thansettakij
thansettakij
วิธีบริหาร เขย-สะใภ้ ในธุรกิจครอบครัว

วิธีบริหาร เขย-สะใภ้ ในธุรกิจครอบครัว

28 มิ.ย. 69 | 03:35 น.
อัปเดตล่าสุด :28 มิ.ย. 69 | 03:36 น.

ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจครอบครัว ปัญหาหนึ่งที่มักพบคือการจัดการบทบาทของคนนอกอย่างลูกเขยและลูกสะใภ้ แม้คนกลุ่มนี้จะไม่ได้มีรายชื่อในโครงสร้างบริหารหรือเป็นผู้ถือหุ้น

ในระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจครอบครัว ปัญหาหนึ่งที่มักพบคือการจัดการบทบาทของคนนอกอย่างลูกเขยและลูกสะใภ้ แม้คนกลุ่มนี้จะไม่ได้มีรายชื่อในโครงสร้างบริหารหรือเป็นผู้ถือหุ้น แต่กลับมีอิทธิพลอย่างมากต่อวัฒนธรรมองค์กร การลดความขัดแย้ง และมักเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของคนในครอบครัว เมื่อธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านไปยังผู้บริหารรุ่นต่อไป การขยายจำนวนผู้ถือหุ้นและการจัดทำระบบกำกับดูแลกิจการจะซับซ้อนขึ้น

คำถามสำคัญคือจะบริหารจัดการสมาชิกที่ไม่ได้ถือหุ้นในกิจการให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวได้อย่างไร เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจกระทบถึงธุรกิจ ทั้งนี้ข้อมูลจากการเสวนาของตัวแทนธุรกิจครอบครัว 23 แห่งโดย Trusted Family พบว่า แนวทางการจัดการสมาชิกกลุ่มนี้แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

1. แนวทางระมัดระวัง (Cautious Approach) ครอบครัวจะให้เข้ามามีส่วนร่วมก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งแล้ว เช่น หลังแต่งงาน หรือมีลูกด้วยกัน ครอบครัวจะต้อนรับในพื้นที่ส่วนตัว แต่จะแยกชัดเจนไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจทางธุรกิจ การให้ข้อมูลจะทำเท่าที่จำเป็นและพิจารณาจากความไว้ใจเป็นหลัก

2. แนวทางเปิดรับตั้งแต่ต้น (Early Integration) บางครอบครัวเลือกดึงคู่สมรสเข้ามาในระบบตั้งแต่เริ่มหมั้นหมาย มีการเชิญให้ร่วมปฐมนิเทศธุรกิจหรือกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท บางแห่งให้คู่สมรสเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในสภาครอบครัว เพื่อดึงความเชี่ยวชาญและมุมมองที่เป็นกลางของเขยหรือสะใภ้มาใช้ประโยชน์ เนื่องจากไม่มีอคติจากอารมณ์ความรู้สึกแบบคนสายเลือดเดียวกัน ทั้งยังมีประสบการณ์วิชาชีพหรือการทำงานจากองค์กรภายนอก ที่สามารถนำมาช่วยอุดช่องโหว่ในการบริหารงานของครอบครัวได้

คอลัมน์ Family Business Thailand : วิธีบริหาร เขย-สะใภ้ ในธุรกิจครอบครัว

แน่นอนว่าการบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ไม่มีรูปแบบตายตัวหรือถูกต้องที่สุดสำหรับทุกองค์กร เพราะสิ่งสำคัญคือการตั้งเป้าหมายและกำหนดกติกาให้ชัดเจนตามบริบทของแต่ละครอบครัว อย่างไรก็ตามเมื่อมองในมุมของการนำไปปฏิบัติจริง พบว่าธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จในการดึงคู่สมรสเข้ามามีส่วนร่วม มักจะประยุกต์ใช้วิธีการเหล่านี้อย่างแยบยล

สร้างความคุ้นเคยผ่านกิจกรรมสบายๆ ความรู้สึกผูกพันมักไม่สามารถสร้างได้ด้วยนโยบายบริษัท แต่มักก่อตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติบนโต๊ะอาหาร หรือระหว่างการแข่งขันกีฬาภายในครอบครัว เทคนิคที่หลายครอบครัวนิยมใช้คือการสุ่มแบ่งทีมโดยเจตนาแยกคู่สมรสออกจากกัน

วิธีนี้จะช่วยละลายพฤติกรรม ลดช่องว่างระหว่างวัย และเปิดโอกาสให้เกิดความสนิทสนมระหว่างเครือญาติสายต่างๆได้อย่างรวดเร็ว จัดกิจกรรมคู่ขนานเพื่อลดความอึดอัด เป็นเรื่องปกติที่การประชุมผู้ถือหุ้นอาจมีบรรยากาศตึงเครียด ดังนั้นเพื่อไม่ให้คู่สมรสรู้สึกแปลกแยก

บางครอบครัวจึงเลือกจัดกิจกรรมอื่นคู่ขนานไปพร้อมกัน เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้มีพื้นที่พบปะและใช้เวลาร่วมกันอย่างสบายใจ โดยไม่ต้องรู้สึกว่าถูกกีดกันออกจากวงสนทนาเรื่องเงินหรือธุรกิจ ปฐมนิเทศครอบครัว ในเมื่อพนักงานใหม่ยังต้องมีการปฐมนิเทศ คู่สมรสที่เพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวก็ย่อมต้องการการแนะนำตัวเช่นกัน การให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประวัติธุรกิจ ค่านิยมหลักของครอบครัว

รวมถึงข้อตกลงเรื่องการรักษาความลับ จะเป็นกรอบนำทางให้คู่สมรสใหม่สามารถวางตัวได้เหมาะสมและช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดจากความไม่รู้ ใช้พื้นที่ดิจิทัลสื่อสารในครอบครัว การสร้างแพลตฟอร์มหรือกลุ่มสนทนาส่วนตัวเพื่ออัปเดตข่าวสารทั่วไป หรือบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จส่วนบุคคลที่ไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ถือเป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ได้ผลมาก เพราะพื้นที่ลักษณะนี้จะช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ และทำให้สมาชิกที่ไม่ได้ถือหุ้นรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอยู่

อย่างไรก็ตามการเปิดรับไม่ได้แปลว่าให้เข้าถึงข้อมูลได้ทุกเรื่อง การกำหนดขอบเขตยังเป็นเรื่องจำเป็นยิ่ง โดยเฉพาะเพื่อรับมือกับความเสี่ยงกรณีที่มีการหย่าร้าง กฎเกณฑ์เรื่องสิทธิการเข้าถึงข้อมูลควรมีข้อตกลงที่ชัดเจนและยุติลงด้วยดีเมื่อความสัมพันธ์จบลง การตกลงเรื่องสัญญาก่อนสมรส (Prenuptial Agreement) ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายความเพียงฝ่ายเดียว แต่ควรมีผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาหรือที่ปรึกษาครอบครัวเข้ามาช่วยเจรจาตั้งแต่แรก เพื่อรักษาสมดุลระหว่างกฎเกณฑ์ทางธุรกิจและความสัมพันธ์

ทั้งนี้การจัดวางบทบาทของลูกเขย ลูกสะใภ้ และสมาชิกที่ไม่ได้ถือหุ้นให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่การรักษาน้ำใจเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในครอบครัวเท่านั้น แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีผลโดยตรงต่อความมั่นคงและความสำเร็จในการส่งต่อธุรกิจในอนาคตอีกด้วย

 

อ้างอิง: Trusted Family. (2025, June 10). More than just “the spouse of”: Welcoming in-laws and non-shareholders into the family business. Family Business Magazine. https://familybusinessmagazine.com/engagement/spouses/more-than-just-the-spouse-of-welcoming-in-laws-and-non-shareholders-into-the-family-business/