
นัยยะแห่งการฟื้นฟูเส้นทาง AH1 ความหวังใหม่ของรอยยิ้มสองฝั่งเมย
นัยยะแห่งการฟื้นฟูเส้นทาง AH1 ความหวังใหม่ของรอยยิ้มสองฝั่งเมย คอลัมน์เมียงมอง เมียนมา โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
KEY
POINTS
- ทางการเมียนมาได้เปิดใช้เส้นทางสายเอเชีย (AH1) ช่วงเมียวดี-เกาะกะเร็ค-ผะอานอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าชายแดนไทย-เมียนมา หลังจากปิดไปนานเกือบปี
- การเปิดเส้นทางดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางการค้าและการลงทุน และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนให้กลับมาคึกคัก สร้างผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ
- การฟื้นฟูเส้นทาง AH1 ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงของผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-เมียนมา
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีข่าวดีเข้ามา นั่นคือทางการเมียนมาโดยท่านรัฐมนตรีกิจการชายแดนรัฐกระเหรี่ยง ฯพณฯท่านพล.ตรี เมียน อู ได้มาเป็นประธานในการเปิดเส้นทางถนนสายเอเชีย (AH1) ช่วงเมืองเมียวดี-เกาะกะเร็ค-ผะอาน หลังจากได้ปิดการใช้งานมานาน ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ทำให้การค้าชายแดนของทั้งสองประเทศชะงักไป และผู้ประกอบการต่างต้องดิ้นรนหาช่องทางในการขนส่งสินค้า เข้าไปขายในประเทศเมียนมากันจนวุ่นวายไปทุกคน วันนี้นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีครับ
ในแวดวงคนทำการค้าชายแดนด้านไทย-เมียนมา ต่างรู้กันดีว่า “เส้นเลือดใหญ่” ของการค้าไทย-เมียนมานั้นอยู่ที่แม่สอด-เมียวดี เพราะนี่คือช่องทางขนส่งสินค้าจากประเทศไทย เข้าสู่เมืองหลวงเก่าที่เป็นเมืองการค้าที่ใกล้ที่สุด และเป็นตลาดการค้าใหญ่ที่สุดของประเทศเมียนมา แต่ในช่วงเกือบปีที่ผ่านมา จังหวะการเต้นของหัวใจเศรษฐกิจตรงนี้ดูจะแผ่วลงไป นับตั้งแต่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ต้องเผชิญกับข้อจำกัด จนต้องปิดตัวลงชั่วคราวจนถึงปัจจุบันนี้ ส่งผลให้ระบบการค้าและโลจิสติกส์ ที่เคยคล่องตัวกลับกลายเป็นอัมพาตไป ซึ่งแน่นอนว่าต้องกระทบถึงปากท้องของพี่น้องประชาชน และผู้ประกอบการทั้งสองฝั่งแม่น้ำเมยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่วันนี้หลังจากมีพิธีเปิดเส้นทาง AH1 อีกครั้ง แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้น เมื่อมีสัญญาณบวกส่งตรงมาจากฝั่งเมียวดี กับภาพพิธีเปิดถนนสายเอเชีย (AH1) ช่วงเมียวดี-เกาะกะเร็ค-ผะอานอย่างเป็นทางการ ในต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการซ่อมแซมทางหลวงที่ชำรุดจากการสู้รบ แต่นี่คือหัวใจของความเชื่อมั่น (Key of Confidence) ของการค้า-การลงทุนในเมียนมา อีกทั้งยังเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ทางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ที่แสดงให้เห็นว่า ทางการเมียนมามีความตั้งใจที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่น และจัดระเบียบการค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะการค้าชายแดน ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้งนั่นเอง
ในมุมมองของคนวงในอย่างผม การขยับตัวครั้งนี้มีนัยยะที่น่าชื่นชม เพราะเป็นการแสดงศักยภาพของรัฐบาลเมียนมา ในการกลับมาควบคุมดูแลเส้นทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด การเปิดถนน AH1 จึงเปรียบเสมือนการส่งบัตรเชิญไปยังเหล่านักลงทุน-นักธุรกิจ และผู้ประกอบการขนส่งว่า “ความพร้อมกำลังเริ่มกลับมาแล้ว” แม้ว่าในขณะนี้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 จะยังคงปิดให้บริการชั่วคราวอยู่ แต่เชื่อเถอะครับว่า นี่คือการ “เตรียมความพร้อม” เพื่อรอจังหวะการเปิดประตูบานใหญ่ที่มั่นคงและปลอดภัยกว่าเดิม ความคึกคักของการค้าชายแดนกำลังจะเกิดในเร็ววันนี้อีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ
สิ่งที่ทำให้รัฐบาลทั้งสองฝั่งต้องอมยิ้มได้ คือภาพรวมของ “ผลประโยชน์ร่วมกัน” ที่กำลังจะตามมา ฝั่งไทยเราเองก็มีความพร้อม ที่จะสนับสนุนให้มีการกระจายสินค้าอุปโภค-บริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง ยาเวชภัณฑ์และสินค้าจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศเมียนมา เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของเพื่อนบ้าน ในขณะที่ฝั่งประเทศเมียนมาเอง การดึงเอาการค้ากลับมาสู่เส้นทางหลักที่เป็นระบบ จะช่วยให้การจัดเก็บรายได้เข้าสู่รัฐเป็นไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนทั้งสองฝั่ง ก็จะสามารถทำมาหากินกันได้อีกครั้ง นี่จึงเป็นการสร้างบรรยากาศ “Win-Win-Win” ที่ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริงครับ
นอกจากนี้ การกลับมาใช้เส้นทาง AH1 อย่างเป็นทางการ ยังช่วยลดต้นทุนแฝงและความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการ เคยต้องแบกรับในช่วงที่ต้องใช้เส้นทางอ้อม หรือช่องทางธรรมชาติ ความสะดวกสบายของถนน AH1 จะเป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำให้อำเภอแม่สอดและเมืองเมียวดีกลับมาเป็น Logistics Hub ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 กลับมาเปิดใช้อย่างเต็มรูปแบบ เราจะได้เห็นการเคลื่อนตัวของสินค้าอย่างมหาศาล หลังจากที่อั้นมานานเกือบปี ซึ่งจะเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างมีนัยสำคัญเลยครับ
การเปิดเส้นทางสายเอเชียหรือ AH1 ในครั้งใหม่นี้ จึงไม่ใช่แค่การเปิดช่องหายใจให้แก่ผู้ประกอบการการค้าชายแดนของทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขการค้าแสนล้านเท่านั้น แต่คือเรื่องของ “สายสัมพันธ์” ระหว่างไทย-เมียนมา ที่ตัดกันไม่ขาด การเปิดถนนในครั้งนี้ คือจุดเริ่มต้นของการสร้างเสถียรภาพที่ยั่งยืน เป็นการส่งสัญญาณให้โลกรู้ว่า ในมิติของความร่วมมือทางเศรษฐกิจนั้น ไทยเราพร้อมจะก้าวข้ามผ่านความท้าทายไปได้เสมอ หากเรามีความเข้าใจและปรารถนาดีต่อกัน ผมเชื่อมั่นว่ารอยยิ้มที่เราเห็นบนใบหน้าของเจ้าหน้าที่ ในงานพิธีเปิดถนน AH1 ในวันนั้น จึงน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือกันเดินไปข้างหน้า และได้กลายเป็นรอยยิ้มที่กว้างขึ้นของประชาชนในภูมิภาค เมื่อประตูแห่งโอกาสที่อำเภอแม่สอดและเมืองเมียวดีจะได้ถูกเปิดออกอย่างถาวรในเร็ววันครับ







