
เทคนิคการเตรียมความพร้อมของครอบครัว ก่อนผู้สูงวัยในบ้านต้องผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อบางส่วน (UKA)
เทคนิคการเตรียมความพร้อมของครอบครัว ก่อนผู้สูงวัยในบ้านต้องผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อบางส่วน (UKA) คอลัมน์ ชีวิตบั้นปลายของชายชรา โดย ดร.กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
KEY
POINTS
- เตรียมความพร้อมด้านร่างกาย: พาผู้สูงวัยตรวจประเมินสุขภาพอย่างครบวงจร ทั้งหัวใจ ปอด ตับ ไต การแข็งตัวของเลือด และมวลกระดูก พร้อมให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมในการผ่าตัด UKA
- เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ: รับฟังความกังวลและความกลัวของผู้สูงวัย อธิบายแนวทางการผ่าตัดและประโยชน์ของ UKA อย่างเข้าใจง่าย พร้อมสร้างกำลังใจและความมั่นใจว่าครอบครัวจะอยู่เคียงข้างตลอดการรักษา
- เตรียมความพร้อมด้านการดูแลหลังผ่าตัด: วางแผนจัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย เตรียมอุปกรณ์ช่วยเดิน จัดผู้ดูแล และวางแผนการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้สูงวัยฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมได้รับไลน์จากเพื่อนบ้านผม ซึ่งเป็นพี่ที่น่ารักมากท่านหนึ่ง ท่านเคยอาศัยอยู่ติดกับบ้านผมที่สีลม ท่านเล่าว่า เมื่อหลายปีก่อนท่านได้ไปเที่ยวที่เมืองจีนมา หลังจากกลับมาได้ไม่นาน ท่านก็มีอาการปวดเข่ามาก สงสัยว่าจะเกิดจากการเดินมากจนเกินไปจึงทำให้เข่าทรุด ผมจึงบอกท่านไปว่า น่าจะเป็นเพราะอายุมากแล้ว(ท่านอายุ 80 กว่าปีแล้ว) ดังนั้นถ้าเห็นว่ามีอะไรที่ผิดปกติ ก็ควรไปพบแพทย์น่าจะดีกว่า เพราะเมื่ออายุมากขึ้น กระดูกกระเดี้ยวก็ย่อมผุพรุนเป็นธรรมดา อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเกิดอาการเรื้อรัง เพราะจะทำให้การรักษายากขึ้นครับ
อาการปวดเข่าเรื้อรังในผู้สูงวัย ไม่ใช่เรื่องของความเสื่อมตามวัยที่ต้องก้มหน้ารับสภาพอย่างเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป แต่มันคือปัญหาโครงสร้างที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของทั้งตัวท่านเองและคนในครอบครัว ปัจจุบันนี้ยังพอจะมีข่าวดีอยู่บ้าง ซึ่งก็คือการรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบัน ได้ก้าวหน้าไปไกลกว่าภาพจำเดิม ๆในอดีตมาก โดยในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีการผ่าตัด ที่ช่วยซ่อมเข่าโดยเน้นการสงวนเนื้อเยื่อเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด ทำให้แผลผ่าตัดเล็กลง เจ็บน้อยลง บอบช้ำน้อย และฟื้นตัวกลับมาเดินได้อย่างรวดเร็วกว่าในอดีตมากครับ
หัวใจสำคัญของการซ่อมแซมข้อเข่าในปัจจุบันนี้ แพทย์ออร์โธปิดิกส์หรือที่เราเรียกว่าหมอกระดูกและข้อของบ้านเราที่เก่งๆมีอยู่เยอะครับ ก่อนอื่นแพทย์จะเริ่มต้นจากโครงสร้างของข้อเข่ามนุษย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก อันได้แก่ ข้อเข่าด้านใน ด้านนอก และบริเวณใต้กระดูกสะบ้า เมื่อเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม ผิวสัมผัสกระดูกอ่อนจะเริ่มสึกหรอจากการใช้งาน หากเป็นในระยะเริ่มต้น ซึ่งการรักษาในระยะนี้ จะเน้นการกายภาพบำบัด เสริมกล้ามเนื้อต้นขา เพื่อรับน้ำหนักแทนข้อ หรือการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า และฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น เพื่อลดอาการอักเสบ แต่หากการเสื่อมรุนแรงขึ้น ในอดีตแพทย์ท่านจะทำการเปลี่ยนข้อเข่าเลย แต่ปัจจุบันนี้ได้มีเทคโนโลยีในการรักษาแบบใหม่ ที่อาจจะไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ก็ได้ แต่จะรักษาด้วยการผ่าตัด “เปลี่ยนผิวข้อบางส่วน หรือที่เรียกว่า UKA” ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะจะเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนเฉพาะฝั่งที่สึกหรอ โดยเก็บรักษากระดูก เอ็นยึดข้อเข่า และเนื้อเยื่อส่วนที่ดีรอบๆ ไว้ทั้งหมด ซึ่งแตกต่างกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด หรือที่เรียกว่า TKA เพราะวิธีดังกล่าวจะต้องรื้อและเปลี่ยนผิวข้อใหม่ทั้งระบบเลยครับ
จุดเด่นที่ทำให้การผ่าตัด UKA กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมในปัจจุบันนี้ คือความเป็นธรรมชาติในการใช้งาน เนื่องจากแพทย์จะเก็บรักษาเส้นเอ็นไขว้หน้า และเอ็นไขว้หลังเดิมของผู้ป่วยไว้ สมองจึงยังคงรับรู้ตำแหน่งและการเคลื่อนไหวของข้อเข่าได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ความรู้สึกเวลาเดิน ลุก นั่ง หรือพับเข่า จะมีความเป็นธรรมชาติสูง ผู้ป่วยสามารถงอเข่า นั่งขัดสมาธิ หรือคุกเข่าได้ดีกว่าแบบ AKT อีกทั้งแผลผ่าตัดยังมีขนาดเล็กเพียง 5-8 เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้เลือดออกน้อย บอบช้ำน้อย และผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเริ่มฝึกยืนและเดิน ด้วยอุปกรณ์ช่วยเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัดครับ
อย่างไรก็ตาม การจะเลือกทำผ่าตัด UKA ได้นั้น ระดับความเสื่อมของข้อเข่าถือเป็นปัจจัยชี้ขาด โดยระยะที่สามถือเป็นระยะทองหรือ Golden Window สำหรับการผ่าตัดชนิดนี้ เนื่องจากกระดูกอ่อนเริ่มสึกหรอชัดเจน จนช่องว่างในข้อแคบลง แต่มักเป็นการเสื่อมเฉพาะฝั่งด้านในเพียงอย่างเดียว โดยที่เส้นเอ็นและผิวข้อส่วนอื่นยังคงแข็งแรงสมบูรณ์อยู่ การผ่าตัดเปลี่ยนเฉพาะจุด จึงแก้ปัญหาได้ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด ในทางกลับกัน สำหรับผู้ป่วยในระยะที่สี่ ซึ่งมีความเสื่อมระดับรุนแรงที่สุด กระดูกอ่อนมักสึกหรอ จนกระดูกชนกระดูกทั่วทั้งข้อ เส้นเอ็นเริ่มเปื่อยหย่อน และมีภาวะข้อติดหรือขาโก่งผิดรูป การทำ UKA ในระยะนี้จึงมีข้อจำกัดสูง และแพทย์ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยแนะนำให้ทำ เว้นแต่จะตรวจพบการเสื่อมเฉพาะจุดจริงๆ ซึ่งพบได้น้อยมากเพียง 10-15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะหากฝืนทำในขณะที่ข้อส่วนอื่นเสื่อมด้วย อาจทำให้หายปวดไม่สนิท ข้อเทียมหลุดหลวมไว และต้องเสี่ยงผ่าตัดซ่อมแซมรอบสองในที่สุดครับ
สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงวัยที่มีอายุมากๆ การผ่าตัด UKA ก็สามารถทำได้อย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งผมเคยเห็นผู้ป่วยที่เป็นชาวเมียนมา ที่มาให้ท่านนายแพทย์เอกพงษ์ โกมลหิรัณย์ ทำการผ่าตัด UKAให้ เพียงแค่วันเดียวก็สามารถลุกขึ้นมาฝึกเดินได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจประเมินความพร้อมของร่างกายแบบครบวงจรจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน ทั้งในการทำงานของหัวใจ ปอด ตับ ไต ค่าการแข็งตัวของเลือด ตลอดจนการตรวจมวลกระดูก ซึ่งจะต้องไม่มีภาวะกระดูกพรุนรุนแรง นอกจากนี้ในขั้นตอนการระงับความรู้สึก ทางวิสัญญีแพทย์มักแนะนำการบล็อกหลังมากกว่าการดมยาสลบ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่า ช่วยลดความเสี่ยงภาวะสมองสับสนฉับพลันหลังผ่าตัด และทำให้ผู้สูงอายุฟื้นตัวตื่นตัวขึ้นมาเริ่มทำกายภาพได้ไวขึ้นครับ
อุปสรรคสำคัญที่สุดในการรักษาผู้สูงวัย มักไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีทางการแพทย์ แต่คือ “ความกลัว” ภายในใจของท่านเอง การสื่อสารของลูกหลานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยควรเริ่มจากการรับฟังความกลัวของท่านด้วยความเข้าใจ ไม่ปฏิเสธความรู้สึก จากนั้นจึงเบนความสนใจไปที่เป้าหมายชีวิต ที่ท่านอยากจะทำ เช่น การกลับไปเดินเที่ยวกับหลานๆ อย่างมีความสุข พร้อมทั้งอธิบายความจริงว่า ปัจจุบันเป็นการผ่าตัดแผลเล็กที่ไม่ทรมานเหมือนในอดีต อีกทั้งต้องยืนยันความพร้อมในการดูแลของลูกหลาน และชวนท่านไปพูดคุยให้คุณหมอช่วยตรวจประเมินร่างกายก่อน โ โดยเน้นย้ำว่า หากมีความเสี่ยงสูง แพทย์ก็จะไม่ฝืนผ่าตัดอย่างแน่นอน การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการรักษาที่ตรงจุด การเตรียมความพร้อมทางร่างกายที่รัดกุม และความเข้าใจทางจิตใจจากคนในครอบครัว จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยคืนข้อเข่าที่แข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดี ให้ผู้สูงวัยได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีอิสระอีกครั้งอย่างมีความสุขครับ







