
‘ยาง-มัน-ข้าวโพด’ ฮึ่ม! ทวงสัญญารัฐ
ประกันรายได้ 5 พืชเกษตร เงินกำลังไหลเข้ากระเป๋าเกษตรกร ปาล์มนำร่องรับสูงสุดงวดแรก 1.1 หมื่นบาทต่อครัว ยางพารายังล่าช้า รอ กนย.ไฟเขียวราคาประกันขั้นสุดท้าย สวนยางรวมพลกดดันทั่วประเทศ 15 ต.ค. “มัน-ข้าวโพด” เดือดร้อนหนัก จี้เร่งประกันด่วน!
โครงการประกันรายได้รายได้เกษตรกร เป็นอีกหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลที่รับปากไว้กับเกษตรกรช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เป้าหมายเพื่อยกระดับราคาและรายได้ให้กับเกษตรกรในพืชเศรษฐกิจหลัก 5 ชนิดได้แก่ข้าว ยางพารา ปาล์มนํ้ามัน มันสำปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งเวลานี้เริ่มมีความคืบหน้าตามลำดับ
ล่าสุดวันที่ 1 ตุลาคม 2562 รัฐบาลได้ประเดิมโอนเงินส่วนต่างราคาปาล์ม 1.32 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) หรือ 497.49 บาทต่อไร่ (ไม่เกิน 25 ไร่) ในงวดแรก จากราคาเป้าหมายที่ 4 บาทต่อกก. (ราคาตลาดอ้างอิงย้อนหลัง 45 วัน เฉลี่ยที่ 2.68 บาทต่อกก.ลบด้วยราคาเป้าหมาย 4 บาท มีส่วนต่างเท่ากับ 1.32 บาทต่อกก.) เข้าบัญชีของเกษตรกร(ขึ้นทะเบียนไว้ 2.5 แสนครัวเรือน) ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)แล้ว สูงสุดรับที่ 11,987.25 บาทต่อราย โดยในงวดแรกนี้รัฐบาลต้องควักจ่ายแล้วกว่า 1,351 ล้านบาท
นายอธิราษฎร์ ดำดี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายปาล์มนํ้ามันแห่งชาติ (กนป.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การจ่ายชดเชยประกันรายได้ปาล์มนํ้ามันรัฐบาลจะจ่ายทุก 45 วัน ซึ่งรอบแรกที่จ่ายชดเชย 1.32 บาทต่อกก.นี้ถือว่าเกินความคาดหมาย เพราะรัฐบาลตั้งเป้าชดเชยไว้ที่ 1 บาทต่อ กก. มองว่าเป็นผลจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เข้ามาซื้อนํ้ามันปาล์มดิบ(ซีพีโอ) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าตํ่ากว่าเป้าหมาย แต่หากกฟผ.ซื้อรอบนี้ไปได้ คาดจะช่วยพยุงราคาปาล์มนํ้ามันในตลาดที่ 3 บาทต่อกก.ได้ จะช่วยลดภาระการชดเชยราคาปาล์มในรอบที่ 2 ได้ ส่วนในรอบต่อๆ ไป หากรัฐบาลไม่มีมาตรการอะไรออกมาเลย อาจจะจ่ายชดเชยมากกว่ารอบแรกก็เป็นได้
อธิราษฎร์ ดำดี
ด้านนายเรืองยศ เพ็งสกุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนกรีดยางถํ้าพรรณรา จ.นครศรี ธรรมราช กล่าวว่า กำลังรอความชัดเจนของโครงการประกันรายได้ยางพาราที่ 60 บาทต่อกก. โดยจะรอดูมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) วันที่ 4 ตุลาคมนี้ก่อนว่าจะมีรายละเอียดออกมาอย่างไร หากยังมีความล่าช้าและยังเดินหน้าไม่ได้ ก็ถือว่ารัฐบาลชุดนี้หมดความชอบธรรม เพราะช่วงรอยต่อนี้ปล่อยให้พ่อค้ากดราคาซื้อยางจากเกษตรกรตํ่ากว่าต้นทุนการผลิต สร้างความเดือดร้อนให้กับคนกรีดยาง ชาวสวนยางและกลุ่มผู้แปรรูปยางพาราต้นนํ้าทั่วประเทศ
เรืองยศ เพ็งสกุล
“ปัจจุบันโรงรมควันยางพาราเริ่มปิดตัวลงเรื่อยๆ จากประสบปัญหาขาดทุน จากแต่ละโรงต้องใช้เงินลงทุนเฉลี่ยโรงละ 5 แสนบาท ราคานํ้ายางสดที่เกษตรกรได้รับตํ่ากว่า 3 กิโล 100 และราคายางแต่ละ ชนิดก็ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งชาวสวนยางจะออกมาแสดงพลัง และร้องทุกข์ถึงความเดือดร้อนทั่วประเทศในวันที่ 15 ตุลาคมนี้”
ในสินค้ามันสำปะหลัง นายธีระชาติ เสยกระโทก รักษาการ นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลัง จังหวัดนครราชสีมา เผยว่า ล่าสุดนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ อาสาจะช่วยยื่นหนังสือส่งตรง ถึงพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยจะเสนอประกันรายได้มันสำปะหลังที่ 3 บาทต่อกก. ซึ่งควรเริ่มจ่าย ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้ จากปัจจุบันยัง ไม่มีโครงการประกันรายได้ ราคาหัวมันสดที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยที่ 2.20 บาทต่อกก.เท่านั้น (เชื้อแป้ง 25%)
ขณะที่นายวิเชียร กิติทัศนาสรชัย ที่ปรึกษากลุ่มเกษตรกร ชาวไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยปกติแต่ละปี ณ วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ไม่ตํ่ากว่า 9 บาทต่อกก. แต่ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 8 บาทต่อกก. ดังนั้นจึงได้เสนอราคาประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่ตํ่ากว่า 8.50 บาทต่อกก. โดยได้เสนอผ่านคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พาณิชย์ฯประจำสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการประกันรายได้เพื่อให้เกษตรกรและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ร่วมกันได้
วิเชียร กิติทัศนาสรชัย
“ปัจจุบันต้นทุนการผลิตข้าวโพดของเกษตรกรสูงมาก เพราะประสบปัญหาหนอนกระทู้ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย รวมถึงที่ผ่านมาพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่ประสบปัญหาภัยแล้ง ผล ผลิตต่อไร่หายไป 30-40% ชาวบ้านตอนนี้ยํ่าแย่มาก รอโครง การก็ไม่เห็นออกมาสักที เวลานี้ผลผลิตข้าวโพดของเกษตรกรออกมาแล้วประมาณ 50% ดังนั้นเมื่อรัฐประกาศเป็นนโยบายแล้วก็ควรทำตามสัญญา”
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,510 วันที่ 3-5 ตุลาคม 2562











