thansettakij
thansettakij
จงปล่อยมือจากความรู้สึกผิด ด้วยมือแห่งความรัก

จงปล่อยมือจากความรู้สึกผิด ด้วยมือแห่งความรัก

จงปล่อยมือจากความรู้สึกผิด ด้วยมือแห่งความรัก คอลัมน์ ชีวิตบั้นปลายของชายชรา โดย ดร.กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

KEY

POINTS

  • การพาผู้สูงอายุไปอยู่บ้านพักคนวัยเกษียณไม่ใช่การทอดทิ้ง แต่เป็นการเลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ มีสังคม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • ความกตัญญูไม่ได้วัดจากการดูแลพ่อแม่ด้วยตนเองตลอดเวลา แต่คือการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของท่าน แม้ต้องเผชิญกับความรู้สึกผิดหรือคำตัดสินจากคนรอบข้าง
  • เมื่อแบ่งเบาภาระการดูแลให้ผู้เชี่ยวชาญ ลูกจะมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ทำให้เวลาที่ใช้ร่วมกับพ่อแม่เป็นช่วงเวลาที่มีคุณภาพ เต็มไปด้วยความรัก ความใส่ใจ และความสุขร่วมกันมากกว่าเดิม

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีน้องรักท่านหนึ่ง นำคุณแม่มาฝากไว้ที่บ้านพักคนวัยเกษียณของผม ในวันแรก ๆ ที่เข้ามาอยู่ที่นี่ น้องก็เริ่มมีอาการเครียด จากที่เคยอยู่ดูแลคุณแม่ด้วยตนเองมาตลอด ต้องให้คุณแม่มาพักที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านตนเอง น้องคงกังวลใจเรื่องคำพูดของญาติ ๆ ที่อาจเข้าใจผิด คิดว่าเป็นการผลักไสให้แม่ไปอยู่ที่อื่น อีกอย่างก็คงจะเกรงว่าสายตาของเพื่อนบ้าน คิดว่าน้องอกตัญญูก็เป็นไปได้

นี่คือสังคมที่หล่อเลี้ยงเรามาด้วยภาพจำของความกตัญญู ภาพของลูกที่ดีมักถูกผูกไว้กับการต้องดูแลพ่อแม่ด้วยตัวเองที่บ้านตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ราวกับว่าการให้อยู่ในรั้วบ้านเดิม คือคำตอบเดียวของความรักและความรักแท้ แต่ในความเป็นจริงแล้วของชีวิตยุคปัจจุบัน เมื่อผู้สูงวัยที่มีอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ท่านต้องเผชิญลึก ๆ มักไม่ใช่แค่เรื่องอาหารการกินหรือยารักษาโรค แต่มันคือ “ความเหงาและความโดดเดี่ยว” ที่ค่อย ๆ กัดกินหัวใจอย่างเงียบเชียบ ต่อให้จะมีลูกหลานเดินผ่านไปมาในบ้าน แต่ถ้าทุกคนต่างมีภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง มีความเครียดจากการทำงานประจำ และไม่มีเวลาเปิดใจชวนคุยอย่างตั้งใจ ความรู้สึกว่างเปล่าในใจของผู้สูงวัยก็ยังคงทำงานอยู่ดี และนั่นกลายเป็นภาวะที่อันตรายต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตมากกว่าที่ใครหลายคนคิด

ดังนั้นเมื่อถึงวันที่ลูกตัดสินใจเลือกสิ่งแวดล้อมใหม่ที่เหมาะสมกว่า อย่างการพาพวกผู้สูงวัยท่านไปอยู่ในบ้านพักคนวัยเกษียณ สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นตามมาติด ๆ กลับไม่ใช่ความปลอดโปร่งสบายใจ แต่คือความรู้สึกผิดอันหนักอึ้ง ที่คอยกัดกินใจลูกจนนอนไม่หลับได้ เสียงในหัวสมองมักจะตั้งคำถามซ้ำ ๆ ว่าเราเป็นลูกที่ไม่ดีหรือเปล่าน้า? เรากำลังทำสิ่งที่ใจดำอยู่ใช่ไหม? พ่วงมาด้วยความกังวลต่อสายตาและคำครหาจากคนรอบข้างหรือญาติพี่น้องที่อาจตีกรอบตัดสินทันทีว่าเรากำลังทอดทิ้งผู้มีพระคุณ ทั้งที่ในความเป็นจริง สภาพจิตใจของคนเป็นลูกเอง ก็ใกล้จะแตกสลายจากการที่ต้องแบกรับบทบาทผู้ดูแลมาอย่างยาวนานเช่นกัน

หากเราลองถอยออกมา แล้วมองผ่านมุมมองของสุขภาพจิตอย่างถี่ถ้วน การให้พ่อแม่ได้ย้ายไปอยู่ในสถานที่ที่มีเพื่อนวัยเดียวกัน ได้แลกเปลี่ยนความทรงจำในวันวาน มีกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูสมอง และมีผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอดเวลา ไม่ใช่การนำท่านไปทิ้งอย่างที่ใครเขาเข้าใจ แต่นี่คือการ “คืนสังคม คืนความสดใส และคืนความรู้สึก” ที่มีคุณค่าในตัวเองกลับมาให้ท่านอีกครั้ง ผู้สูงอายุหลายท่านที่เคยนั่งซึมถอนหายใจอยู่ที่บ้าน ได้กลับมาร่าเริงและมีชีวิตชีวาได้อย่างน่าประหลาด เมื่อได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ที่คุยภาษาเดียวกัน เปรียบเสมือนเวลาที่พ่อแม่เจ็บป่วยกาย เราย่อมพาไปโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล การเลือกสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะทางจิตใจ ก็คือการส่งต่อการดูแลให้คนมืออาชีพ เข้ามาช่วยสนับสนุน และคนเป็นลูกก็ไม่ได้เลิกทำหน้าที่ลูก เพียงแต่กำลังขยายทีมดูแล เพื่อให้พ่อแม่ได้รับการปกป้องที่ดีที่สุด เท่าที่เราจะจัดหาให้ได้ครับ

สิ่งที่งดงามที่สุดของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์จาก “หน้าที่อันหนักอึ้ง” ให้กลับมาเป็น “เวลาที่มีคุณภาพ” เมื่อลูกไม่ต้องแบกรับความเครียดสะสม จากการเป็นผู้ดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จนสุขภาพจิตตัวเองพังลง สภาพอารมณ์ที่เคยล้าและขุ่นมัวก็จะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมา ทุกครั้งที่ลูกกลับมาเยี่ยมเยียน จึงไม่ใช่การเจอกันด้วยความเหนื่อยหน่าย หรือการใช้อารมณ์ใส่กันเหมือนแต่ก่อน แต่จะกลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม การรับฟังด้วยความใส่ใจ และการเติมพลังใจให้กันอย่างแท้จริง ทั้งลูกและพ่อแม่จะได้กลับมามองหน้ากันด้วยความรักบริสุทธิ์ โดยไม่มีความอึดอัดหรือความล้าแฝงอยู่อีกต่อไป

สุดท้ายแล้ว เราไม่อาจห้ามปากหรือความคิดของคนนอก ที่ไม่เคยมานั่งอยู่ในจุดที่เรายืน ไม่เคยเห็นหยาดน้ำตา และไม่ได้มาร่วมแบกรับภาระความเครียดไปกับเราได้ สิ่งเดียวที่คุณควรใช้วัดคุณค่าของความกตัญญู ไม่ใช่คำพูดของคนอื่น แต่คือแววตาและรอยยิ้มที่แท้จริงของพ่อแม่ ถ้าท่านได้อยู่ในจุดที่มีเพื่อน มีสังคม ได้หัวเราะอย่างผ่อนคลาย และได้รับการดูแลอย่างเคารพศักดิ์ศรี นั่นคือคำตอบที่ชัดเจนและเที่ยงตรงที่สุดแล้วว่าการตัดสินใจของคุณถูกต้อง เพราะความกตัญญูที่แท้จริงไม่เคยถูกจำกัดด้วยสถานที่ แต่วัดกันที่เจตนาและความปรารถนาดีที่คุณตั้งใจมอบชีวิตที่ดีที่สุดให้ท่านอย่างยั่งยืนนั่นเองครับ