โลกผวายางขาด ดันราคาพุ่ง 60-80 บาท/กก.

08 ธ.ค. 2563 เวลา 4:05 น. 27.5k

บิ๊กค้ายางฟันธง ราคาเดือน ธ.ค. ดีต่อเนื่องครึ่งปี64 ไม่ตํ่า 60-80 บาทต่อกิโลฯ ชี้ปัจจัยบวกอื้อ ทั้งเอลนีโญทำให้ฝนตกชุก อุตฯยางล้อรถโลก ผวาของขาดเร่งซื้อตุน “ผู้ดี” ตีแผ่ยางธรรมชาติรักษ์โลกเหนือยางไนไตร

สถานการณ์ราคายางพาราในรอบ 11 เดือน ที่ผ่านมาของปี 2563 ยังมีความผันผวนในทิศทางที่หวือหวา ปรับขึ้น-ลงเร็ว ชนิดที่เรียกว่าผู้ค้ารายใดปรับตัวไม่ทัน มีสิทธิ์ขาดทุนหรือเจ๊งคามือได้ง่ายๆ ล่าสุดราคายางที่เกษตรกรขายได้ ณ ต้นเดือนธันวาคมอยู่ในทิศทางที่ดี ส่วนปี 2564 ที่กำลังจะมาถึงผู้ค้ายางฟันธงราคาช่วงต้นปีจะยังดีต่อเนื่อง

 

 

วรเทพ วงศาสุทธิกุล

 

นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล ประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (บมจ.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” โดยคาดว่าราคายางจะยังอยูในทิศทางที่ดี โดยมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์ว่าประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้นับแต่นี้ไปจนถึงเดือนเมษายน 2564 จะยังมีฝนตกชุกเหมือนปี 2561 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการกรีดยาง (ที่เวลานี้แรงงานต่างด้าวยังเข้ามาไม่ได้จากโควิด)และจะทำให้มีผลผลิตยางที่ลดลง

 

 

“เวลานี้ผู้ประกอบการยางล้อรถยนต์รายใหญ่ที่เป็นผู้ใช้วัตถุดิบหลัก ก็เดาออกว่าถ้าฝนตกไปถึงเดือนเมษายนจะทำอย่างไร ช่วงนี้จึงมีความต้องการของตลาดเข้ามามาก จากเร่งซื้อตุน เพราะถ้าไม่ซื้อไว้ อาจจะไม่ของ จึงประเมินว่าราคายางจะยังดีต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 ปีหน้า ก่อนยางจะผลัดใบ”


โลกผวายางขาด ดันราคาพุ่ง 60-80 บาท/กก.

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ นักวิจัยจากมาเลเซียได้วิเคราะห์อนาคตยางพาราว่า เทรนด์การใช้นํ้ายางพาราธรรมชาติจะกลับมาแรง และโอกาสจะกลับมาที่ประเทศไทยกับเวียดนาม ที่เป็นประเทศปลูกยางรายใหญ่ ประกอบมีกระแสตอกยํ้าช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทุกคนตามหาถุงมือยางสังเคราะห์ (ไนไตร) จนทำให้ขาดแคลน ส่งผลทำให้ราคาสูงกว่าถุงมือยางธรรมชาติ 3-4 เท่า แต่ขณะนี้ประเทศอังกฤษก็มีการพูดออกมาแล้วว่าถุงมือยางไนไตร จะเป็นปัญหาเรื่องขยะฝังอยู่ในดิน 100 ปี ก็ไม่ย่อยสลาย แต่ยางธรรมชาติจะย่อยสลายดีกว่

 

โลกผวายางขาด ดันราคาพุ่ง 60-80 บาท/กก.

 

นายวรเทพ กล่าวถึงข้อครหาจากหลายฝ่ายว่าผู้ค้ายางพารา 5 รายใหญ่ (ที่ถูกตั้งฉายาว่า 5 เสือยาง) เป็นคนทุบราคาว่า ผู้ประกอบการทำธุรกิจตามกลไกตลาด ทำหน้าที่เป็นคนกลางซื้อแพงก็ขายแพง ซื้อถูกก็ขายถูก เพราะเก็งกำไรอันตราย บางทีหมดตัวได้ ขณะที่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจุบันมีตลาดเงิน/กองทุนต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องในการเก็งกำไรยางในตลาดล่วงหน้าเป็นจำนวนมาก และมีเม็ดเงินมหาศาล ในส่วนของผู้ค้า 5 รายใหญ่ไม่สามารถคุม ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้

กรกฏ กิตติพล

 

 

สอดคล้องกับ นายกรกฏ กิตติพล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายตลาดต่างประเทศ บมจ.ไทยฮั้วยางพารากล่าวว่า ราคายางที่ปรับขึ้นมาเวลานี้ เพราะภาคใต้มีฝนตกยาว ประกอบกับสวนยางหลายพื้นที่เกิดโรคใบร่วง ทำให้ผลผลิตมีน้อย ไม่ใช่ซื้อยางได้ทุกวัน ช่วงนี้มีความต้องการจากคู่ค้าที่ต้องการวางแผนสต๊อกยางไว้ปีหน้า ประกอบกับตอนนี้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเรือที่ต้องรอ ชิปปิ้ง ตู้คอนเทนเนอร์ ขาด ผู้ซื้อต้องมองไปไกล นี่เป็นความต้องการพิเศษต่างจากอดีต คนที่จะสต๊อกมองว่าเมื่อไรก็มียาง ส่งได้ทันที อาจจะสต๊อกแค่ 2-3 สัปดาห์ แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนเป็นเดือน เพื่อวางแผนในการส่งมอบยาง

 

“วันนี้ราคาเริ่มโงหัวกลับมาขึ้นมาได้ เพราะอยู่ในช่วงของความเป็นจริง ของขาดจริงมองว่าราคายางตั้งแต่วันนี้คาดจะอยู่ในช่วง 60-80 บาทต่อกิโลกรัม”

 

โลกผวายางขาด ดันราคาพุ่ง 60-80 บาท/กก.

 

 นายกรกฏ กล่าวยํ้าว่า ราคายางขึ้น-ลง ปัจจัยที่มีผลกระทบมาจาก ความต้องการและผลผลิตเรื่องภัยธรรมชาติ เรื่องเศรษฐกิจ ตลาด และกองทุนเก็งกำไร ที่จะไปสะท้อนในตัวราคาที่ไปผูกกับตลาดยางล่วงหน้า (โตคอม/ไซคอม/เซี่ยงไฮ้)

 

 

ด้าน ดร.มนต์ชัย พินิจจิตรสมุทร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ตลาดล่วงหน้ามีขนาดใหญ่มากวันหนึ่งเทรด (ซื้อขาย) มากกว่าไทยขายยางทั้งปีกว่า 300 เท่า คนที่อยู่ในตลาดเป็นคนที่อยู่ในธุรกิจยางส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ 98-99% เป็นกองทุนสถาบันการเงิน กองทุนระดับโลก

 

โลกผวายางขาด ดันราคาพุ่ง 60-80 บาท/กก.

 

 “ดังนั้นการที่บอกว่า 5 เสือมีบทบาทจะชี้นำราคาล่วงหน้าหรือไม่ผมว่าไม่อย่าว่าแต่ 5 เสือเลยไทยทั้งประเทศก็ยังทำไม่ได้”

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ถุงมือยาง” ไทยพลาดโอกาสทองแทน “มาเลย์”

จี้รัฐสอบภาษี 10 ปี ย้อนหลัง ดัดหลัง 5 เสือยาง

 

หน้า 1 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,633 วันที่ 6-9 ธันวาคม พ.ศ.2563