thansettakij
thansettakij
‘ดร.กุลยา’ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ผงาดบริหารเอกชน ลุยธุรกิจอาหาร

‘ดร.กุลยา’ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ผงาดบริหารเอกชน ลุยธุรกิจอาหาร

17 ส.ค. 69 | 04:55 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ส.ค. 69 | 04:57 น.

“ดร.กุลยา ตันติเตมิท” อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ผันตัวก้าวสู่ภาคเอกชนในบทบาทผู้บริหาร ‘ที เอส ฟู้ด โฮลดิ้ง’ ในเครือ NBF ลุยธุรกิจอาหาร

KEY

POINTS

  • ดร.กุลยา ตันติเตมิท อดีตอธิบดีกรมสรรพากรและกรมสำคัญในกระทรวงการคลัง ได้เข้ารับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในภาคเอกชน
  • ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ที เอส ฟู้ด โฮลดิ้ง
  • มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนธุรกิจอาหาร โดยมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์สาหร่าย "โกริโกะ" ให้เป็นผู้นำตลาดและตอบโจทย์กระแสสุขภาพ

ดร.กุลยา ตันติเตมิท อดีตอธิบดีกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และกรมบัญชีกลาง ก้าวข้ามสายงานจากตำแหน่งข้าราชการระดับสูงในกระทรวงการคลังสู่การบริหารธุรกิจภาคเอกชน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการนำประสบการณ์บริหารหน่วยงานด้านเศรษฐกิจหลักของประเทศ มาใช้วางทิศทางการเติบโตให้กับกลุ่มบริษัท ที เอส ฟู้ด โฮลดิ้ง จำกัด และบริษัทในเครือ

นั่ง CEO 'ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง'

ดร.กุลยา ตันติเตมิท อดีตอธิบดีกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และกรมบัญชีกลาง ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ในภาคเอกชนร่วมกับ คุณชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงแห่งกระทรวงการคลังเช่นเดียวกัน

ดร.กุลยา ตันติเตมิท อดีตอธิบดีกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และกรมบัญชีกลาง

โดยดร.กุลยา ตันติเตมิท จะดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด และมีนางสาวกาญจนา ตั้งปกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายภาษีและเศรษฐกิจ คู่หูทางธุรกิจที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ ดร.กุลยา มาอย่างยาวนาน ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เช่นกัน

ซึ่งทั้งสองคนจะเปิดตัวพร้อมให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทใหม่และการเข้ามาขับเคลื่อน บริษัท ที เอส ฟู้ด โฮลดิ้ง จำกัด (TS Food) บริษัทย่อยภายใต้ TSTE และวางวิสัยทัศน์การเติบโต "From Public Leadership to Business Growth" มุ่งใช้นำมุมมองเชิงนโยบายและแนวคิดระดับมหภาค (Macro Vision) มาปรับใช้ในการบริหารจัดการ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กร ตลอดจนการทำงานร่วมกันในการสร้างทิศทางใหม่ให้แก่กลุ่มธุรกิจ ในวันที่ 26 ส.ค. นี้

เดินหน้าปั้นแบรนด์สาหร่าย-Healthy Lifestyle

สำหรับ โครงสร้างการดำเนินงานของกลุ่ม TS Food มีการแบ่งบทบาทอย่างชัดเจน โดยมี บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด จำกัด (NBF) ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตหลัก และบริษัท ทีเอสเอส จำกัด (TSS) รับผิดชอบด้านการตลาดและการจัดจำหน่าย

โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างแบรนด์สาหร่ายโกริโกะ (Koriko) ให้ก้าวขึ้นสู่แบรนด์สาหร่ายชั้นนำของประเทศไทย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์กระแสสุขภาพ (Healthy Lifestyle) การขยายช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนการกำหนดเป้าหมายสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างเป็นระบบ

โดยบริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด จำกัด (NBF) มีระบบการผลิตแบบครบวงจร รองรับทั้งการจำหน่ายวัตถุดิบ การผลิตสินค้าสำเร็จรูปส่งเข้าช่องทางโมเดิร์นเทรด ร้านค้าทั่วไป และการรับจ้างผลิต (OEM) ให้แก่แบรนด์ต่างๆ มากกว่า 10 แบรนด์

แบรนด์สาหร่ายโกริโกะ (Koriko)

ตั้งเป้ารายได้แตะพันล้านในปี 2571

ปัจจุบันมีโรงงานผลิต 3 แห่ง ตั้งอยู่ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน พร้อมทั้งได้รับมาตรฐานสากล เช่น FSSC22000, GHP และ HACCP โดยเน้นจุดแข็งด้านการปรับแต่งสูตรสินค้าให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมการบริโภคของแต่ละท้องถิ่น เพื่อขยายตลาดออกสู่ประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และกลุ่มประเทศอาเซียน

นอกจากนี้ NBF ยังอยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับพอร์ตสินค้าใหม่ที่หลากหลายขึ้น ได้แก่ สินค้ากลุ่มปลา วัตถุดิบ สินค้าสำเร็จรูป และขนมขบเคี่ยวประเภทอื่น เช่น ทองม้วนและข้าวโพดอบกรอบ ควบคู่กับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ในด้านการบริหารความเสี่ยง องค์กรได้มุ่งเน้นการขยายตลาด B2C ผ่านแบรนด์ Koriko การควบคุมต้นทุนดำเนินงานด้วยการติดตั้ง Solar Roof การพัฒนาระบบโลจิสติกส์แบบ Lean Supply Chain รวมถึงการกระจายแหล่งจัดซื้อวัตถุดิบ การสั่งซื้อปริมาณมาก และการออกแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น

ด้านเป้าหมายทางการเงิน บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด จำกัด วางเป้าหมายรายได้ปี 2569 ไว้ที่ 500-600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 450 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายเร่งสร้างการเติบโตของรายได้ให้แตะระดับ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2571 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้งบริษัท เพื่อตอกย้ำทิศทางสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสาหร่ายครบวงจรทั้งในระดับประเทศและสากล