
พาณิชย์รับ คุมยาก-รั่วไหล งดขายหน้ากากร้านธงฟ้า
พาณิชย์ เตรียมงดขายหน้ากากอนามัยในร้านค้าธงฟ้าและช่องทางค้าปลีกปกติแล้ว แนะประชาชนใช้หน้ากากทางเลือก ชี้ต้องจัดสรรให้บุคลากรการแพทย์เป็นหลักตามความรุนแรงของสถานการณ์ รับที่ผ่านมาจ่ายหน้ากากจ่ายผ่านร้านธงฟ้าพบรั่วไหล
นายสุชาติ สินรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งถึงพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเรื่องการจัดสรรหน้ากากอนามัยให้ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น สาระสำคัญคือให้พาณิชย์จังหวัดตรวจสอบและติดตามสถานการณ์หน้ากากอนามัยอย่างใกล้ชิดหลังมีคำสั่งตามมติคณะอนุกรรมการศูนย์บริหารจัดการสินค้าหน้ากากอนามัยเมื่อ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา ให้ยกเลิกการจัดสรรสินค้าหน้ากากอนามัยผ่านช่องทางร้านค้าธงฟ้าฯ และการกระจายผ่านร้านสะดวกซื้อ(7-11) และห้างสรรพสินค้า เช่น เทสโก้โลตัส แม็คโคร BIG C วิลล่ามาร์เก็ต TOPs เดอะมอลกรุ๊ป และโฮมโปร โดยจะมีการจัดสรรหน้ากากฯ รอบการส่งสุดท้าย ณ 16 มี.ค.63
ทั้งนี้หน้ากากอนามัยมี 2 ประเภทคือหน้ากากอนามัยทั่วไป และหน้ากากทางการแพทย์ ดังนั้นหน้ากากทางการแพทย์ควรส่งให้บุคลากรทางการแพทย์ได้มีใช้อย่างเพียงพอ ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถใช้หน้ากากทางเลือก ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจตราอย่างเข้มงวดไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปต้องปรับการทำงานให้เหมาะสมซึ่งหวังว่าประชาชนจะเข้าใจและให้ความร่วมมืออย่างดี นอกจากนี้ ในคำสั่งดังกล่าว ได้สั่งให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า และแหล่งจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ อย่างใกล้ชิด หากมีสถานการณ์ผิดปกติ เช่น พบการกักตุนสินค้า สินค้าเริ่มขาดตลาด มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าให้แจ้งกระทรวงฯทันที
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การจัดสรรหน้ากากไปยังร้านธงฟ้าฯ ก่อนหน้านี้พบปัญหาหลายด้าน ทั้งการรั่วไหลของหน้ากากที่อาจรั่วไหลตั้งแต่ต้นทางจัดส่ง หรือ รั่วไหลเมื่อไปถึงร้านค้าต่างๆแล้ว เพราะระบบการค้าของร้านธงฟ้าฯ ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการจำหน่ายไปเท่าไหร่ ช่วงเวลาใด หรือแม้แต่ราคาเท่าไหร่ เนื่องจากไม่มีระบบบันทึกข้อมูลดังกล่าว ขณะที่การจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ สามารถตรวจสอบได้ หรือแม้แต่การสั่งให้จำหน่ายในช่วงเวลาใด การจำกัดการจำหน่ายแต่ละบุคคลไม่ให้เกินเท่าไหร่คนตน ก็สามารถทำได้ เพราะมีระบบบันทึกข้อมูลตรวจสอบย้อนกลับได้ นอกจากนี้ ไม่ว่าจะจำหน่ายในช่องทางใดก็พบว่า การรีแพคเกจหน้ากากฯเพื่อบรรจุให้ได้ 4 ชิ้นต่อ1ซอง ในราคาซองละ 10 บาท นั้น เป็นการเสียเวลาและกำลังแรงงานมาก ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์











