thansettakij
thansettakij
นักลงทุนยังเชื่อมั่นลงทุนปี 63 ยอดขอขยาย-ตั้งโรงงานใหม่กว่า 3.3 พันแห่ง มูลค่าลงทุน 3.2 แสนล้าน

นักลงทุนยังเชื่อมั่นลงทุนปี 63 ยอดขอขยาย-ตั้งโรงงานใหม่กว่า 3.3 พันแห่ง มูลค่าลงทุน 3.2 แสนล้าน

13 ม.ค. 64 | 06:08 น.

กระทรวงอุตสาหกรรมเผย ปี 2563 การลงทุนขยายและตั้งโรงงานใหม่ยังมีต่อเนื่อง แม้จะเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 มียอดรวม 3,332 แห่ง เกิดการลงทุน 3.24 แสนล้านบาท สมุทรปราการแชม์ปขอเปิดกิจการมากที่สุด อุตฯอาหารลงทุน-จ้างงานสูงสุด

 

ปี 2563 ประเทศไทยและทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากพิษภัยโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจ การค้าการส่งออก และกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงถ้วนหน้า แต่หากดูจากสถิติการขอประกอบกิจการใหม่และ การขยายกิจการโรงงาน การแจ้งเริ่มประกอบกิจการ และการแจ้งเริ่มส่วนขยายกิจการ ก็ยังสะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์การแพร่าระบาดไวรัสโควิด-19 ก็ตาม 

 

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปี 2563 มีจำนวนกิจการโรงงานที่ขอประกอบกิจการทั้งหมด 2,635 โรงงาน มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 1.72 แสนล้านบาท และมีการจ้างงานจำนวน 87,096 คน โดยเป็นกิจการที่ขอเริ่มกิจการจำนวน 2,296 โรงงาน คิดเป็น 87% ของจำนวนโรงงานทั้งหมดที่ขอประกอบกิจการ ก่อให้เกิดมูลค่าเงินลงทุน 1.44 แสนล้านบาท และการจ้างงานจำนวน 74,384 คน 

 

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุน และการจ้างงานสูงสุด โดยถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการใช้วัตถุดิบภายในประเทศอย่างสินค้าเกษตรค่อนข้างสูง อีกทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานเข้มข้นจึงเป็นอุตสาห กรรมสำคัญที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศหรือจีดีพี (GDP) โดยอุตสาหกรรมอาหารมีสัดส่วน 14% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ภาคอุตสาหกรรม 

 

“หากพิจารณาในเชิงพื้นที่จะพบว่าจังหวัดสมุทรปราการเป็นจังหวัดที่มีมูลค่าเงินลงทุนจากการขอเริ่มประกอบกิจการโรงงานสูงสุด รองลงมาคือชลบุรีและสมุทรสาคร”

 

แม้ในปี 2563 ภาคอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำให้มีจำนวนกิจการที่ขอประกอบกิจการลดลงกว่าปีก่อน 6.3% แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนกิจการที่ขออนุญาตประกอบกิจการจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนแต่เป็นการลดลงที่น้อยกว่าในปี 2562 ซึ่งมีการขอประกอบกิจการจำนวน 2,811 โรงงาน ลดลง 15.3% เมื่อเทียบจากปี 2561 เนื่องจากทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน

นอกจากนี้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรมจากกิจการโรงงานเดิมที่มีการขอขยายกิจการในปี 2563 มีจำนวน 687 โรงงาน ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุน 1.51 แสนล้านบาท และการจ้างงานจำนวน 99,383 คน ซึ่งเมื่อสิ้นสุดปี 2563 มีกิจการที่ขอเริ่มส่วนขยายกิจการโรงงานจริงจำนวน 509 โรงงาน มีมูลค่าเงินลงทุน 1.13 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 75% ของมูลค่าเงินลงทุนที่มาขออนุญาต จึงทำให้ในภาพรวมภาคอุตสาหกรรมมีมูลค่าการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงจากการประกอบและขยายกิจการโรงงาน 2.57 แสนล้านบาท

 

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อมูลข้างต้นของ “ฐานเศรษฐกิจ”  พบว่า การขอประกอบกิจการโรงงานปี 2563 ที่มีมูลค่าเงินลงทุน 172,770 ล้านบาท จากปี 2562 มีมูลค่าเงินลงทุน 297,440 ล้านบาท หรือลดลงกว่า 124,670 ล้านบาท ส่วนการขอขยายกิจการมีเงินลงทุน 151,412 ล้านบาท จากปี 2562 มีเงินลงทุน 175,439 ล้านบาท หรือลดลง 24,027 ล้านบาท ส่วนการแจ้งเริ่มประกอบกิจการมีเงินลงทุน 144,188 ล้านบาท จากปี 2562 การแจ้งเริ่มประกอบกิจการมีเงินลงทุน 207,285 ล้านบาท  หรือลดลง 63,097 ล้านบาท และการแจ้งเริ่มส่วนขยายกิจการ มีเงินลงทุน 113,165 ล้านบาท จากปี 2562 การแจ้งเริ่มส่วนขยายกิจการมีเงินลงทุน 128,092 ล้านบาท หรือลดลง 14,927 ล้านบาท ซึ่งหากรวมยอดการขอประกอบการกิจการใหม่และขยายกิจการ ในปี 2563 มีจำนวน 3,332 แห่ง เกิดมูลค่าการลงทุนรวม 3.24 แสนล้านบาท

สถืติโรงงานที่สำคัญ

 

ทั้งนี้ในภาพรวมสินค้าที่ยังมีการขยายการลงทุน และยังส่งออกได้เพิ่มขึ้นในปี 2563 ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็นในช่วงสถานการณ์โควิด อาทิ ถุงมือยาง เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ ทูน่ากระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง และเครื่องคอม พิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับ work from home ส่วนที่ได้รับผลกระทบในแง่ลบส่งออกได้ลดลงอาทิ รถยนต์และชิ้นส่วน อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม กระเป๋าเดินทาง เป็นต้น 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอดตั้ง-ขยายโรงงาน ปี 62 พุ่ง 4.8 แสนล.

 

หน้า 9 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,644 วันที่ 14 - 16 มกราคม พ.ศ. 2564