
ลายแทงของน่ากินเมืองราชบุรี
ลายแทงของน่ากินเมืองราชบุรี ตระเวนชิมของอร่อยตั้งแต่เนื้อต้ม ขนมจีน ไอติม จนถึงก๋วยเตี๋ยวในตำนาน คอลัมน์ อิ่ม_โอชาฯ โดย Joie de La Cuisine
KEY
POINTS
- ราชบุรีเป็นเมืองอาหารที่มีความหลากหลาย ทั้งเมนูพื้นถิ่น ของหากินยาก และร้านเก่าแก่ชื่อดัง กระจายอยู่ทั้งในตัวเมืองและอำเภอใกล้เคียง เหมาะสำหรับการแวะเที่ยวชิมของอร่อยแบบวันเดียวหรือค้างคืน
- เมนูเด่นของราชบุรีมีตั้งแต่เนื้อต้ม ขนมจีนหลากน้ำยา ก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ ข้าวหมูแดง บะหมี่โบราณ เต้าหู้ดำ ไปจนถึงอาหารป่าและปลาแม่น้ำ สะท้อนเอกลักษณ์รสชาติท้องถิ่นที่โดดเด่น
- นอกจากอาหารคาว ราชบุรียังมีของหวานและของกินสร้างสรรค์ เช่น ไอติมกะทิไข่หมก ไอศกรีมรสแปลก โรตีโดนัท และร้านคาเฟ่หรือร้านอาหารรุ่นใหม่ที่ผสมผสานความดั้งเดิมกับความทันสมัยได้อย่างน่าสนใจ
เมืองราชบุรี ก็มีของอร่อยของดีหลากหลายเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่แต่นักท่องเที่ยวบอกว่าใกล้ก็ไม่ใกล้ไกลก็ไม่ไกลอาศัยจังหวะว่าต้องมีสาเหตุถึงจะออกมาเที่ยวเมืองราชบุรีกันไม่อย่างงั้นเป้าหมายจะอยู่ที่เมืองไกลกว่าแล้วใช้เวลาค้างหลายๆวัน _โถ่
ก็อย่ากระนั้นเลยในเมื่อคิดว่าจากกรุงเทพฯระยะไม่ไกลนักก็น่าจะหาเรื่องแวะมาตาม ลายแทงรับประทานหาของน่ากินในเมืองราชบุรีและอำเภอใกล้เคียงกันดีกว่าเริ่มกันด้วยของแซ่บๆอย่างเนื้อต้ม ในสกุลบ้านสิงห์
ซึ่งมีอยู่หลายร้าน เขาใช้เนื้อวัวทั้งตัวเนื้อและตัวเครื่องในทำความสะอาดอย่างดีหมักเครื่องปรุงไว้ได้ที่ก็นำมาต้มโดยมีใบมะกรูดมีข่าเครื่องหอมสมุนไพรต่างๆเมื่อลูกค้ามาถึงแล้วทางร้านเขาก็จะหยิบขึ้นมาหั่นแล้วก็ปรุงทีละชามโดยทำการปรุงให้มันแซ่บอย่างว่าเป็นน้ำต้มแซ่บใส่พริกขี้หนูทุบบีบน้ำมะนาวเติมเค็มน้ำปลาใส่ใบกะเพราสดๆ รับประทานกับข้าวสวยร้อนร้อนแล้วก็ปรุงน้ำ จิ้มสำหรับผู้รับประทานกันตามใจ ร้าน แม่สมร สะพานขาวเป็นร้านเนื้อต้มในสไตล์นี้ที่ไม่ควรพลาด
แต่อย่างไรก็ดีหากพูดให้ละเอียดลงไปแล้วร้านเนื้อต้มอื่นไม่ใช่ว่าจะเป็นรอง ไม่ว่าจะเจ๊ติ๋ม ฯลฯ อีทีนี้ เนื้อต้มอีกสไตล์หนึ่งที่เขาทำรับประทานกันโดยเฉพาะ เช่น ของคุณย่าม่วยอยู่ในเขตอำเภอโพธาราม ของเด่นของท่านก็คือว่าต้มเครื่องใน เป็นของมาตรฐานแต่ของที่ต้องรับประทานให้ได้ก็คือข้อวัว ที่ต้มสุกหนุบหนับๆ แล้วทีนี้คุณป้าจะหั่นไว้เรียบร้อยแล้วพูนสูงในกะละมังเคลือบสีขาวน่ากินแล้วใช้น้ำจิ้มที่ทำจากน้ำมะขามสามารถปรุงเผ็ดพริกคั่วป่นหอมหอมลงไปให้ซด ส่วนเครื่องในไม่ว่าจะเป็นดอกจอกเป็นผ้าขี้ริ้วขอบกระด้ง กระเพาะต่างๆนั้นใช้คำเดียวพูดได้ว่านุ่มหนึบกรึ๊บกรั้บ รับประทานกันเพลิดเพลิน สนุกปาก หอมผักชีใบเลื่อย พริกแห้งกะเหรี่ยงป่า
ส่วนท่านที่ไม่รับประทานวัวก็ต้องกราบขออภัยอาจจะพอทดแทนกันได้ที่ร้านแม่สมรที่ว่ายังมีซี่โครงของหมูหรือว่าเล้งหมูเอาไว้ให้ชดเชยกันพอได้ ได้ความเผ็ดแซ่บกันแล้วถ้าอยากรับประทานอะไรที่สนุกๆก็ต้องขอแนะนำว่าร้านขนมจีนเจ๊ติ๊ก โคตรผักซึ่งอยู่ตรงกำแพงสถานีตำรวจอำเภอเมืองราชบุรีนั่นเอง ของเขากินกันสนุกจริงจริงเพราะว่าเจ๊แกเล่นตั้งแผงโต๊ะขนมจีนน้ำแกงชนิดต่างๆ
ไล่เรียงกันไปตั้งแต่แกงป่า แกงน้ำยาป่า แกงไตปลา น้ำพริก น้ำยา แกงเขียวหวานและอื่นๆมีให้เลือกยาวเหยียดสุดสายตาจากนั้นท่านจะใส่ท็อปปิ้งอะไร เจ๊คิดตังค์เพิ่มเพียงเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นตีนไก่ ของทอดอย่างทอดมัน ไข่ต้ม หรือแม้กระทั่งหมูหวานทำแบบต้มเค็มกึ่งพะโล้แล้วก็ลูกชิ้นปลา ความสนุกอลังการของร้านเจ๊ติ๊กนั้นมาจากการที่เขาตั้งสำรับโคตรผักที่ให้รับประทานกับขนมจีนเอาไว้ให้อย่างไม่อั้นและเต็มอัตรามีหมดทั้งสะตอ ลูกฉิ่ง ผักสดผักกรอบ ผักหวานผักขม ยอดกระถินต้นหอมมะเขือเปราะมะเขือพวงผักหอมต่างๆใบแมงลักใบผักโหระพาแตงแตงกวา มะระ มะเขือม่วง หัวแรดิชแดงๆ แตงร้าน รับประทานกันไม่หวั่นไม่ไหวเพราะว่าให้กินไม่อั้นสนุกไปกว่านั้นก็คือท่านที่ไม่อยากรับประทานขนมจีน ข้าวเปล่าเขาก็มีบริการ หยอด น้ำพริกหน่อย น้ำยานิดหรือเติมแกงไตปลาคู่กับไข่ต้มแล้วค่อยเดินช็อปคว้าเอาผักเหนาะมารับประทานแกล้มคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างหาใดจะเหมือน
(แทรกไว้ในบรรทัดนี้ว่าในอดีตนั้นทางปักษ์ใต้เวลารับประทานขนมจีนโดยราดน้ำสองอย่างในจานเดียวกันมักใช้คำว่าช้ำ ซึ่งออกเสียงไปในทางช.ช้างพิงกับฉ.ฉิ่ง กินแล้วตัดรสกันดีทั้งเผ็ดหวานมันเจือเข้ากันดีนัก)
ร้านเจ๊ติ๊กเปิดบริการประมาณ 6 โมงเช้า บ่ายแก่ๆของหมด เชิญหาที่จอดละแวกนั้นได้ แต่หากจะพูดถึงว่าขนมจีนเหมือนกันแต่บรรยากาศละเมียดละไมและเนิบนาบ สโลว์ไลฟ์กันซักหน่อยก็จะต้องยกให้หาบขนมจีนของคุณป้า บุญเริญ ผู้ตั้งหาบขายอยู่ตรงถนนก้อนทองเน้นเป็นหลักเลยก็คือขนมจีนซาวน้ำที่น้ำกะทินั้นคั้นเองหอมมันขนมจีนซาวน้ำหารับประทานยากแล้วปรุงรสอมเปรี้ยวอมหวานด้วยสับปะรดตัดเค็มด้วยน้ำปลาที่ลอยกระเทียมหั่นและพริกซอย โรยกุ้งแห้งป่นแล้วก็ใส่น้ำกะทิ รับประทานเป็นของว่างก็ได้รับประทานกินอิ่มก็ดีกินแล้วมักจะรู้สึกดีเพราะว่าชื่นใจไม่เผ็ดไม่ร้อน
จังหวะนี้เมื่อพูดถึงกะทิแล้วก็ทำให้นึกถึงว่ายังมีเมนูไอติมอยู่ชนิดหนึ่งที่ราชบุรีนั้นเขามีความโดดเด่นก็คือร้านเด่นไทยที่ขายไอศครีม (ซึ่งจริงๆควรใช้คำว่าไอติมเพราะว่าเป็นไอติมแบบไทย) เป็นไอติมกะทิด้วยแล้วก็ใส่ไข่แข็งด้วยซึ่งเป็นไข่ไก่ ที่นำไปแช่ไว้เมื่อจะเสิร์ฟนั้น จังหวัดอื่นโดยทั่วไป จะสาดไข่แดงที่เยิ้มให้ไปโดนความเย็น ในอารมณ์แบบว่าซอสให้บังเกิดความแข็งตัวเป็นเส้นๆ กินผสมปนเปกับน้ำกะทิที่เขานำมาทำไอติมหวานมันสุดยอด
แต่ที่เด่นไทยนี้ชื่อของไอติมนั้น เขาเรียกไอติมไข่หมกไม่ได้เรียกไอติมไข่แข็งเพราะไอติมไข่แข็ง เพราะเจ้าต่างๆมักจะสาดไข่แดงเยิ้มเยิ้มลงไปอย่างว่า แต่ว่าไอติมไข่หมกนี่ตัวไข่ยังไม่แข็ง ตักรับประทานหยาดเยิ้มกันกับไอติมเข้ากันดีนักหนามีผู้แนะนำว่าควรนำขนมไข่อบหอมๆในอย่างที่เรียกกันว่าขนมฝรั่งซึ่งก็จะมีกลิ่นนมแมวแล้วก็แป้งฟูกรอบใส่ลงไปรับประทานด้วยจะยิ่งอร่อยไปกันใหญ่
ในจังหวะนาทีนี้ถ้าพูดกันถึงว่าเจลาโต้อะไรต่างๆนั้นเป็นที่นิยมกันอยู่กลางกรุงเทพพระมหานคร ราคาแพงจัดแพงอะไรต่างๆก็ขอให้ลองแวะไปที่ร้านสารพัดซึ่งเป็นไอศกรีมในสไตล์น่ารักเสียบไม้ให้กินเป็นคำๆมีดีเหมือนกันสำหรับคนไทยราชบุรีทำ แต่หากจะให้เกินทะลุพิกัดในความเป็นไทยและเกี่ยวข้องกับไอติมราชบุรีขอเชิญท่านไปที่ร้านกนกไทย บ้านโป่ง ซึ่งได้รวมเอาสารพัดสุดยอดความเกินคาดในกระบวนการไอติมมาจัดสรรไว้ให้ท่านชิม
ที่นี่มีไอติมรสข้าวซอยมีไอติมรสกุ้งเขียวหวานซึ่งไม่ใช่ส้มเขียวหวานแต่เป็นแกงเขียวหวาน_เอากับเขาสิ รสต้มยำกุ้งอย่าคิดว่าไม่มีและในเวลาเดียวกันรสปลาทูต้มหวานเขาก็โดดเด่น รสพริกขี้หนู รสมะนาวเรนโบว์ !เรื่องไอศครีมรสชาติแปลกแปลกนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้วมีเชฟคนสำคัญเดินทางมาทำไอศครีมที่โรงแรมคอนราด ตรงถนนวิทยุเมื่อได้รับเชิญให้ลองไปรับประทานเมนูพิเศษปรากฏว่าเป็นไอศครีมโกโก้ โรยด้วยพริก_ด้วยพริกป่น! ก็ช่างเข้ากันโดยไม่คาดคิดมาเจอร้านกนกไทยในนาทีนี้ทำให้นึกถึง ความครีเอทีฟสร้างสรรค์ที่มีมาแต่ไหนแต่ไรในวงการพ่อครัวแม่ครัวทำไอศครีมและชื่นชมในใจว่ามันต้องอย่างงี้!
ในเวลาที่การสำรวจพื้นที่อร่อยของราชบุรีไปไปมามาหลายครั้งและอาจจะไม่ปะติดปะต่อกันนี้ก็ทำให้นึกถึงว่าเขายังมีโรตีสำคัญที่เป็นโรตีของดั้งเดิมจริงๆชื่อบิสมิลลา โรตีบิสมิลล่าเป็นรถเข็นขายตอนกลางคืนแต่สิ่งที่ควรจะรับประทานของเขามากๆก็คือโรตีโดนัท ซึ่งมันทั้งหนาทั้งนุ่มแล้วก็หาที่อื่นรับประทานไม่ได้รายการอื่นอื่นมีเยอะแยะไปในเมนูโรตีที่เขาทำ แต่พลาดไม่ได้ต้องโรตีโดนัท!
กลับมาอีกที่กรณีของความดุเด็ดเผ็ดเดือดและยังพบว่าจังหวัดอื่นน่าจะยังไม่มีนั่นก็คือร้านแกงป่าของพี่นา ซึ่งเขามาเป็นครั้งคราวตามกำหนดตารางของตลาดนัดคลองถมราชบุรี เครื่องแกงทำมาอย่างตั้งใจใส่ในกระทะไม่ยั้งปรุงรสสำเร็จดีดีแล้วเติมพริกใส่น้ำปลาเติมน้ำสะอาดเขาก็จะเอากระทะตั้งไฟให้เดือดพล่านๆคราวนี้ลูกค้าอยากรับประทานอะไรทั้งปลากราย ปลาช่อน จะหมูจะไก่บอกเขาได้เมื่อเดือดได้ที่แล้วก็จะเอาทั้งผักแล้วก็เครื่องเนื้อสัตว์นั้นลงไปต้ม ขายที่ไหนก็ตลาดแตกที่นั่น รับประทานทีก็ร้องไห้เหงื่อออกเพราะว่ามันเผ็ดก็จริงแต่ว่ามันหยุดไม่ได้!
พูดถึงเรื่องของเผ็ดหรือว่าน้ำจิ้มแซ่บๆหรือว่าของที่ว่ากินแล้วมันเผ็ดสะใจแต่ไม่ใช่เผ็ดระเบิดระเบ้อโดยไม่มีสาระนั้นในปั๊ม ปตท. หนองโพ ยังมีร้านปลาหมึกสดๆย่างจะเป็นปลาหมึกไข่หรือไม่ไข่ก็แล้วแต่ที่ร้านนี้เชิญท่านสั่งมาแล้วราดด้วยน้ำจิ้มพริกสดมะนาวสดของเขา รับประกันเลยว่าต้องติดใจแล้วหาทางกลับไปรับประทานกันอีก
แวะพักเรื่องความเดือดความร้อนกันไว้บ้างสำหรับเมนูอาหารจานเดียวที่นุ่มนวลและไม่ลวกร้อนแก่ปากก็ต้องยกให้ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงซึ่งในจังหวัดอื่นๆอาจมีที่เพชรบุรีเป็นสไตล์คล้ายคลึงกัน สำหรับที่นี่ให้มาลองที่ร้านชื่อว่า เหวงกี่เส้นอะไรต่างๆเขามีก็ช่างเถอะแต่สิ่งที่พวกวัยรุ่นบอกว่า น้าจะต้องกินก็คือใช้เส้นไวไวหรือเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จมาทำ ใส่หมูตุ๋นหมูชิ้นเข้ากันดีมากอร่อยๆรับประทานสบายปาก ทั้งแห้งน้ำ
ส่วนว่าในสไตล์จีนๆแบบว่าจีนแท้ๆเลยต้องย้อนกลับไปแถวโรงพักอีกครั้งนึงก็จะพบกับร้านบะหมี่ก่ำเช้งเก่าแก่ที่เขาทำเส้นเองแล้วก็เป็นเส้นสดวันต่อวันบะหมี่นี้เคยเขียนโดยละเอียดไปแล้วแต่ต้องเรียนว่าเป็นบะหมี่รสสุภาพ คือเน้นรสชาติของวัตถุดิบอย่างแท้จริง โดยจะใช้หมูสันอบมาโปะหน้ามีปูด้วยแล้วหมูนั้นอยากให้เป็นหมูมันหรือว่าหมูไม่มันก็บอกเขาได้ของดีคือในวันหยุดเสาร์อาทิตย์นั้นเจะขามีบะหมี่เส้นโตที่เรียกว่าบะหมี่เป๊าะหรือบะหมี่เปาะ มาตั้งขายและพริกดองน้ำส้มของเขาเป็นพริกใหญ่หั่นบางๆดองอยู่ในอ่างกระเบื้องเคลือบรสชาติเปรี้ยวนุ่มนวลรับประทานเข้ากันดีมากๆ
ส่วนบัญชีของข้าวหมูแดงนั้นเรื่องร้าน ตาต๊ะที่บ้านโป่งซึ่งมีเครื่องให้เติมเป็นเครื่องปรุงอย่างน้อยห้าอย่างลงละเอียดไปตอนหนึ่งแล้ว ที่นี้ว่าในเขตเมืองก็ต้องเป็นร้านเก่าแก่ของนายกี่ที่เขาใช้เวลาในการหมักหมูสันไม่นานก็นำไปย่างไฟเลยมีพริกเผาให้รับประทานในลักษณะแบบเดียวกันกับน้ำพริกเผา แต่ไม่หวานและมีรสเผ็ดจัดจ้านเข้ากันๆ
ส่วนในยามเช้าท่านที่โหยๆจะต้องกินของร้อนๆให้ลวกคอ ก็ต้องร้านเลือดหมู ซึ่งร้านเลือดหมู แยกสะพานแดง งานนี้ได้รูปถ่ายเลือดลวกมาให้ท่านดูว่าเขาทำนุ่มนวลนุ่มเด้งอย่างไรก็ไม่ใช่มาแข็งกระโดกรับประทานแล้วขัดคอ
นาทีนี้ก็ให้นึกถึงอีกว่าที่ตรงห้วยกระบอกซึ่งเป็นชุมชนจีนแคะต่อเนื่องเข้าเขตนครปฐมยังมีร้านจันทร์เจริญ ขาหมูอยู่ขาหมูนี้อร่อยดีแล้วขออนุญาตไม่พูดถึงอีกแต่จะพูดถึงว่าของตุ๋นที่เป็นน้ำแกงร้อนๆมีหลายอย่างมากแล้วไม่ได้ใช้วิธีตุ๋นรวมหรือต้มหม้อใหญ่ ดอกไม้จีนนั้นทำนึ่งด้วยไอน้ำมะระก็เช่นกันถ้าตั้งโจทย์ว่าจะกินน้ำซุปร้อนร้อนปรุงมาดีดีก็ไม่ควรพลาดร้านนี้ส่วนของเด่นๆก็คือเพดานหมูหมายความว่าที่หัวหมูบริเวณปากมันมีเพดานอยู่เป็นชิ้นส่วนที่กรุบกรอบนำมาทำความสะอาดหลายครั้ง จนเอี่ยมดีแล้วผัดพริกไทยดำ
อันนี้เป็นของน่ากินส่วนกระเพาะหมูเขาก็ผัดเกี้ยมฉ่าย ลูกชิ้นของเขายังใช้สูตรที่ความรู้สึกแบบดั้งเดิมคือใช้ของแข็งมาทุบกับหมูแทนที่จะเป็นการบดขอให้ท่านลองสั่งมารับประทานดู
อีทีนี้ที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับอาหารจานเดียวราชบุรีนั้น ต้องยกให้ก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ ซึ่งหมายความว่าการต้มยำแบบซึ่งหมายความว่าการต้มยำแบบภาคกลางปรุงหวานน้ำตาลปรุงเค็มไชโป๊ใส่พริกใส่เปรี้ยวแล้วต้องวางไข่เป็ดต้มเป็นยางมะตูมครึ่งซีกเอาไว้ให้ มีหลายร้านที่ทำอร่อยถูกใจใส่ถั่วป่นให้รสชาติมันๆหอมๆเล็กน้อยแล้วค่อยพิจารณาว่าจะกินแห้งหรือน้ำร้านคุณป้าเหลือบ พงษ์ทองเป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่ทำก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่แบบนี้
แต่หากเป็นงานต้มยำที่ไม่ใส่ไข่ต้องยกให้ก๋วยเตี๋ยวเจ้แขกซึ่งเมื่อเป็นบะหมี่แห้งยำแล้วใส่กากหมูชิ้นโตโตแบบกรอบหนังกรอบมันมาให้ด้วย ส่วนต้มยำในสไตล์ราชบุรีนี้ถ้าเข้าไปที่โพธารามตรงทางไปวัดเฉลิมอาสน์ ซึ่งในอดีตนั้นท่านหลวงพ่อจรูญตาทิพย์ท่านโปรดญาติโยมและผู้คนก็ไปกราบไหว้เพราะว่าท่านให้หวยแบบบอกใบ้ได้ฉมังร้านป้าฮวยอยู่ข้างทางทำก๋วยเตี๋ยวต้มยำในสไตล์นี้มีเส้นหลากหลาย โถ้าดยเป็นวันเสาร์แล้วก็จะมีของพิเศษคือก๋วยเตี๋ยวถั่วแระ แต่
ไม่เคยได้ไปในวันหยุดแล้วตรงกับวันสักทีจึงได้แต่อาฆาตอยู่ 55
สำหรับท่านที่สนใจเรื่องดรรชนีราคาผู้บริโภคว่ามีรายการเมนูอะไรในราคาประหยัดของราชบุรีบ้างก็ต้องกราบ เรียนว่ามีหลายร้าน ที่ยังยืนหยัดขายตามสั่งราคา 20-25 อยู่ แต่ถ้าในสไตล์ของก๋วยเตี๋ยวแล้วต้องที่โพธารามตรง คลองตาคต มีเย็นตาโฟ 25 บาทแล้วก็ทำต้มยำสะอาดใสรสชาติอร่อยถูกใจ ส่วนถ้าว่าเน้นรับประทานข้าวก็ขอให้ลองรับประทานร้านตามสั่งที่เป็นเนื้อสับทอดกระเทียมดู 45 บาทเท่านั้นเองไข่เจียวเขาก็ทำอร่อยกรอบจัด ชื่อร้านลุงเบญ อาหารป่า
ถัดไปจากนี้เรื่องร้านอาหารเล็กๆทำคนเดียวก็คือร้านปีกป่า อันนี้ควรลองยำมะเขือเปราะหมูชิ้นของเขาแล้วก็พวกผัดฉ่ารับรองว่าจะต้องติดใจส่วนประดาของที่หารับประทานยาก เช่นปลาหลด หรือว่าอึ่งไข่เจ้าที่ฝีมือถึงทำแล้วอร่อยสาแก่ใจต้องยกให้ครัวบ้านเฮา ซึ่งมีปลาแม่น้ำหลากหลายชนิดมากๆทั้งปลาหมู ปลากดเหลือง ปลาค้าวดำ ปลากระทิงปลาไหลนา ปลาเนื้ออ่อนเห็ดเผาะเอามาทำแกงคั่ว ส่วนเห็ดโคนเอาไปต้มยำน้ำใสปลาหลดเอาไปทอดโดยผึ่งแดดใส่เกลือก่อน ปลาไหลเอาไปหั่นแว่นแล้วทำผัดเผ็ด อร่อยจริงๆ ส่วนผู้ไม่รับประทานของเผ็ดขอให้ลองตะเพียนทอดไร้ก้าง ไข่อึ่งอร่อยมันนั้น ใช้เครื่องสมุนไพรเผาทำต้มโคล้ง
ส่วนร้านที่เป็นสไตล์อาหารไทยรสชาติไม่แพ้กันก็คือร้านบ้านดลที่โพธารามมีผัดสะตอใส่กุ้งด้วยมีตับทอดกระเทียมด้วยส่วนของกินขึ้นชื่ออีกอย่างในโพธารามก็คือเต้าหู้ดำซึ่งก็ว่าใช้เต้าหู้ขาวแผ่นที่ทำจากถั่วเหลืองอย่างดีเอาไปต้มในเครื่องยาที่มีกลิ่นพะโล้พอให้ตัวเต้าหู้นั้นแน่นแต่เนียน ถนอมไว้รับประทานได้หลายวันมีหลายร้าน
ส่วนร้านรุ่นใหม่ที่ฝีมือถึงอาจจะเป็นร้านสไตล์ฝรั่งแต่ก็ต้องยกนิ้วให้เขาคือร้านเดอะศรนารายณ์ในอำเภอเมือง จานที่อยากให้ท่านลองรับประทานมากๆก็คือสเต็กไก่ซึ่งฟังดูเหมือนจะง่ายแต่ไก่เขาชิ้นใหญ่ทำมานุ่มแล้วข้างนอกหนังกรอบรับประทานกับมันบดรสชาติเข้มข้นแล้วก็ แครอทนาบกระทะนุ่มนุ่มหวานหวานราดซอสเกรวี่ โต๊ะข้างข้างสั่งแฮมเบอร์เกอร์ซึ่งดูดีมากเลยทีเดียวแล้วก็มีสปาเกตตี้ด้วย
ส่วนคนที่ชำนาญการในเรื่องการเล่นกับแป้งแล้วก็สามารถทำโดว์ได้ดีเวลานี้มาเปิดร้านพิซซ่าชื่อว่าเชฟเอฟ Taste Catcher พิซซ่าหน้าต่างๆของเขารวมทั้งเนยแข็งต่างๆช่างสรรหาทำ รับประทานแล้วไม่มีเลยที่จะบ่นว่าเสียเวลาหรือว่ากระเพาะจะตำหนิ







