
คู่มือเปิดร้านอาหาร-ร้านเครื่องดื่ม-รถเข็น-หาบแร่ ตามมาตรการผ่อนปรนศบค.
คู่มือเปิดร้านอาหาร-ร้านเครื่องดื่ม-รถเข็น-หาบแร่ มาตรการผ่อนปรนของศบค. ตั้งแต่การเตรียมสถานที่ การให้บริการ การทำความสะอาด รวมไปถึงการประเมินผล
ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้างสรรพสินค้า) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และ ร้านสะดวกซื้อ เป็นหนึ่งในกลุ่มกิจการและกิจกรรมที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีมาตรการผ่อนปรนให้กลับมาเปิดดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2563
โดยศบค.ได้ออกคู่มือการปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมหลักและมาตรการเสริม ให้ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้างสรรพสินค้า) ร้านอาหารริมทาง/รถเข็น/หาบเร่ ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อ ดำเนินการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดังนี้
แนวทางการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมหลักและมาตรการเสริมสำหรับพื้นที่
ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้างสรรพสินค้า) ร้านอาหารริมทาง/รถเข็น/หาบเร่/ ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อในบริเวณพื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหาร (ไม่รวมถึงสถานบริการ ผับ บาร์) ให้เปิดกิจการเฉพาะสถานที่จำหน่ายอาหาร เป็นร้านอาหารทั่วไปขนาดไม่เกินสองคูหา ทั้งนี้ต้องมีพื้นที่จำหน่ายอาหารไม่เกิน 200 ตารางเมตร และมีการระบายอากาศเพียงพอ (ตามกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561) และ
• งดเว้นบริการที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกันที่ไม่สามารถทำความสะอาดทันทีหลังการใช้งานของลูกค้าแต่ละคนได้ เช่น อุปกรณ์คีบจับอาหาร ทั้งนี้ เปิดให้บริการเฉพาะสั่งทาน ไม่รวมบุฟเฟ่ต์ หรือถือภาชนะตักอาหารเอง
• งดเว้นร้านอาหารที่มีการระบายอากาศที่ไม่เพียงพอ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 39 (พ.ศ. 2537)ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้แก่ ร้านอาหารที่เปิด เครื่องปรับอากาศ โดยไม่มีพัดลมระบายอากาศ หรือ ร้านอาหารในอาคารที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ปิด
• งดให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสถานที่จำหน่ายอาหาร
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข้อกำหนดพรก.ฉุกเฉิน ผ่อนคลาย “ล็อกดาวน์”ธุรกิจ-กิจกรรม
ประกาศศบค.แนวปฎิบัติสำหรับผู้ประกอบการหลังผ่อนปรนมาตรการ
เช็กคำสั่ง ผ่อนคลายล็อกดาน์ ธุรกิจ-กิจกรรมต่างๆตามพรก.ฉุกเฉิน
แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ
1. การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ป้องกันโรค
1.1 ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และสามารถให้บริการ
ได้ทุกวันอย่างเพียงพอ
1.2 จัดให้มีการระบายอากาศที่เพียงพอ กรณีร้านอาหารที่ติดเครื่องปรับอากาศ อาจพิจารณาให้มี
ช่องทางระบายอากาศ หรือใช้พัดลมระบายอากาศ เพื่อการหมุนเวียนอากาศที่เพียงพอ
เว้นแต่งดการใช้เครื่องปรับอากาศ
1.3 จัดพื้นที่รอคิวรับอาหารแยกจากส่วนนั่งรับประทานอาหาร และมีระยะห่างระหว่างบุคคล
อย่างน้อย 1 เมตร
1.4 จัดให้มีระยะห่างระหว่างโต๊ะ และระหว่างที่นั่ง รวมถึงระยะห่างระหว่างการเดิน อย่างน้อย ๑
เมตร โดยจัดให้ไม่นั่งตรงข้ามกัน ไม่พูดคุยเสียงดัง หรือหัวเราะเสียงดัง
1.5 พิจารณาจัดทำฉากกั้น ระหว่างผู้รับประทานอาหาร
1.6 ทำสัญลักษณ์เว้นระยะห่างของจุดบริการ เช่น จุดบริการชำระเงิน จุดบริการสั่งอาหาร
1.7 พื้นที่ปรุงอาหารให้มีการแยกภาชนะ อุปกรณ์ปรุง หรือประกอบอาหาร เช่น เขียง มีด ระหว่างอาหารสุกและอาหารดิบ และไม่ปรุงหรือประกอบอาหารใกล้ห้องน้ำ ห้องส้วม
1.8 จัดเตรียมภาชนะและอุปกรณ์ในการรับประทานส่วนบุคคลให้กับลูกค้า และไม่ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เช่น เครื่องปรุง เกลือป่น ซอสปรุงรสต่าง ๆ เป็นต้น
1.9 จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันโรค เช่น หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า Face Shield ให้พนักงานทุกคน
1.10 อาจจัดให้มีกล้องวงจรปิดเพื่อใช้ในการบันทึกภาพการให้และใช้บริการ รวมทั้งการตักเตือน หากผู้ใช้บริการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
1.11 อาจพิจารณาให้มีระบบจองคิวออนไลน์หรือจองคิวหน้าร้าน โดยกำหนดเวลาในการเข้าบริการ อย่างชัดเจน รวมทั้งการชำระเงินค่าบริการผ่านระบบออนไลน์ หรือ QR code ผ่าน แอปพลิเคชั่น
2. การเตรียมความพร้อมในการให้บริการ
2.1 มาตรการคัดกรองอาการป่วย
(1) ก่อนเปิดให้บริการทุกวัน ให้มีการตรวจคัดกรองอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด
สำหรับพนักงานทุกคน โดยอาจตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพนักงานทุกคนก่อนเข้าทำงาน
ทุกครั้ง และให้มีแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการดูแล หรือส่งต่อผู้ที่มีอาการป่วยไปสถานพยาบาล เช่น
- กรณีพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้หยุดงาน และสังเกตอาการตนเองที่บ้าน
- กรณีที่พบผู้ปรุงอาหาร พนักงานบริการป่วยด้วยอาการทางเดินหายใจ ให้งดปฏิบัติงานจนกว่าอาการดีขึ้น
(2) จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งมาตรการป้องกันควบคุมโรคภายในร้าน ให้ผู้ใช้บริการทราบ
(3) จัดให้มีการคัดกรองอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด สำหรับผู้ใช้บริการก่อนเข้าร้าน
(4) อาจพิจารณาจัดทำทะเบียนบันทึกผู้มีอาการป่วย ประกอบมาตรการฯ สำหรับพนักงานและผู้ใช้บริการ และอาจเพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่มาใช้ได้ตามความเหมาะสม หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานในบางพื้นที่ได้ เช่น การใช้แอปพลิเคชั่นสำหรับการลงทะเบียนและเป็นคู่มือการปฏิบัติ
2.2 มาตรการในการป้องกันโรค
(1) พิจารณาจัดให้มีการเหลื่อมเวลาการให้บริการ ด้วยระบบคิว เพื่อลดความแออัด รวมทั้งลดเวลาในการให้บริการให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน
(2) จัดหากระดาษหรือมุมไว้ยังจุดสั่ง-การสั่งอาหารตามสั่งเพื่อลดการสัมผัสจากการพูดคุยโดยตรง
(3) หากชำระด้วยเงินสด ต้องไม่สัมผัสมือโดยตรง เช่น การมีถาดรับเงินหรือบัตรเครดิต หรือต้องพ่นแอลกอฮอล์ในการทอนเงินให้ผู้ใช้บริการทุกครั้ง โดยที่พนักงานรับเงินต้องสวมถุงมืออยู่ตลอดเวลา และต้องมีการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง
(4) พนักงานบริการทุกคน ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ระหว่างรับรายการอาหารและล้างมือทุกครั้งก่อนออกไปเสิร์ฟอาหาร รวมทั้งไม่ตะโกน เปิดหรือจับหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และไม่ควรสัมผัสผู้ใช้บริการ โดยรักษาระยะห่างระหว่างผู้ใช้บริการ อย่าง น้อย 1 - 2 เมตร และยืนห่างจากพนักงานคนอื่นอย่างน้อย 1 - 2 เมตร
(5) ผู้ปรุงอาหารทุกคน ให้สวมผ้ากันเปื้อน หมวกคลุมผมตลอดการทำอาหาร รวมทั้งพิจารณาสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ป้องกันละอองฝอยน้ำลายใส่อาหาร และให้ล้างมือทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร รวมทั้งทำความสะอาดครัวอยู่เสมอ
(6) ผู้สัมผัสอาหารที่มีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด หลีกเลี่ยงการปฏิบัติงานที่ต้องสัมผัสอาหารโดยตรง ถ้าไม่สามารถหยุดปฏิบัติงานได้ ควรเลี่ยงไปปฏิบัติงานหน้าที่อื่นแทนจนกว่าบาดแผลจะหายสนิท จึงกลับมาปฏิบัติงานตามปกติ
(7) พิจารณาให้บริการเมนูปรุงสุกเป็นชุดสำหรับรับประทานคนเดียว และให้บริการอาหารที่สะอาดปลอดภัย
(8) ร้านอาหารอาจพิจารณางดให้บริการ กรณีพบผู้ใช้บริการที่ไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค หรือมีอาการป่วยจากการคัดกรองก่อนเข้าร้านอาหาร
(9) สื่อสาร/ประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่พนักงานและผู้รับบริการ และอบรมพนักงานเรื่องมาตรการและความรู้ในการสังเกตตนเอง
2.3 มาตรการทำความสะอาด
(1) ทำความสะอาดเมนู ที่ใส่เงินทอนและพื้นที่จุดร่วมสัมผัส เช่น ประตู ลูกบิด ระหว่างเปิดบริการ รวมทั้งทำความสะอาดห้องน้ำ อยู่เสมอ
(2) จัดบริการอ่างล้างมือพร้อมสบู่ หรือ ไม่ต่ำกว่า 70% เจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ ไว้ยังจุดสั่ง-รับอาหาร
(3) ล้างหรือเช็ดอุปกรณ์ด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งที่ให้บริการลูกค้าแต่ละราย
(4) ดูแลสถานที่ปรุงประกอบอาหาร บริเวณพื้น โต๊ะที่นั่ง บริเวณที่รับประทานอาหารให้สะอาดอยู่เสมอโดยทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรท์(น้ำยาฟอกขาว) 0.1% ทุกวันก่อนปิดร้าน
(5) จัดให้มีถังขยะใส่ถุงรองรับกระดาษชำระใช้แล้วในทุกโต๊ะ และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน
(6) หากพบว่าผู้ปฏิบัติงานในร้าน เป็นผู้ป่วยยืนยัน หรือมีข้อมูลบ่งชี้ว่าร้านอาจเป็นจุดแพร่เชื้อได้ ให้เจ้าของร้านปิดร้านตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พร้อมทั้งทำความสะอาดสถานที่ และดำเนินการตามประกาศของกรมควบคุมโรค
แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้บริการ
1. การเตรียมตัวก่อนใช้บริการ
1.1 หากผู้ใช้บริการมีอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด ให้งดการไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร
1.2 ควรพิจารณาจองคิวล่วงหน้า ด้วยระบบออนไลน์ โทรศัพท์ หรือจองคิวหน้าร้าน และควรเว้น ช่วงที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก
1.3 ควรงดไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารเป็นกลุ่ม เพื่อลดการพูดคุย
2. ระหว่างและหลังการใช้บริการ
2.1 ควรตรวจสอบความสะอาดของสถานที่ ภาชนะ การจัดที่นั่ง ก่อนนั่งรับประทานอาหาร
เพื่อให้ใช้บริการได้อย่างปลอดภัย
2.2 ระหว่างรอคิวและชำระเงิน ให้เว้นระยะห่างตามจุดหรือสัญลักษณ์ที่ร้านอาหารกำหนด
2.3 ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าอยู่เสมอ ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร
2.4 ให้ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร
2.5 ควรพูดโดยใช้ระดับเสียงปกติ ไม่ควรตะโกนหรือเปิดหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ในขณะอยู่ในร้านอาหาร และเลี่ยงไอ จาม ใกล้ผู้อื่น ระหว่างนั่งรับประทานอาหารหากมีการไอ หรือจาม ให้ปิด ปาก และจมูกให้สนิท
2.6 ไม่ทิ้งกระดาษชำระใช้แล้วลงในจานอาหารหรือบนโต๊ะ ให้ทิ้งในถังที่จัดไว้เท่านั้น
2.7 ผู้ใช้บริการควรแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากพบว่าการให้บริการไม่เป็นไปตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค ตามแนวทางประชาสัมพันธ์ของจังหวัด
แนวทางการกำกับ ติดตาม ประเมินผล
-หน่วยงานรับผิดชอบกำกับ ติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการ
1. ส่วนกลาง ประกอบด้วย ศบค. มท. กสธ. โดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย จัดทำและเผยแพร่คู่มือการปฏิบัติตามความเหมาะสม
2. ระดับจังหวัด ประกอบด้วย ศปก.จังหวัด และกทม.คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สสจ. อปท.
3. ระดับอำเภอและตำบล ประกอบด้วย ศปก.อำเภอ ศปก.ตำบล และอปท. โดยมีหน้าที่ตรวจกำกับดูแล ร่วมกับ สสอ. อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. รวมทั้งให้ ศปม. จัดกำลังสายตรวจร่วมตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจกำกับดูแลการประกอบการหรือการจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด
4. ชมรม/สมาคมธุรกิจร้านอาหารในพื้นที่
การรายงานผล (วิธีการ เครื่องมือ/ช่องทาง และความถี่)
1. ใช้แอปพลิเคชั่น หรือ ไลน์กลุ่ม เพื่อความรวดเร็วในการรายงาน รวมทั้งการยกตัวอย่าง ภาพประกอบกรณีพบปัญหา เช่น
1.1 การใช้แอปพลิเคชั่นสำหรับการลงทะเบียนติดตามผู้ใช้บริการ
1.2 การใช้ Line Check In
1.3 มีการบันทึกข้อมูล ที่สามารถแสดงรายละเอียดผู้ใช้บริการได้
2. การตรวจร้านอาหาร ทั้งการสุ่มตรวจสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และกรณีแจ้งเหตุจากประชาชนและผู้ประกอบการ หากพบปัญหาให้รายงานผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป โดยแบ่งรายละเอียดการสุ่มตรวจ ดังนี้
2.1 แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน และกำหนดวันลงสุ่มตรวจ เช่น โซน ก, โซน ข, โซน ค เป็นต้น
2.2 จัดทีมลงตรวจ โดยใช้กำลังสายตรวจร่วมของ ศปม.
การแจ้งข้อมูลและประชาสัมพันธ์
1. อาจพิจารณาจัดให้มีการชี้แจงแนวทางการปฏิบัติและการเตรียมความพร้อมของสถานที่ตามมาตรการควบคุมหลักและมาตรการเสริมที่กำหนดโดยพื้นที่ รวมทั้งแนวทางการกำกับติดตาม และให้ผู้ประกอบการยืนยันการปฏิบัติตามมาตรการก่อนเปิดให้บริการ
2. หน่วยงานส่วนกลาง ศบค. จุดบริการร่วม 1111 หรือ เว็บไซต์ 1111 สำนักนายกรัฐมนตรี สายด่วนกรมควบคุมโรค
3. หน่วยงานของท้องถิ่น
4. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
5. หน่วยงานระดับจังหวัด จัดทำระบบรับแจ้งเหตุ ในรูปแบบออนไลน์ โทรศัพท์ หรือวิธีอื่นๆ ทั้งกรณีประชาชนพบการให้บริการของร้านอาหารไม่เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด หรือผู้ประกอบการพบผู้ใช้บริการไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้ประกอบการรับทราบอย่างทั่วถึง






