสะท้อนมุมมองเพิ่มเติมว่า ควรให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสแก่ SME อย่างเป็นธรรม ไม่ให้มาตรการกลายเป็นประโยชน์เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น

“SME ไทยต้องได้รับการสนับสนุนทั้ง แข็งในประเทศ แกร่งนอกประเทศ โดยใช้นโยบาย ลด ลีน เร่ง รุก เป็นเครื่องมือสำคัญ” นายแสงชัยกล่าว

ลดต้นทุน – ดัน Farm to Table

นายแสงชัยเสนอให้การ “ลดต้นทุนเกษตรกรและค่าครองชีพประชาชน” เป็นเรื่องเร่งด่วน โดยเห็นด้วยกับแนวทางส่งเสริมการขายตรงจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค (Farm to Table) ผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงเชื่อมโยงไปถึง “Farm/Factory to Minimart” และ “Farm/Factory to Food Shop” เพื่อลดต้นทุนการจัดส่งและเพิ่มรายได้ ขณะเดียวกันภาครัฐควรใช้เครือข่ายไปรษณีย์ไทยเข้ามาช่วยสนับสนุนระบบขนส่งเพื่อลดต้นทุนและขยายตลาดให้กว้างขึ้น

เอกชน หนุน “Quick Big Win” กระทรวงพาณิชย์ ต้องสร้างโอกาสเป็นธรรม ลดเหลื่อมล้ำ

ลีน – ตัดวงจรทุจริตการค้าเกษตร

ด้าน “ลีน” นายแสงชัยสะท้อนปัญหาการแข่งขันไม่เป็นธรรมจากการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรที่ส่งผลให้ราคาตกต่ำและเกษตรกรเสียประโยชน์ พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการปราบปรามจริงจังและทำให้ “กลไกราคาสินค้าเกษตรที่ดี เกษตรกรไทยต้องได้” โดยต้องบูรณาการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริม “ตลาดนำการผลิต” ควบคู่กับการยกระดับ Productivity และผลักดันให้เกษตรกรไทยพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรเต็มรูปแบบ

เร่ง – ขยาย FTA สร้างนักรบเศรษฐกิจส่งออก

สำหรับการ “เร่ง” นายแสงชัยมองว่าการขยายความตกลงการค้าเสรี (FTA) ต้องทำให้ผู้ประกอบการไทย “รู้จริง ใช้เป็น เห็นผลลัพธ์” ไม่ใช่เพียงมีจำนวน FTA มาก แต่ต้องส่งเสริมให้ SME เข้าถึงประโยชน์จริง โดยเฉพาะสินค้า GI อุตสาหกรรมสุขภาพ สปา ความงาม และท่องเที่ยวมูลค่าสูง พร้อมทั้งผลักดันการทำ FTA กับสหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ และเม็กซิโก รวมถึงเสนอให้มี “ระบบพี่เลี้ยง” ช่วยผู้ประกอบการแต่ละคลัสเตอร์ เพื่อสร้าง “นักรบส่งออกและนักรบแฟรนไชส์ไทย” ที่เข้มแข็ง

รุก – Buy Thailand Only ลดพึ่งพาต่างชาติ

นายแสงชัยยังสนับสนุนมาตรการ “Buy Thailand Only” เพื่อผลักดันสินค้าและบริการของผู้ประกอบการไทยใช้ทดแทนการนำเข้า โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ เช่น วัสดุอุปกรณ์การแพทย์ อุตสาหกรรมยา และสมุนไพร รวมทั้งย้ำว่าภาครัฐควรเร่งส่งเสริม SME-GP และบัญชีนวัตกรรมไทย เพื่อให้นวัตกรรมของคนไทยสามารถขายได้จริง พร้อมเสนอการปรับระบบจดสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาให้รวดเร็วขึ้น

หนุนกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าปราบปรามนอมินี

นอกจากนี้ นายแสงชัยต้องการเห็นกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าปราบปรามนอมินี ธุรกิจผิดกฎหมาย และการสวมสิทธิ์ส่งออกอย่างจริงจัง พร้อมผนึกกำลัง 3 องค์กรหลัก ได้แก่ องค์การตลาด องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร และองค์การคลังสินค้า เพื่อยกระดับเกษตรกรและ SME ไทยจากตลาดในประเทศสู่สากล

“SME ไทยพร้อมเป็นกำลังใจและร่วมขับเคลื่อน Quick Big Win ให้สำเร็จ แต่ต้องการเห็นโอกาสที่เป็นธรรมจริง ไม่ใช่เฉพาะรายใหญ่ที่ได้ประโยชน์” นายแสงชัยกล่าวทิ้งท้าย