thansettakij
thansettakij
เคเบิลใต้น้ำ : โอกาสและความท้าทาย

เคเบิลใต้น้ำ : โอกาสและความท้าทาย

08 เม.ย. 69 | 06:21 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 69 | 07:30 น.

เคเบิลใต้น้ำ: โอกาสและความท้าทาย : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯ ทัศนะ โดย... ผศ.ดร.ปฐมวัตร จันทรศัพท์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4186

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ทำให้เป็นเส้นทางลัดในการวางเคเบิลใต้น้ำ ช่วยลดต้นทุนและดึงดูดการลงทุน
  • ความมีเสถียรภาพสูงของระบบไฟฟ้าในประเทศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการจัดตั้งสถานีเคเบิลใต้น้ำและศูนย์ข้อมูล (data center) ซึ่งต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
  • ความท้าทายหลั กคือ ข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบ เช่น พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ที่ตีความการวางสายเคเบิลว่าเป็นการก่อสร้าง และความซ้ำซ้อนในการเก็บค่าธรรมเนียมการพาดสายบนบก

ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตและการส่งข้อมูลมีความสำคัญอย่างมาก ในการใช้ชีวิตของพวกเราทุกคน นอกจากมันเชื่อมโลกทั้งใบเข้าหากันแล้วยังช่วยให้บริการต่าง ๆ เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายทั้ ง การค้าออนไลน์ การให้บริการทางการเงิน การใช้ปัญญาประดิษฐ์ การให้บริการระบบคลาวน์และอื่น ๆ  

ด้วยความสำคัญของอินเตอร์เน็ต และการส่งข้อมูลนี้เองทำให้หลายคนเห็นว่า มันกลายเป็นบริการพื้นฐาน และเป็นความมั่นคงของรัฐเช่นเดียวกับไฟฟ้าและประปา

ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วและเสถียรภาพของอินเตอร์เน็ต มีส่วนสำคัญอย่างมาก ในการกำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเป็นปัจจัยที่ดึงดูดบริษัทข้ามชาติให้เข้ามาลงทุนในไทย แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า เบื้องหลังของอินเตอร์เน็ต และการให้บริการเหล่านี้คือ เคเบิลใต้น้ำ  

แม้ว่าเราจะเล่นอินเตอร์เน็ตและเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ ผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือ ระบบคลาวน์ก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้วระบบเหล่านี้ ล้วนทำงานอยู่บนสายเคเบิลไยแก้วทั้งสิ้น หรือ อธิบายให้เห็นภาพคือ ข้อมูลการให้บริการเหล่านี้ วิ่งอยู่บนสายเคเบิล ที่พาดตามเสาไฟฟ้าที่รกรุงรังนั่นเอง สายเคเบิลที่เราเห็นเหล่านี้ เป็นการให้บริการภายในประเทศเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อออกต่างประเทศเกือบทั้งหมดจะทำผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำ  

ระบบเคเบิลใต้น้ำทำการส่งผ่านข้อมูลและเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศ โดยการวางแนวเคเบิลใต้พื้นทะเล หรือวางอยู่กับพื้นทะเล โดยเคเบิลใต้น้ำนี้เป็นการร่วมมือกันของบริษัทระหว่างประเทศเช่น บริษัทของไทย ของมาเลย์เซีย ของอินโดนิเซีย และ ของออสเตรเลีย ต้องการวางเคเบิลใต้น้ำเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างสี่ประเทศ ทั้งสี่ประเทศจะร่วมกันวางแนวเส้นเคเบิลหลัก (คล้ายกับถนนใหญ่) เริ่มต้นที่ไทยและสิ้นสุดที่ออสเตรเลีย  

โดยปกติแล้วแนวเส้นเคเบิลหลักจะอยู่ในน่านน้ำสากล และเส้นเคเบิลหลักนี้ ทั้งสี่ประเทศจะรับผิดชอบต้นทุนร่วมกัน แต่ละบริษัทไม่จำเป็นต้องลงทุนเท่ากันก็ได้ แต่แน่นอนว่า บริษัทใดลงทุนมากกว่าย่อมได้พื้นที่ในการส่งผ่านข้อมูลมากกว่า และจะมีเส้นเคเบิลย่อย (คล้ายกับซอยเข้าบ้าน) เข้าแต่ละประเทศ ซึ่งบริษัทในแต่ละประเทศจะรับผิดชอบต้นทุนในเส้นย่อยนี้  

                               เคเบิลใต้น้ำ : โอกาสและความท้าทาย

ประเทศไทยเรามีทั้งข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบในธุรกิจเคเบิลใต้น้ำ กล่าวคือ เราติดกับทั้งมหาสมุทรอินเดีย และแปซิฟิก ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการเดินเคเบิลอ้อมแหลมมาลายู และสิงคโปร์ลงไปได้

กล่าวคือ เราสามารถมีสถานีเคเบิลใต้น้ำที่ฝั่งอันดามันเพื่อนำเคเบิลขึ้นฝั่งและลากสายข้ามไปยังฝั่งอ่าวไทย เพื่อลงใต้น้ำและลากต่อไปยังเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น หรือ แม้กระทั่งข้ามไปยังสหรัฐได้ (คล้ายกับการทำคอคอดกระให้กับสายเคเบิล)  

ยิ่งไปกว่านั้น เราสามารถใช้สายเคเบิลทางบก เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณจากภาคใต้เข้ากรุงเทพฯ หรือ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกได้อีกด้วย 

นอกเหนือจากสถานที่ตั้งแล้ว ประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบอีกประการคือ เรามีระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูงมาก ระบบไฟฟ้าถือเป็นเส้นเลือดสำคัญของเคเบิลใต้น้ำ เพราะในทางเทคนิคแล้วเนื่องจากเคเบิลใต้น้ำมีระยะทางที่ไกลมาก จำเป็นจะต้องมีระบบการทวนสัญญาณควบคู่ไปด้วย ซึ่งระบบทวนสัญญานนี้เองต้องใช้ไฟในการเลี้ยงระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในสถานีเคเบิลใต้น้ำ ต้องใช้แอร์ในการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น ทำให้มีความต้องการใช้ไฟจำนวนมาก 

ปัจจุบันนี้บริษัทผู้ให้บริการรายใหญ่ของไทย มีสถานีเคเบิลใต้น้ำเพื่อเชื่อมต่อระหว่างประเทศ โดยอยู่ในสี่จังหวัดได้แก่ สตูล สงขลา ชลบุรี และ ระยอง เพื่อรองรับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (data center) ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่ต่อเนื่องจากเคเบิลใต้น้ำ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อธุรกิจเคเบิลใต้น้ำ เช่น ในพื้นที่จังหวัดสตูล แนวเคเบิลใต้น้ำจำเป็นต้องพาดผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งจาก พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ที่ไม่อนุญาตให้มีการก่อสร้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งการวางเคเบิลถูกตีความว่าเป็นการก่อสร้างชนิดหนึ่ง แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะฝังอยู่ใต้พื้นดินก็ตาม 

นอกจากนี้ ยังมีความซ้ำซ้อนในการเก็บค่าธรรมเนียมในการวางท่อ หรือ พาดสายบนบกอีกด้วยเช่น เมื่อผู้ประกอบการต้องการลากสายเข้ากรุงเทพฯ หรือ ภาคตะวันออก แนวปฏิบัติหนึ่งคือ จะต้องพาดสายเคเบิลบนเสาไฟฟ้าซึ่งอยู่ตามแนวถนน ผู้ประกอบการจะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับทั้งการไฟฟ้า และ กรมทางหลวง ซึ่งเป็นการเสียค่าธรรมเนียมที่ซ้ำซ้อน 

ดังที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่า หากรัฐมองว่า อินเตอร์เน็ตและอุตสาหกรรมเคเบิลเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รัฐจำเป็นต้องเข้ามาจัดการกับกฎหมายและกฎระเบียบเหล่านี้ 

คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯ ทัศนะ โดย... ผศ.ดร.ปฐมวัตร จันทรศัพท์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4186