
โคโรนา-งบฯล่าช้า ฉุดความเชื่อมั่นลดต่อเนื่อง
หอการค้าเผยโคโรนา งบประมาณฯล่าช้าฉุดดัชนีเชื่อมั่นเดือนม.ค. ลดต่อเนื่อง11เดือนต่ำสุดรอบ69เดือนแตะ67.3
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมกราคม 2563 พบว่า ดัชนีมีการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 และต่ำสุดในรอบ 69 เดือนโดยดัชนีความเชื่อมั่นแต่ระดับ 67.3 ทั้งนี้เป็นผลมาจากผู้บริโภคมีความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาจากประเทศจีน ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว สำนักงานเศรษฐกิจการคลังปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ปี 2562 ลดลงเหลือ 2.5 % จากคาดการณ์เดิมที่2.8% รวมทั้งปรับลดประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2563 ลดลงเหลือ 2.8% จากคาดการณ์เดิม 3.3% รวมถึงความกังวลต่อการบังคับใช้งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 ที่อาจล่าช้า ซึ่งมีผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่ไม่สามารถลงทุนใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ โดยมีดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 54.9 โอกาสในการหางานทำอยู่ที่ระดับ 63.8 และรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 83.0 ซึ่งเป็นดัชนีที่ปรับตัวลดลงทุกรายการ
นอกจากนี้ทางศูนย์พยากรณ์ฯ ยังมองว่าผลกระทบจากไวรัสโคโรนาจะสะท้อนชัดเจนในการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจทำให้ดัชนีมีการปรับตัวลดลงอีก แต่ยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้อยู่ที่2.8% ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจมีโอกาสปรับตัวลดลงก็ตาม เนื่องจากมีปัจจัยฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของไวรัสโคโรยา,ปัญหาภัยแล้ง,เศรษฐกิจโลก,งบประมาณที่มีความล่าช้า ซึ่งคาดว่าจะมีผลต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ 2.2 แสนล้านบาท กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลง 1.3%
นอกจากนี้ทางศูนย์พยากรณ์ฯ จะมีการจับตาการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันนี้ เพราะจะเป็นตัวสะท้อนภาวะเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี หากธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ จะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศจะยังทรงตัว แต่หากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง จะเป็นการสะท้อนว่าเศรษฐกิจของประเทศต้องการการกระตุ้นมากขึ้น











