thansettakij
thansettakij
เมื่อ AI เจอ "สายบิด" บททดสอบแรกของ Virtual Bank

เมื่อ AI เจอ "สายบิด" บททดสอบแรกของ Virtual Bank

05 ส.ค. 69 | 08:03 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ส.ค. 69 | 08:10 น.

เมื่อ AI เจอ "สายบิด" บททดสอบแรกของ Virtual Bank : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • Virtual Bank ที่ใช้ AI ในการอนุมัติสินเชื่ออย่างรวดเร็ว กำลังเผชิญบททดสอบแรกจากกระแส "สายบิด" หรือ กลุ่มคนที่ตั้งใจกู้เงินโดยไม่มีเจตนาชำระคืน
  • ความท้าทายหลักคือ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้ แต่ยังไม่สามารถแยกแยะ "เจตนาที่ซ่อนเร้น" ของผู้กู้ที่ตั้งใจจะไม่จ่ายหนี้ได้
  • บทเรียนสำคัญชี้ว่า เทคโนโลยีไม่สามารถสร้าง "วินัยทางการเงิน" ให้กับผู้กู้ได้ และความสำเร็จในระยะยาวของ Virtual Bank ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์มากกว่าความฉลาดของอัลกอริทึม

ในที่สุดประเทศไทยก็เดินมาถึงยุคของ Virtual Bank หรือ ธนาคารไร้สาขา อย่างเต็มตัว โดยมี CLICX (คลิกซ์) ที่เกิดจากการผนึกกำลังของยักษ์ใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงไทย, AIS และ ปตท. OR ซึ่งมีฐานลูกค้ารวมกันกว่า 50 ล้านราย ถือเป็นผู้เล่นรายแรกที่ลงสนาม หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย ใช้เวลากว่า 4 ปี ในการรื้อกติกาและเตรียมความพร้อม เพื่อเปิดทางให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแข่งขันในระบบการเงิน

เป้าหมายสำคัญของการกำเนิด Virtual Bank คือ การเปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่เคยเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ ไม่ว่าจะเป็น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ไรเดอร์ หรือ แรงงานอิสระ ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นธรรม ส่งผลให้แนวคิดนี้ฟังดูสวยงาม เพราะเมื่อไม่มีสาขา ต้นทุนก็ลดลง ดอกเบี้ยก็มีโอกาสถูกลงตามไปด้วย 

ขณะที่ AI และ Big Data จะเข้ามารับหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่สินเชื่อ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลนับพันนับหมื่นรายการ และอนุมัติเงินกู้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

เมื่อโลกออนไลน์เริ่มมีกระแสชักชวนกันไปกู้เงิน หลังผู้ใช้จำนวนไม่น้อยออกมาโพสต์อวดว่า ได้รับการอนุมัติสินเชื่อที่รวดเร็ว สมัครไม่กี่นาทีก็มีเงินโอนเข้าบัญชี บางรายถึงขั้นอ้างว่า ตนเองมีภาระหนี้เดิม หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่ดี แต่ระบบก็ยังอนุมัติสินเชื่อให้ จนนำไปสู่กระแส "สายบิด" หรือ การชักชวนกันกู้แล้วไม่ต้องชำระคืน โดยเล็งเป้าไปที่ธนาคารไร้สาขาแห่งนี้

เพียงไม่กี่วันหลังออกสตาร์ต...บททดสอบแรกของ CLICX ก็เดินเข้ามาเคาะประตูทันที

แม้จนถึงวันนี้ ซึ่งผ่านไปเพียงไม่ถึงสัปดาห์หลังจากที่ CLICX เริ่มปล่อยเงินกู้ จะยังไม่มีข้อเท็จจริงยืนยันว่า เกิดการผิดนัดชำระหนี้ หรือมีความเสียหายเกิดขึ้นจริงกับธนาคาร แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะกลายเป็นบททดสอบแรก ที่ท้าทายระบบ โดยสิ่งที่กำลังถูกวัดประสิทธิภาพ อาจไม่ใช่แค่ความฉลาดของเทคโนโลยี หากแต่เป็นความสามารถของ AI และ Big Data ในการรับมือกับพฤติกรรมอันซับซ้อนของมนุษย์

สำหรับเจ๊เมาธ์ สิ่งที่น่าคิดไม่ใช่ว่าจะมีคนบิดหนี้จริงกี่คน หรือธนาคารจะเสียหายมากน้อยแค่ไหน เพราะประเด็นสำคัญที่กำลังถูกจับตา คือ เทคโนโลยีจะรับมือกับ "ธรรมชาติของมนุษย์" ได้มากน้อยเพียงใด

โลกวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การอนุมัติสินเชื่อ การประเมินความเสี่ยง และการคัดเลือกลูกค้า เพราะ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล ตั้งแต่ประวัติการชำระค่าโทรศัพท์ ความสม่ำเสมอของรายรับรายจ่าย ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายบนโลกดิจิทัล และไม่ใช่แค่โลกของธุรกิจเท่านั้นที่เชื่อว่า AI จะเข้ามาแทนการตัดสินใจของคน เพราะวันนี้เทรนด์หลักของโลกทำให้เชื่อว่า AI ทำอะไรก็ได้...

แต่สำหรับเจ๊เมาธ์แล้ว...ดูเหมือนว่าจะมีข้อมูลอยู่ชุดหนึ่งที่ AI ยังอ่านไม่ขาด นั่นคือ "เจตนาที่ซ่อนเร้น" ของมนุษย์ 

แน่นอนว่า AI อาจคำนวณได้ว่า คนๆ หนึ่งมีศักยภาพในการผ่อนชำระหรือไม่เพียงใดจากข้อมูลในอดีต แต่เจ๊เมาธ์รวมถึงผู้คนอีกเป็นจำนวนมาก ก็ยังไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่า ในวันที่กดรับเงินกู้ ใครคนนั้นตั้งใจจะชำระหนี้คืนจริงๆ หรือ วางแผนจะหลีกเลี่ยงการชำระมาตั้งแต่แรก

อย่าลืมว่า ความแตกต่างระหว่าง "ไม่มีเงินจ่าย" กับ "ไม่คิดจะจ่าย" คือ ช่องว่างสำคัญที่เทคโนโลยียังเติมไม่เต็ม และอย่าลืมว่าการตัดสินใจของผู้คนจำนวนไม่น้อย ไม่ได้เกิดจากฐานะทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากอิทธิพลของพฤติกรรมหมู่ในโลกออนไลน์ เมื่อมีคนโพสต์ว่า กู้ผ่าน คนอื่นก็พร้อมจะแห่ไปลอง

เพราะเมื่อมีคนพูดว่า "ไม่จ่ายก็ได้" ก็มีคนพร้อมจะเชื่อตามทันที ซึ่งนี่คือโจทย์ข้อใหญ่ที่ AI ทุกตัวยังตอบได้ยาก

นับจากนี้และต่อไปอีกนาน Virtual Bank อาจไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องความเร็ว หรือ ความฉลาดของอัลกอริทึมอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันกันว่า ใครจะเข้าใจ "จิตใจของคน" ได้ดีกว่ากัน 

เพราะยิ่งเปิดโอกาสให้คนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย ก็ยิ่งต้องแบกรับความเสี่ยงที่มากขึ้น แต่หากเข้มงวดเกินไป Virtual Bank ก็อาจย้อนกลับไปเป็นธนาคารแบบเดิม ที่ปิดประตูใส่คนที่ตั้งใจจะช่วยตั้งแต่แรก

เจ๊เมาธ์จึงมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับ CLICX ในช่วงเปิดตัววันแรกๆ ไม่ใช่สัญญาณบ่งชี้ว่า Virtual Bank ล้มเหลว และไม่ใช่การตัดสินว่าเทคโนโลยีล้มเหลว แต่มันคือ บทเรียนบทแรกของอุตสาหกรรมการเงินยุคใหม่ ที่กำลังตบหน้าเตือนสติเบาๆ ว่า เทคโนโลยีอาจช่วยให้เราอนุมัติสินเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีได้ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที แต่เทคโนโลยีไม่สามารถเสก "วินัยทางการเงิน" ให้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้กู้ได้ และไม่สามารถใช้แทนวิจารณญาณของมนุษย์ได้ทั้งหมด

ท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันของ Virtual Bank ในระยะยาว อาจไม่ได้วัดกันที่ใครสามารถพัฒนา AI ได้ฉลาดเลิศเลอที่สุด แต่อยู่ที่ใครจะเข้าใจ "ความเป็นมนุษย์" ได้ลึกซึ้งที่สุด

เพราะธุรกิจการเงินไม่เคยเป็นเพียงเรื่องของตัวเลข หรือ เงินตราเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นธุรกิจที่ตั้งอยู่บนฐานของ "ความเชื่อใจ" และความเชื่อใจที่ว่านั้น ก็ยังไม่มีอัลกอริทึมตัวไหนในโลกที่คำนวณออกมาเป็นสูตรสำเร็จได้สมบูรณ์แบบนั่นเองเจ้าค่ะ

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์