svasdssvasds

‘คาราบาว’ลุยตลาดชูกำลัง ปูพรมยุโรป ตั้งเป้าขึ้นเบอร์ 1ไทยปี 2563

28 ก.ค. 2561 เวลา 21:20 น. 1.1k
4_carabao “คาราบาว กรุ๊ป” วางเป้า 5 ปี สยายปีกคลุมยุโรป ลุยเปิดตลาดฝรั่งเศสกรกฏาคม พร้อมทุ่มงบการตลาด-ต่อสัญญาเชลซีกว่า 880 ล้านบาท ล่าสุดแจ้งเกิด “คาราบาว แคน” ส่งตรงจากอังกฤษหวังขยายฐานคนรุ่นใหม่ มั่นใจขึ้นแท่นเบอร์ 1 เครื่องดื่มชูกำลังเมืองไทยในปี 2563

นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)หรือ CBG ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง ภายใต้แบรนด์ คาราบาวแดง, คาราบาว, คาราบาวแคนเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”  ว่า โดยเฉพาะฝรั่งเศสที่สินค้าของคาราบาวจะเข้าวางจำหน่ายในฝรั่งเศสเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เป้าหมายของบริษัทคือ ไม่เกิน 5 ปีนับจากนี้จะกระจายสินค้าเข้าประเทศในแถบยุโรปกว่า 20 ประเทศพร้อมกับก้าวสู่ความเป็น World Class Products, World Class Brand พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินสายโรดโชว์ในประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสในช่วงปลายเดือนมิถุนายนพอดี ซึ่งคาราบาว กรุ๊ปจะร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากประเทศอังกฤษถือเป็นอีก  1 สปริงบอร์ดสำคัญในการขยายตลาดไปยังภาคพื้นยุโรป โดยได้เข้าไปทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2558 ขณะเดียวกันยังถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดตลาดใหม่ของคาราบาวในภาคพื้นยุโรปไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส, เม็กซิโก, ยุโรปเหนือ รวมไปถึงคาบสมุทรแคริบเบียน

[caption id="attachment_289868" align="aligncenter" width="503"] เสถียร เศรษฐสิทธิ์ เสถียร เศรษฐสิทธิ์[/caption]

“คาราบาวจะเริ่มขยายตลาดไปยังประเทศฝรั่งเศสในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่ภาครัฐเดินทางไปโรดโชว์พอดี ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี”

ด้านแผนการลงทุนในกลุ่มประเทศยุโรปปีนี้จะใช้เงินราว 20 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 880 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสำหรับสนับสนุนสโมสรฟุตบอลเชลซี 50% และงบการตลาดในภาคพื้นยุโรป 50% ขณะที่ตลาดในประเทศจีนยังคงเป็นการจ้างผลิตสินค้าเพื่อป้อนตลาด และบริษัทมีแผนลงทุนก่อสร้างโรงงานและอาคารสำนักงาน โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมีส่วนแบ่งตลาดราว 10-20% ภายใน 3 ปีข้างหน้า ส่วนกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีและไทยจะมีความคล้ายคลึงกันคือการพัฒนาสินค้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มที่บริษัทมีความถนัดในการเข้าทำตลาด เนื่องจากแบรนด์มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ซึ่งจะแตกต่างจากแผนงานในยุโรปที่โฟกัสการทำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเป็นหลัก

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยปีนี้ หลังจากที่บริษัทร่วมกับกลุ่มทุนจากญี่ปุ่นใช้งบลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทในการก่อสร้างโรงงานผลิตกระป๋อง คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 นี้และเพิ่มกำลังการผลิตกระป๋องอีก 1,000 ล้านกระป๋องต่อปี รองรับความต้องการใช้ได้อีก 2-3 ปี จากเดิมที่ผลิตได้ 1,300 ล้านกระป๋องต่อปี

นอกจากนี้ยังใช้งบการตลาดกว่า 500 ล้านบาทในการเดินหน้ารุกตลาดเมืองไทย ล่าสุดได้เปิดตัวสินค้าใหม่กลุ่มเครื่องดื่มให้พลังงาน ภายใต้แบรนด์ “คาราบาว แคน” กลิ่นกรีน แอปเปิล ซึ่งขายดีในประเทศอังกฤษเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเป็นคนรุ่นที่อาศัยอยู่ในเมือง และมีกำลังซื้อ โดยสินค้าจะบรรจุอยู่ในรูปแบบกระป๋อง ราคา 25 บาท เบื้องต้นเริ่มวางจำหน่ายเฉพาะช่องทางร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟ เว่นก่อนเป็นระยะเวลา 3 เดือน คาดว่าจะมียอดขาย 1 ล้านกระป๋อง
mar01010361p1 นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในการนำโนว์ฮาวมาใช้ทำตลาดในอนาคต โดยในปีหน้าบริษัทจะเปิดตัวสินค้าใหม่ออกทำตลาด ขณะที่ความคืบหน้าของสินค้าในกลุ่มสุรา ภายใต้ บริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด นั้น ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว “สุราข้าวหอม” และตั้งเป้าหมายที่จะมีส่วนแบ่งตลาด 20% รวมทั้งเปิดตัววิสกี้ “ตะวันแดง เรดซีรี่ย์” ไปเมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามบริษัทวางเป้าหมายที่จะมีรายได้รวม 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นการเติบโตในประเทศ 10% และต่างประเทศ 30% พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเมืองไทยในปี 2563 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 35% จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งตลาด 25% เป็นอันดับ 2 รองจาก M-150 ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาด 40% และอันดับ 3 ได้แก่ กระทิงแดง 10% ของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเมืองไทยซึ่งมีมูลค่า 3.4-3.5 หมื่นล้านบาท ติดลบ 2-3% ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี เป็นผลมาจากภาพรวมเศรษฐกิจกำลังซื้อที่ชะลอตัว สินค้าภาคการเกษตรที่ตกตํ่า

หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,375 วันที่ 17-20 มิ.ย. 2561

e-book-1-503x62-7