
สตาร์ตอัพขาดสภาพคล่อง 6 เดือนเม็ดเงินลงทุนหาย
ผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 สร้างผลกระทบเม็ดเงินลงทุนในกลุ่มสตาร์ตอัพเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการสตาร์ตอัพทั้งรายเล็กรายใหญ่ เริ่มขาดสภาพคล่อง เนื่องจากไม่มีเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศเข้ามา ขณะที่กองทุนในประเทศก็ระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น
นายณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท อุ๊คบี จำกัด (Ookbee) และผู้จัดการกองทุน 500 TukTuks เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการลงทุนในกลุ่มสตาร์ตอัพ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยการลงทุนส่วนใหญ่ จะเป็นการลงทุนซํ้าในสตาร์ตอัพรายเดิม ขณะเดียวกันวิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบให้สตาร์ตอัพหลายราย ที่เริ่มประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง เนื่องจากไม่มีนักลงทุนต่างประเทศจากต่างประเทศเข้ามา ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศไม่ดี ทำให้กองทุน หรือนักลงทุนในประเทศระมัดระวังตัวการลงทุนมากขึ้น ทั้งนี้สตาร์ตอัพหลายรายที่ได้รับผลกระทบมากๆ ต้องมีการปรับลดคน หรือปรับโมเดลธุรกิจไป เพราะจำเป็นที่จะต้องปรับตัวเพื่อให้ผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ก่อน
“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นสตาร์ตอัพที่ได้รับผลกระทบส่วนมากจะเป็นสตาร์ตอัพในกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งการลงทุนในสตาร์ตอัพที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวก็จะเป็นนักลงทุนเดิมที่ช่วยเหลือให้ผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปก่อน แต่นักลงทุนใหม่หรือนักลงทุนที่กำลังมองหาบริษัทใหม่ๆ ก็ยังชะลอตัวเพื่อดูว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชง 5 แนวทางกู้วิกฤติโควิดให้“สตาร์ตอัพ”
คลัง-ธปท.ตั้งรับ สู้วิกฤติโควิดรอบ2
ธปท. ฟันธง เศรษฐกิจไทย พ้นจุดต่ำสุดแล้ว
สำหรับกลุ่มนักลงทุนนั้นนักลงทุนรายใหม่ที่ยังไม่เคยลงทุนในสตาร์ตอัพมาก่อน จะติดปัญหาเรื่องการเข้ามาตรวจสอบวิเคราะห์สถานะและประเมินทรัพย์สิน (Due Diligence) ถ้านักลงทุนเหล่านั้นไม่ได้มีพนักงานหรือออฟฟิศอยู่ในเมืองไทย ทำให้ดิวต่างๆ ก็จะล่าช้าออกไป ทำได้แค่การพูดคุยผ่านทางออนไลน์ ซึ่งโดยปกติแล้วดิวใหญ่ๆ ก็จะทำให้เกิดความล่าช้า
นางสาวอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด กล่าวว่าภาพรวมการลงทุนสตาร์ตอัพช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาภายใต้วิกฤตโควิดนั้นชะลอตัวลง โดยการลงทุนสตาร์ตอัพรายเล็กรายย่อยลดลง เนื่องจากนักลงทุนในประเทศระมัดระวังการลงทุน อย่างไรก็ตามเม็ดเงินการลงทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจาก มีดิวใหญ่ คือ SYNQA (ที่เปลี่ยนชื่อมาจาก Omise) ได้รับการะดมทุนระดับซีรีส์ C มูลค่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 320 ล้านบาท
“สตาร์ตอัพ ได้รับผลกระทบเยอะ โดยรายที่ไม่ได้รับเงินทุนสนับสนุน หรือขาดสภาพคล่อง ก็ใช้สินทรัพย์เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
ด้านแหล่งข่าวจากวงการสตาร์ตอัพรายหนึ่ง กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนสตาร์ตอัพปีนี้น่าจะลดลง 30% เนื่องจากนักลงทุนค่อนข้างระมัดระวัง ขณะที่บริษัทที่มีกองทุนลงทุนสตาร์ตอัพ มุ่งเน้นการลงทุนเพื่อเกื้อหนุนกับธุรกิจของตัวเอง
ทั้งนี้มองว่าการลงทุนครึ่งปีหลัง ภายหลังสถาณการณ์โควิด สตาร์ตอัพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 5G, AI อี-คอมเมิร์ซ เมดิคัลเทค ฟู้ดเทค การเงิน รวมถึงสมาร์ทซิตี้ จะดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนและเชื่อว่ากลุ่มเทเลเมดิซีนกับเอ็ดดูเคชั่นเทค อาจแจ้งเกิดเติบโตเป็นยูนิคอร์นของไทยในอนาคต ขณะที่สตาร์ตอัพที่ผ่านพ้นวิกฤตจะได้รับการดึงดูดจากนักลงทุน เนื่องจากมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
หน้า 2 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,591 วันที่ 12 - 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563










