thansettakij
thansettakij
วิกฤตพลังงาน...โจทย์หลักที่รัฐบาลจะต้องแก้!

วิกฤตพลังงาน...โจทย์หลักที่รัฐบาลจะต้องแก้!

19 มี.ค. 69 | 23:00 น.

วิกฤตพลังงาน...โจทย์หลักที่รัฐบาลจะต้องแก้! : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานโลก ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่และความท้าทายแรกในการบริหารประเทศ
  • ปัญหาหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบมหาศาล ทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการตรึงราคาเพื่อช่วยเหลือประชาชน หรือปล่อยลอยตัวเพื่อรักษาวินัยการคลัง
  • วิกฤตดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติ สร้างแรงกดดันต่อทั้งภาคประชาชนและอุตสาหกรรม

*** หลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับเสียงสนับสนุน 293 เสียง ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ประเทศไทย กำลังจะมีรัฐบาลใหม่ในชื่อ “อนุทิน 2” ที่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ ไม่ใช่รัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือ รัฐบาลรักษาการเหมือนที่ผ่านมา

ภาพที่เห็นจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ่านทางการเมือง แต่คือการ “รับไม้ต่อท่ามกลางพายุ” อย่างแท้จริง ซึ่งในมุมของ เจ๊เมาธ์ ต้องบอกเลยว่า นี่คือหนึ่งในจังหวะที่ “โหดที่สุด” สำหรับผู้นำคนใหม่ 

เพราะทันทีที่เริ่มงาน ...รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญกับวิกฤตตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นแบบไม่มีสัญญาณจบง่าย ๆ และสิ่งที่กระทบโดยตรงก็คือ “ราคาพลังงาน” ที่พุ่งทะยานอย่างควบคุมได้ยาก โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ทะลุ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กลายเป็นตัวเร่งให้ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยของไทยชัดเจนขึ้นทุกขณะ ซึ่ง เจ๊เมาธ์ มองว่านี่แหละคือ “โจทย์ใหญ่ข้อแรก” ที่จะชี้ชะตารัฐบาลชุดนี้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน

ปัญหาที่ซ่อนอยู่และกำลังจะระเบิด คือ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่ติดลบสะสมมหาศาล จากการตรึงราคามาอย่างยาวนาน จนรัฐบาลต้องเลือกระหว่างการ "ตรึงราคา" เพื่อเอาใจฐานเสียง และรักษาค่าครองชีพของประชาชน หรือการเลือก "ปล่อยลอยตัว" เพื่อรักษาวินัยทางการคลัง แต่ต้องแลกกับภาวะเงินเฟ้อรุนแรงที่จะตามมาเป็นโดมิโน 

นี่คือเกมที่ “ไม่มีคำว่าชนะขาด” มีแต่เลือกว่าจะ “เจ็บน้อยหรือเจ็บมาก”

ในฝั่งของตลาดหุ้นไทย สถานการณ์ยิ่งสะท้อนความ “ลักลั่น” ได้อย่างชัดเจน หุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP กลับพุ่งแรงทำจุดสูงสุดใหม่ตามราคาน้ำมัน แต่หุ้นที่ผูกกับกำลังซื้อในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น CPALL, CPAXT, BJC หรือแม้แต่กลุ่มธนาคารอย่าง KBANK, BBL, SCB, KTB และ TTB ต่างเริ่มสะท้อนความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่กำลังถูกบีบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า…รัฐบาล “อนุทิน 2” จะทำอย่างไรให้ตลาดทุนไทย ยังคงน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ เพราะ Fund Flow จะไม่ไหลเข้ามาเพียงเพราะราคาถูก แต่จะไหลเข้ามาเมื่อ “เชื่อมั่น” ว่ารัฐบาลมีแผนรับมือที่ชัดเจน ซึ่ง เจ๊เมาธ์ มองว่า “ความชัดเจน” สำคัญไม่แพ้ “ความถูกต้อง” เลยทีเดียว

อีกหนึ่งระเบิดเวลาที่รออยู่ข้างหน้าคือ “ค่าไฟฟ้า” เพราะเมื่อราคาก๊าซธรรมชาติปรับขึ้นตามน้ำมัน ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าก็สูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้รัฐบาลต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างการดูแลผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ อย่าง BGRIM, GPSC, GULF และ EGCO กับการไม่ผลักภาระไปยังประชาชน และ ภาคอุตสาหกรรมมากเกินไป ซึ่งปัญหานี้ เจ๊เมาธ์ ขอบอกเลยว่า “ไม่มีสูตรสำเร็จ” และพร้อมจะปะทุทุกครั้งที่โลกเกิดความปั่นป่วน

ในท้ายที่สุด...ความสำเร็จ หรือ ล้มเหลว ของรัฐบาลอนุทิน 2 จะไม่ได้วัดกันที่ตัวเลข GDP ที่สวยหรู แต่จะวัดที่ "ความไว" และ "ความชัดเจน" ในการสื่อสารกับประชาชนและนักลงทุน เพื่อสร้างความเข้าใจ เพื่อลดปัญหาความแตกตื่น และเพื่อให้ทุกอย่างอยู่ในภาวะปกติมากที่สุด

ถ้าทำได้...รัฐบาลชุดนี้ก็อาจจะกลายเป็น "รัฐบาลกู้ชาติ" ที่ได้รับความศรัทธาอย่างสูง และอาจมีอนาคตบนเวทีการเมืองได้ต่อไปอีกหลายปี

แต่ถ้ายังลังเล หรือ เลือกตัดสินใจด้วยแรงกดดันทางการเมืองมากกว่าความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ  พายุจากตะวันออกกลางครั้งนี้ ก็อาจไม่ได้พัดแค่ราคาน้ำมัน แต่จะพัดพาทั้งเศรษฐกิจและเสถียรภาพของรัฐบาลให้สั่นคลอนอย่างรุนแรง

พุทธสุภาสิตท่านว่า "อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ" แปลว่า "ตนแลเป็นที่พึ่งของตน" หมายความว่า ...นาทีนี้ถ้าไทยไม่ช่วยไทย ก็คงไม่มีใครมาช่วยเราได้อีกแล้วเจ้าค่ะ

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย... เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์