thansettakij
thansettakij
กล้าคุยเรื่องยาก ทางรอดธุรกิจครอบครัว

กล้าคุยเรื่องยาก ทางรอดธุรกิจครอบครัว

06 ก.ค. 69 | 10:40 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ค. 69 | 12:02 น.

จุดแข็งของธุรกิจครอบครัวคือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความมุ่งมั่นที่จะส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่น แต่เมื่อต้องบริหารธุรกิจไปพร้อมกับการรักษาความสัมพันธ์ของคนในบ้าน

ความขัดแย้งทางความคิดก็กลายเป็นเรื่องที่รับมือได้ยาก ผู้ก่อตั้งและทายาทจำนวนมากจึงมักหลีกเลี่ยงการพูดคุยในประเด็นที่ตึงเครียดเพราะกลัวจะผิดใจกัน ทั้งที่ในทางปฏิบัติแล้วการเปิดใจหารืออย่างเป็นระบบคือวิธีการที่จะช่วยรักษาสมดุลให้ทั้งธุรกิจและครอบครัวไปต่อได้ในระยะยาว

มองการถกเถียงเป็นการหาข้อสรุป

ปัญหาหลักของธุรกิจครอบครัวคือความผูกพันที่ยาวนาน เวลาเกิดความขัดแย้ง สมาชิกจึงมีอารมณ์ร่วมสูงและมักดึงเรื่องส่วนตัวในอดีตมาปนกับงานตรงหน้า ทำให้หลายคนตัดปัญหาด้วยการเงียบและปล่อยผ่าน แต่การเลี่ยงไม่พูดคุยไม่เคยแก้ปัญหาได้จริง ในมุมมองการบริหารนั้นความกลัวที่จะขัดแย้งมักสะท้อนถึงปัญหาที่ลึกกว่านั้น เพราะหากสมาชิกมีความไว้ใจกัน การถกเถียงก็เป็นแค่กระบวนการหาคำตอบที่ดีที่สุดให้บริษัท ดังนั้นการกลัวผิดใจกันมากเกินไปจะทำให้ธุรกิจเสียโอกาสจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นลม

กำหนดเป้าหมายให้ชัดก่อนเริ่มเจรจา

เหตุผลเดียวที่ควรเลื่อนการพูดคุยออกไป คือเมื่ออีกฝ่ายกำลังอารมณ์ร้อน มีข้อจำกัดเรื่องเวลา หรือต้องหาข้อมูลเพิ่ม แต่หากไม่ใช่สามข้อนี้ การนิ่งเฉยอาจเป็นเพียงการหนีปัญหา ซึ่งความตึงเครียดที่สะสมไว้มักจะลามไปกระทบความสัมพันธ์ส่วนตัวนอกเวลางาน ก่อนเริ่มเปิดประเด็นจำเป็นต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป้าหมายหลักในการคุยครั้งนี้คืออะไร เช่น

เพื่อปรับระบบงานให้โปร่งใส หรือเตรียมธุรกิจให้พร้อมแข่งขัน เป็นต้น การมองภาพรวมขององค์กรจะช่วยป้องกันไม่ให้นำอารมณ์ส่วนตัวเข้ามาปะปน และเมื่อถึงเวลาหารือก็ควรพุ่งเป้าไปที่เรื่องเดียวซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ แม้จะไม่สามารถบังคับให้อีกฝ่ายเห็นด้วยได้ทันที แต่สิ่งที่ทำได้คือการอธิบายเหตุผลและจุดยืนอย่างมีวุฒิภาวะ

บทความ เรื่อง  กล้าคุยเรื่องยาก ทางรอดธุรกิจครอบครัว คอลัมน์ Family Business Thailand โดยรศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย akachai@famzgroup.com

เทคนิคการสื่อสารและพื้นที่ปลอดภัย

การพูดคุยเรื่องละเอียดอ่อนต้องประเมินบริบทและสถานที่เสมอ ไม่ควรนำปัญหาครอบครัวมาปะปนในที่ประชุมสายงานปกติ เลี่ยงการเจรจาตอนท้ายของการประชุมบอร์ดที่ผู้เข้าร่วมเริ่มเหนื่อยล้า และไม่ควรคุยเรื่องโครงสร้างธุรกิจบนโต๊ะอาหารค่ำ ทั้งนี้นอกเหนือจากสถานที่แล้ว

การฟังอย่างตั้งใจคือทักษะที่ขาดไม่ได้ หากต้องรับฟังประเด็นที่ขัดแย้งรุนแรง หลักการ CURE สามารถช่วยคุมสถานการณ์ได้ เริ่มจาก Collect yourself (ตั้งสติก่อนตอบโต้) Understand (ทำความเข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย) Recover (หากอารมณ์เริ่มร้อน ให้ขอพักการพูดคุยชั่วคราว) และ Engage (กลับมาเจรจาและหาจุดตกลงร่วมกัน)

การใช้คนกลางเมื่อถึงทางตัน

ในทางปฏิบัติมีหลายกรณีที่การเจรจาต้องหยุดชะงักเพราะปมความขัดแย้งสะสม แม้ทุกฝ่ายจะมีเจตนาดีแต่ก็พูดคุยกันต่อไม่ได้ เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดนี้การดึงบุคคลที่สามซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัวเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ถือเป็นทางออกที่ควรพิจารณา เพราะมุมมองจากคนนอกจะช่วยลดอารมณ์ที่คุกรุ่นบนโต๊ะเจรจา และตีกรอบการสนทนากลับมาสู่การหาข้อสรุปที่ใช้งานได้จริง

การรับมือกับความขัดแย้งไม่ใช่การมุ่งหาผู้ชนะ แต่เป็นบทพิสูจน์วุฒิภาวะของผู้นำธุรกิจครอบครัว องค์กรที่เปิดพื้นที่ให้ถกเถียงด้วยเหตุผล และสามารถเปลี่ยนข้อตกลงเป็นแผนงานที่จับต้องได้ จะช่วยสกัดกั้นความขัดแย้งไม่ให้ลุกลามเป็นปัญหาส่วนตัว พร้อมทั้งสร้างรากฐานของกิจการให้มั่นคงขึ้นกว่าเดิม

 

อ้างอิง: ANZ. (2025, August 5). Relative harmony: how to have tough conversations in your family business. Family Business Association. https://familybusinessassociation.org/article/relative-harmony--how-to-have-tough-conversations-in-your-family-business

Broons, J. (2024, February 27). Navigating tough conversations in family businesses. Family Business United. https://www.familybusinessunited.com/post/navigating-tough-conversations-in-family-businesses

Kellogg School of Management. (n.d.). Difficult conversations in family business: When should you have them, and why? Northwestern University. https://www.kellogg.northwestern.edu/executive-education/the-kellogg-experience/thought-leadership/family-businesses-difficult-conversations.aspx