thansettakij
thansettakij
มิถุนายน 2569...หรือจะถึงเวลาของตลาดหุ้นไทย!

มิถุนายน 2569...หรือจะถึงเวลาของตลาดหุ้นไทย!

02 มิ.ย. 69 | 23:30 น.

มิถุนายน 2569...หรือจะถึงเวลาของตลาดหุ้นไทย! : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยเดือนมิถุนายน 2569 มีสัญญาณบวก โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
  • กระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Data Center, AI และ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • โบรกเกอร์ชี้เป้าหุ้นเด่นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยบวก เช่น กลุ่มค้าปลีก (CPALL), โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (ADVANC), นิคมอุตสาหกรรม (WHA) และท่องเที่ยว-การแพทย์ (MINT)

*** เริ่มต้นเดือนมิถุนายน 2569 ตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หลังจากดัชนี SET Index สามารถปรับตัวขึ้นไปใกล้ระดับ 1,600 จุดได้มากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เริ่มกลับคืนสู่ตลาดทุนไทย โดยมีสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ และกระแสการลงทุนระลอกใหม่ที่กำลังไหลเข้าสู่ประเทศไทย

แรงขับเคลื่อนสำคัญในรอบนี้ไม่ได้มาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความคาดหวังว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI (Foreign Direct Investment) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Data Center, Cloud Infrastructure, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เริ่มเห็นการตัดสินใจลงทุนและการตั้งฐานการผลิตในประเทศอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การเริ่มต้นโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก็กลายเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และช่วยสร้างความคึกคักให้กับหุ้นในกลุ่มค้าปลีกและการบริโภคภายในประเทศอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้เมื่อเจ๊เมาธ์เช็คข้อมูลจากมุมมองของโบรกเกอร์ชั้นนำ จะพบว่า หลายสำนักยังคงมองเห็นโอกาสในการลงทุน แม้จะยอมรับว่าตลาดยังมีความผันผวนอยู่มากก็ตาม

เริ่มจาก บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ ที่ให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวของกำลังซื้อภายในประเทศและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเลือก CPALL, CPAXT และ ADVANC เป็นหุ้นเด่นประจำเดือน

ทั้งนี้ อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า CPALL ยังคงเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการบริโภคในประเทศและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ขณะที่ CPAXT เริ่มเห็นผลลัพธ์เชิงบวกจากการผสานธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ 

ส่วน ADVANC ยังคงโดดเด่นในฐานะผู้นำธุรกิจสื่อสารที่กำลังขยายบทบาทสู่ธุรกิจ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคต

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เลือกให้น้ำหนักกับธีมการลงทุนจากต่างประเทศ และการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ประเทศไทย โดยมองว่า กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานจะได้รับประโยชน์โดยตรง

บล.เอเซีย พลัส ให้น้ำหนักไปที่ WHA และ AMATA โดยมองว่า ยังคงเป็นสองดาวเด่นของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม หลังจากยอดขายที่ดินและความต้องการพื้นที่สำหรับโรงงานและ Data Center เติบโตอย่างต่อเนื่อง 

ขณะที่ CK เป็นหุ้นรับเหมาที่มีงานในมืออยู่ในระดับสูง และมีโอกาสได้รับงานโครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติม ส่วน TASCO ก็ได้รับอานิสงส์จากการเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการซ่อมบำรุงถนนทั่วประเทศ

ท้ายที่สุดเป็นทางฝั่งของ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ที่ยังคงเลือกกลุ่มท่องเที่ยวและการแพทย์เป็นธีมการลงทุนหลัก โดยมองว่า พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เปลี่ยนแปลงไปมาก และไม่ได้ยึดติดกับฤดูกาลท่องเที่ยวแบบเดิมอีกต่อไป

บล.กสิกรไทย มองว่า MINT ได้รับประโยชน์จากการมีธุรกิจโรงแรมในยุโรปจำนวนมาก ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงท่องเที่ยวสูงสุดของปี ขณะที่ CENTEL ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร 

ส่วน BDMS และ BH ยังคงเป็นผู้นำในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่สามารถดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนจากตะวันออกกลาง และประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อรวมความเห็นทั้งหมดพบว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ยังคงเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยทั้งโอกาสและความท้าทาย ด้านหนึ่งยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลกและทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ แต่อีกด้านหนึ่งก็ได้รับแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศที่เริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้น

เจ๊เมาธ์จึงมองว่า จังหวะนี้ถือเป็นช่วงเวลาของการคัดเลือกหุ้นรายตัว ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีความเกี่ยวข้องกับเมกะเทรนด์ของโลก และสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ถึงแม้ว่า เส้นทางสู่ระดับ 1,600 จุด จะยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ที่พร้อมเข้ามากระทบตลาดได้ตลอดเวลา แต่ตราบใดที่กระแส FDI ยังเดินหน้าต่อ และมาตรการภาครัฐยังสามารถประคองกำลังซื้อภายในประเทศได้ ...ตลาดหุ้นไทยก็มีโอกาสสร้างเซอร์ไพรซ์ได้ทุกเวลา

ส่วนใครจะชอบในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะถือยาว หรือ เล่นรอบก็ต้องมองหุ้นพื้นฐานเอาไว้ก่อนนะคะ เพราะถึงแม้ว่าภาพรวมของตลาดจะไปได้ดี แต่ก็ไม่ได้ดีสำหรับหุ้นทุกตัวเจ้าค่ะ

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์