thansettakij
thansettakij
GULF ผู้ชนะตัวจริงในสงคราม Data Center

GULF ผู้ชนะตัวจริงในสงคราม Data Center

13 พ.ค. 69 | 04:16 น.
อัปเดตล่าสุด :13 พ.ค. 69 | 04:25 น.

GULF ผู้ชนะตัวจริงในสงคราม Data Center : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • GULF ได้รับประโยชน์จากการลงทุน Data Center เนื่องจากมี Ecosystem ที่ครบวงจร ทั้งธุรกิจพลังงาน โทรคมนาคม และ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
  • จุดแข็งของ GULF คือ การเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในการเลือกพันธมิตร
  • GULF ถือเป็นผู้ชนะตัวจริง เพราะนอกจากการเติบโตของธุรกิจตนเองแล้ว ยังได้รับผลประโยชน์จากการถือหุ้นใหญ่ใน ADVANC ซึ่งเป็นผู้เล่นสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ข่าวการลงทุนมูลค่า 8.4 แสนล้านบาท ของ TikTok ในประเทศไทย ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่เข้ามาทำตลาด โดยเปลี่ยนจาก “แพลตฟอร์ม” ไปสู่การเป็น "ผู้เล่นหลัก" ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของอาเซียน เนื่องจากเป็นเมกะโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำตลาดในภูมิภาคนี้

เจ๊เมาธ์มองว่า นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดหุ้นไทย เพราะตลอดช่วงที่ผ่านมา หุ้นจำนวนไม่น้อยปรับตัวขึ้นแรงเพียงเพราะมีคำว่า AI ไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเกี่ยวจริง หรือ เกี่ยวแบบขอเกาะกระแสไว้ก่อนก็ตาม แต่เมื่อเม็ดเงินลงทุนจริงระดับหลายแสนล้านบาท เริ่มไหลเข้าสู่ระบบอย่างชัดเจน ตลาดก็เริ่มเปลี่ยนเกมทันที จากเดิมที่ซื้อ “ความฝัน” เริ่มเปลี่ยนมาเป็นการเลือกซื้อ “กำไรที่จับต้องได้” มากขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ นักลงทุนเริ่มแยกออกแล้วว่า ใครคือบริษัทที่ได้งานจริง มีรายได้จริง และถือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อโลก AI อยู่ในมือจริง ซึ่งพอแบ่งกลุ่มได้ดังนี้

กลุ่มแรกคือ กลุ่มโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หรือที่หลายฝ่ายเรียกว่า The Backbone ของระบบ AI ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ Data Center ไม่ใช่แค่สถานที่เก็บข้อมูลธรรมดา แต่เป็นระบบที่ต้องใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบ Cloud และการเชื่อมต่อที่เสถียรตลอด 24 ชั่วโมง

ดังนั้น หุ้นอย่าง ADVANC ที่หลายคนคุ้นภาพในฐานะบริษัทมือถือ วันนี้จึงกำลังเปลี่ยนบทบาทไปสู่การเป็นผู้เล่นหลักในธุรกิจ Cloud และ Data Infrastructure ของไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ 

นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า ADVANC มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรง จากการเป็นพันธมิตรด้านโครงข่ายและบริการเชื่อมต่อให้กับ Data Center ขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไทย 

ขณะที่ทางฝั่งของ GULF หลังการรวมตัวกับ INTUCH ก็ยิ่งทำให้ภาพของการเป็น Digital Holding Company ชัดเจนขึ้น เพราะถือทั้งสินทรัพย์ด้านพลังงาน โทรคมนาคม และ ดิจิทัล ไว้พร้อมกันในมือเดียว 

เจ๊เมาธ์มองว่า จุดแข็งของ GULF คือ การมองเกมขาดตั้งแต่ต้น เพราะในโลกของ AI นั้น Data Center จะอยู่ไม่ได้เลยหากไม่มี “ไฟฟ้า + อินเทอร์เน็ต + ระบบโครงสร้างพื้นฐาน” รองรับพร้อมกันทั้งหมด

ดังนั้น เมื่อ TikTok เริ่มลงทุนจริงในระดับเมกะโปรเจกต์ บริษัทที่มี Ecosystem ครบวงจร จึงกลายเป็นผู้ได้เปรียบโดยอัตโนมัติ

นอกจาก กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่แล้ว ยังมีอีกกลุ่มที่เริ่มถูกจับตาเช่นกัน นั่นคือ กลุ่มผู้รับเหมาวางระบบสื่อสารและติดตั้ง Server เพราะ Data Center ยุคใหม่ไม่ใช่แค่สร้างอาคารเสร็จแล้วจบ แต่ต้องมีระบบเชื่อมต่อและระบบประมวลผลที่ซับซ้อนมากขึ้น 

จุดนี้เองที่ทำให้หุ้นอย่าง INSET และ ITEL เริ่มกลับมาอยู่ในสายตาของนักลงทุนอีกครั้ง เพราะนักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า งบลงทุนระดับหลายแสนล้านบาท จะทำให้กลุ่มนี้มีงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ถัดมา คือ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ซึ่งกลายเป็นอีกกลุ่มที่ตลาดเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้เป็นเพราะระบบของ Data Center ต้องใช้พลังงานมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกส่วนใหญ่มีเงื่อนไขเรื่อง Green Energy และ Net Zero ที่เข้มงวดมาก

พูดง่าย ๆ คือ โลกเทคโนโลยีทุกวันนี้ ไม่ได้มองแค่ว่า “มีไฟหรือไม่” แต่กำลังมองว่า “ไฟสะอาดหรือเปล่า” ด้วย

ตรงนี้เองที่ทำให้ GULF โดดเด่นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะจากเดิมที่เป็นหุ้นโรงไฟฟ้า วันนี้กำลังเปลี่ยนตัวเองเข้าสู่การเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทั้งธุรกิจ Data Center, Cloud และระบบไฟฟ้าสำหรับเทคโนโลยีระดับโลก 

ขณะที่หุ้นโรงไฟฟ้าอย่าง GPSC ก็ถูกมองบวกเช่นกัน เพราะมีจุดแข็งด้านพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่บริษัท Big Tech ใช้ในการเลือกพันธมิตรระยะยาว

อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ เรื่องของ “ที่ดิน” เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อให้ AI จะล้ำสมัยแค่ไหน เวลาสร้าง Data Center จริงก็ยังต้องใช้พื้นที่ในการก่อสร้างอยู่ดี โดยเฉพาะพื้นที่ในเขต EEC ที่กำลังกลายเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนต่างชาติ 

ดังนั้น หุ้นอย่าง WHA และ AMATA จึงถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ยุทธศาสตร์ของโลกดิจิทัลรอบใหม่ โดยนักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า WHA ได้เปรียบมากกว่าในระยะนี้ เพราะมีทั้งพื้นที่ ระบบสาธารณูปโภค และ โครงสร้างพื้นฐานครบวงจร รองรับ Hyper-scale Data Center ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า AMATA จะยังเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งจากความพร้อมด้านพื้นที่ในภาคตะวันออก และฐานลูกค้าต่างชาติเดิมที่แข็งแรง แต่หากเทียบกันในเรื่อง Ecosystem แล้ว ตลาดยังให้น้ำหนักกับ WHA มากกว่าอยู่พอสมควร

นอกจากนี้ การลงทุนของ TikTok รอบนี้ ยังอาจไม่ได้จบแค่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เพราะกำลังกดดันให้บริษัทไทยต้องเร่งทำ Digital Transformation ตามไปด้วย จุดนี้ทำให้หุ้นอย่าง BE8 และ BBIK เริ่มกลับมาอยู่ในเรดาร์อีกครั้ง เพราะเมื่อ Cloud และ AI Platform ระดับโลกเข้ามาในไทยมากขึ้น องค์กรต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องเร่งลงทุนด้านซอฟต์แวร์ ระบบข้อมูล และการวางโครงสร้างดิจิทัลใหม่ทั้งหมด

สรุปง่าย ๆ ในมุมของเจ๊เมาธ์ หุ้นที่จะได้อานิสงส์จากกระแสการลงทุน AI และ Data Center ในประเทศไทยรอบนี้ประกอบไปด้วย ADVANC, INSET, ITEL, GULF, GPSC, WHA, AMATA, BE8 และ BBIK ซึ่งกำลังกลายเป็น “ผู้ขายโครงสร้างพื้นฐาน” ให้กับเศรษฐกิจ AI ของโลก

แต่หากถามว่าใครอาจเป็น “ผู้ชนะตัวจริง” ของเกมนี้ เจ๊เมาธ์ยังมองไปที่ GULF อยู่ดีเพราะอย่าลืมว่า GULF ถือหุ้นใน ADVANC อยู่ถึง 40.44%

ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ไม่ว่า ADVANC จะได้ประโยชน์จาก Data Center มากแค่ไหน หรือ GULF จะขยายธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานได้มากเพียงใด สุดท้ายผลประโยชน์จำนวนไม่น้อยก็จะไหลกลับเข้าสู่ GULF อยู่ดี

ดังนั้น เมื่อทั้ง ADVANC และ GULF แบ่งหน้าที่กันเล่นในเกม AI Infrastructure แต่ในท้ายที่สุดบริษัทที่อาจรับผลประโยชน์ได้เต็มมือมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น GULF นั่นเองเจ้าค่ะ

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์