เครือข่ายสื่อฯ หนุนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ตรวจสอบ CPควบโลตัสกินรวบค้าปลีก

02 ธ.ค. 2563 เวลา 10:11 น. 262

“เครือข่ายสื่อฯ”  ออกโรงหนุน "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เป็นหัวหอกตรวจทุนยักษ์กินรวบค้าปลีก หลังกขค. ไฟเขียว CP ควบรวมเทสโก้ โลตัส

หลังจากที่คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า(กขค.) กระทรวงพาณิชย์ มีมติเสียงส่วนใหญ่ เห็นชอบการอนุมัติการควบรวมธุรกิจระหว่าง บริษัท ซี.พี.รีเทล ดีเวลลอปเม้น จำกัด ในกลุ่ม ซี.พี. กับ บริษัท เทสโก้ สโตร์ (ประเทศไทย) เจ้าของธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง Tesco Lotus กว่า 2,100 สาขา ซึ่งถือเป็นการควบรวมธุรกิจ ระหว่างยักษ์ค้าปลีกค้าส่งเบอร์ 1 ของเมืองไทย  เพราะกลุ่ม ซี.พี.มีธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง อาทิ ห้างแมคโคร และ 7-eleven คอนวีเนียน สโตร์อันดับ 1 ของประเทศที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 52%

 

เมื่อได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการควบรวมธุรกิจกับ เทสโก้ โลตัส ซึ่งเป็นเบอร์ 2 ของตลาดที่มีส่วนแบ่ง 17% จึงทำให้ภายหลังการควบรวมธุรกิจดังกล่าว ทางกลุ่ม ซี.พี. จะเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดยิ่งขึ้นไปอีก โดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 70% ของตลาดค้าปลีก ค้าส่ง และคอนวิเนียนสโตร์ในเมืองไทย

  เครือข่ายสื่อฯ หนุนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ตรวจสอบ CPควบโลตัสกินรวบค้าปลีก

นายพิทยา พรโพธิ์ รองประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ส.ท.ช.) พร้อมด้วยกรรมการ ส.ท.ช. ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยมีนายพชร แกล้วกล้า ผู้ช่วยเลขาธิการ มูลนิธิฯเป็นตัวแทนรับมอบฯทั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้มูลนิธิฯ เป็นหัวหอกในการตรวจสอบกรณีกลุ่มทุนยักษ์ที่กำลังรุกคืบกินรวบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของประเทศอยู่ในเวลานี้

 

แม้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า จะตั้งเงื่อนไขและเงื่อนเวลาที่กำหนด ให้ธุรกิจค้าปลีกที่ขออนุมัติควบรวมกิจการในครั้งนี้ จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่ คณะกรรมการกำหนดไว้ 7 ข้อ แต่กระนั้นสังคม ก็ยังมีความเคลือบแคลงใจ และยังไม่มั่นใจว่า เงื่อนไข และเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ จะเป็นแนวทางป้องกันการผูกขาดและใช้อำนาจเหนือตลาดได้มากน้อยแค่ไหน เพราะตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ที่เมื่อประกาศให้ธุรกิจใด เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดดูจากมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% และมียอดขายมากกว่า 1,000 ล้านบาท

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ก้าวต่อไปหลังไฟเขียว “ซีพี”ควบ “เทสโก้โลตัส”

“ครป.” วอนรัฐทบทวนซีพีควบรวมเทสโก้โลตัส่ หวั่นผูกขาดทางการตลาด

เปิดอาณาจักรค้าปลีก 2 เจ้าสัว “ธนินท์-เจริญ”
ค้าปลีกเดือด “ธนินท์-เจริญ” เปิดศึก สาดสงครามราคา-โชห่วยกระอัก

 

คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า และสำนักงานจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์ ที่เป็นคู่มือปฏิบัติให้ธุรกิจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด การที่กลุ่มทุน ซี.พี. ยังคงสามารถรุกคืบดำเนินการควบรวมกับธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในระนาบเดียวกันได้อีก จึงย่อมทำให้สังคมมีความเคลือบแคลงในการทำหน้าที่ของ คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าว่า ได้ทำหน้าที่กำกับดูแล ให้ตลาดมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมเพียงพอหรือไม่ และมีการใช้อำนาจหน้าที่ ที่เป็นคุณหรือเพื่อประโยชน์ให้แก่ทุนยักษ์หรือไม่

 

รวมทั้งผลพวงจากการอนุมัติควบรวมธุรกิจในครั้งนี้ จะยังประโยชน์แก่ประชาชนมากน้อยแค่ไหน หรือจะทำให้ประชาชนสูญเสียประโยชน์อย่างที่หลายฝ่าย แสดงความห่วงใย ซึ่งล่าสุดนั้น ทางคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ สภาผู้แทนฯ ก็ได้ออกโรงเข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอีกทางหนึ่งแล้ว

เครือข่ายสื่อฯ หนุนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ตรวจสอบ CPควบโลตัสกินรวบค้าปลีก

อย่างไรก็ตามการ การที่ ส.ท.ช. ได้มายื่นหนังสือต่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคในครั้งนี้ เพราะเล็งเห็นว่าที่ผ่านมามูลนิธิเพื่อผู้บริโภคมีบทบาทในการเป็นเครื่องมือ และกลไกในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ในการกำกับดูแลเพื่อสาธารณะประโยชน์ และผลประโยชน์ของผู้บริโภคมาโดยตลอด โดยเฉพาะคุณสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้รักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนอย่างแท้จริง มีชื่อเสียงด้านการต่อสู้เพื่อประชาชนมาอย่างยาวนาน ในฐานะที่เราเป็นสื่อมวลชนแขนงหนึ่ง จึงอดไม่ได้ที่อยากเห็นมูลนิธิ จะได้แสดงบทบาท และเป็นหัวหอกในการต่อสู้เพื่อประโยชน์ของประชาชนในครั้งนี้

 

ส.ท.ช.เป็นองค์กรในภาคประชาชน จึงยื่นหนังสือเพื่อขอให้ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้เป็นหัวหอกในการตรวจสอบกรณีการอนุมัติให้ควบรวมธุรกิจระหว่างยักษ์ค้าปลีกและค้าส่ง จนกลายเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดมากขึ้นไปอีกในครั้งนี้  เพราะเชื่อว่า ผลพวงจากการมีอำนาจผูกขาดเหนือตลาดดังกล่าว ย่อมจะส่งผลกระทบทั้งต่อผู้ค้าปลีกในระดับเดียวกัน ตลอดจนผู้ผลิต supplier ค้าส่ง รวมทั้งประชาชนผู้บริโภคโดยส่วนรวม”

 

“เครือข่าย ส. ท. ช. ต้องการเห็นบทบาทมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคในการแสดงท่าทีและจุดยืนที่ชัดเจน ต่อกรณีดังกล่าว และหาก "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค" จะมีท่าทีหรือการเคลื่อนไหวใดๆ ต่อจากนี้ไป ทางส.ท.ช.ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุน และเผยแพร่ข่าวสารในวงกว้าง เพื่อประโยชน์ของประชาชนผู้บริโภคอย่างแท้จริง”