thansettakij
thansettakij
ย้อนไทม์ไลน์  4,700 ปี กัญชาทางการแพทย์

ย้อนไทม์ไลน์ 4,700 ปี กัญชาทางการแพทย์

04 เม.ย. 64 | 22:00 น.
อัปเดตล่าสุด :16 เม.ย. 64 | 12:02 น.

กัญชากับการแพทย์ ไม่ไช่เรื่องใหม่ แต่มีบันทึกการใช้กัญชารักษาโรคมากว่า 4,700 ปี ในทั่วทุกมุมโลก มาดูกันว่า คนโบราณใช้กัญชาในการรักษาอย่างไร?

"กัญชา" ถูกบันทึกว่ามีการใช้เพื่อบำบัดรักษาอาการของโรคต่างๆมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยพบหลักฐานบันทึกที่เก่าแก่ที่สุดย้อนไปเมื่อ 4,700 ปีก่อน  ในสมัยจักรพรรดิ์เช็นนึง (Shen Nung) ของจีนได้บันทึกไว้ว่ากัญชาสามารถใช้รักษาโรคได้มากกว่า 100 ชนิด 

จากนั้นในปี ค.ศ.207 หมอฮูโต๋ว (Hua T’o) ศัลยแพทย์ชื่อดังคนแรกของจีนได้ใช้กัญชาผสมกับไวน์ให้ผู้ป่วยดื่มเพื่อเป็นการผ่อนคลายและใช้เป็นยานอนหลับในผู้ป่วยผ่าตัดอีกด้วย

ส่วนในประเทศอินเดีย พบบันทึกการใช้ "กัญชา" เมื่อ4,000 ปีก่อนในคัมภีร์ของศาสนาฮินดูว่า กัญชาเป็น 1 ใน 5 สมุนไพรที่สำคัญที่ใช้ในการบูชาพระศิวะ มีสรรพคุณสร้างความสุขและอิสรภาพ 

นอกจากนี้ราวปีค.ศ.1000 เปอร์เซียหรือดินแดนที่เป็นประเทศอิหร่านในปัจจุบัน หมออวิเซนน่า (Avicenna) เขียนในตำราแพทย์สมัยนั้นระบุว่ากัญชาใช้รักษาโรคเก๊าท์ อาการบวม แผลติดเชื้อและอาการปวดศีรษะรุนแรงได้ผลดี

ย้อนไทม์ไลน์  4,700 ปี กัญชาทางการแพทย์

สำหรับในประเทศไทยพบว่ากัญชาเป็นส่วนหนึ่งใน "ตำรับยา" มาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีสรรพคุณแก้ปวด เจริญอาหารและช่วยทำให้นอนหลับ ซึ่งส่วนใหญ่ตำรับยา "สมุนไพร" ของไทยมักมีส่วนผสมของสมุนไพรอื่นอีกหลายชนิดและมักใช้โดยการต้มดื่ม

หลังจากที่ประเทศอังกฤษยึดประเทศอินเดียเป็นอาณานิคม ในศตวรรษที่ 18 นายแพทย์ Willian O’Shaughnessy พบว่าชาวอินเดียใช้กัญชารักษาโรคกันอย่างแพร่หลายและได้ผลดี เขาจึงนำกัญชากลับมารักษาคนไข้ปวดข้อและโรคลมชักในประเทศอังกฤษจนมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยใช้กัญชาเพียง 10 มิลลิกรัมวันละ 3 ครั้ง และเขียนหนังสือชื่อ “วิธีการปรุงยาจากกัญชา” จนกัญชาได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในประเทศแถบตะวันตกในเวลาต่อมา

ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 การใช้กัญชารักษาโรคแพร่หลายมากในประเทศตะวันตก มียากัญชาขายตามร้านขายยาทั่วไปทำให้ประชาชนทั่วไปหาซื้อได้โดยง่าย ยาที่จำหน่ายในท้องตลาดมีส่วนผสมของกัญชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของตำรับยาในขณะนั้น หลายบริษัทก็ได้ผลิตยาจากกัญชาจำหน่ายในเวลานั้นด้วยเช่นกัน เช่น Elly Lily, Parke-Davis, Squibb, Tildens, Smith Brothers

ต่อมา นายแพทย์เจ รัสเชล เรโนลส์ แพทย์ประจำราชสำนักอังกฤษได้บันทึกประสบการณ์การใช้กัญชารักษาโรคในช่วง 30 ปีของตน ตีพิมพ์ในวารสารแลนเซต ปีค.ศ. 1890 หรือเมื่อเกือบ 130 ปี มาแล้ว โดยได้บรรยายการใช้กัญชารักษาโรคต่างๆในรูปแบบทิงเจอร์ขนาด 15 – 20 มิลลิกรัม พบว่าได้ผลดีในโรคต่อไปนี้ 

ความผิดปกติทางจิตใจ ได้แก่อาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ภาวะซึมเศร้าโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ความเจ็บปวดและอาการชา ได้แก่อาการปวดทุกชนิด โดยเฉพาะอาการปวดจากระบบประสาท อาการปวดเรื้อรัง ปวดหัวไมเกรน ปวดข้อ อาการชาแขนขา ปวดประจำเดือน โรคกล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง อาการชักบางชนิด กล้ามเนื้อขาเป็นตะคริวเวลากลางคืน 

และสามารถใช้รักษาโรคอื่นๆได้ด้วย เช่น หอบหืด แต่การใช้กัญชาทางการแพทย์ก็ต้องหยุดหายไป เมื่อสหรัฐอเมริกาออกกฎหมายจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติด ให้ถอดถอนกัญชาออกจากเภสัชตำรับตั้งแต่ทศวรรษที่1940s และผลักดันให้สหประชาชาติมีมติให้ประเทศสมาชิกทำเช่นเดียวกันในการประชุม Single Convention เมื่อปี ค.ศ.1961

กัญชาเคยถูกบรรจุอยู่ในตำรับยาของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยระบุว่ากัญชามีสรรพคุณรักษาโรคต่อไปนี้ได้เช่นโรคปวดเส้นประสาท โรคเก๊าท์ รูมาตอยด์ บาดทะยัก โรคกลัวน้ำ อหิวาตกโรค โรคลมชัก การเคลื่อนไหวผิดปกติจากระบบประสาท บุคลิกภาพผิดปกติ ซึมเศร้า ภาวะถอนพิษสุรา จิตเภท และเลือดออกจากมดลูก 

ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการวิจัยถึงประโยชน์ของกัญชาพบว่ากัญชามีประโยชน์ในการรักษาอาการบางโรคได้จริงแต่บางโรคยังสรุปไม่ได้ว่ากัญชามีประโยชน์ในการรักษาหรือไม่ การใช้กัญชาทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบน้ำมันกัญชา สเปรย์กัญชา หรือสารสกัดกัญชาในรูปแบบอื่น ยังต้องมีการศึกษาถึงประโยชน์และโทษภัยรวมถึงผลข้างเคียงจากการใช้กัญชาเพิ่มเติมอีกมาก

ดังนั้นประชาชนทั่วไปไม่ควรใช้กัญชาโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และการใช้กัญชาทุกครั้งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ที่จะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :