thansettakij
thansettakij
The Call! เสียงเรียกตัวของทายาท

The Call! เสียงเรียกตัวของทายาท

The Call! เสียงเรียกตัวของทายาท : Family Business Thailand รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย [email protected]

เมื่อถึงวันที่ผู้ก่อตั้งธุรกิจตัดสินใจกดโทรศัพท์หาทายาทที่กำลังไปได้สวยในหน้าที่การงานของตัวเอง เพื่อขอให้กลับมารับช่วงต่อกิจการที่บ้าน ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนี้เองที่ศาสตราจารย์ Randel Carlock แห่งสถาบัน INSEAD นิยามไว้อย่างเรียบง่ายว่า “The Call” หรือ “เสียงเรียกตัว” แต่น่าเสียดายที่หลายครอบครัวมักโฟกัสเพียงความพร้อมของลูกหลาน จนมองข้ามตัวแปรที่ละเอียดอ่อนที่สุดในสมการนี้

นั่นคือคู่สมรสของทายาท เพราะการดึงทายาทกลับมาไม่ใช่แค่เรื่องการเปลี่ยนงานเท่านั้น แต่เป็นการเดิมพันด้วยความสัมพันธ์ระยะยาวด้วย คำถามสำคัญที่เจ้าของกิจการต้องตอบให้ได้ก่อนจะกดโทรศัพท์คือ จะให้สมาชิกใหม่เหล่านี้อยู่ตรงไหนของธุรกิจดี

ค่านิยมครอบครัวกับการเลือกเปิดรับหรือปิดประตู

อย่างไรก็ตามไม่มีสูตรสำเร็จว่าควรให้เขยหรือสะใภ้เข้ามาทำงานในธุรกิจหรือไม่ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับค่านิยมของแต่ละตระกูลเป็นสำคัญ อย่างกรณีศึกษาจาก INSEAD แสดงสองขั้วความคิดที่แตกต่างกัน แบบแรก เช่น Keystone Cable ผู้ผลิตสายไฟชั้นนำจากสิงคโปร์ที่เปิดกว้างรับลูกเขยเข้าร่วมทีมบริหารเพราะมองเห็นศักยภาพ โดยได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากพ่อตาแม่ยาย แบบนี้คือการมองหาคนเก่งโดยไม่เกี่ยงว่าเป็นคนนอกหรือคนใน

ขณะที่อีกแบบคือ Fratelli Cosulich ธุรกิจเดินเรือเก่าแก่จากอิตาลีที่มีกฎเหล็กห้ามเขยและสะใภ้ทำงาน เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งสะใภ้ก็เข้าใจและแยกไปเติบโตในเส้นทางของตนเอง ข้อคิดสำคัญคือไม่ว่าครอบครัวจะเลือกทางไหน ขอให้เกิดจากการตกลงกันอย่างชัดเจนบนพื้นฐานของค่านิยมครอบครัว ไม่ใช่ปล่อยให้สถานการณ์บีบบังคับจนต้องตัดสินใจด้วยความเกรงใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งที่ยากจะแก้ไขในภายหลัง

The Call! เสียงเรียกตัวของทายาท

ปกป้องธุรกิจด้วยสัญญาทางกฎหมาย

หากครอบครัวเลือกที่จะเปิดประตูรับ หรือแม้ไม่ได้ให้ทำงานแต่มีการโอนหุ้นให้ทายาท Robert Varak ทนายความด้านการวางแผนมรดกเตือนให้เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องเลวร้ายที่สุดเช่นการหย่าร้าง เพราะความรักเป็นเรื่องของอารมณ์แต่ธุรกิจเป็นเรื่องของความจริง การทำสัญญาระหว่างสมรส หรือการระบุเงื่อนไขในสัญญาผู้ถือหุ้น จึงไม่ใช่เครื่องหมายของความไม่ไว้ใจ แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงแบบมืออาชีพ เพื่อป้องกันไม่ให้หุ้นธุรกิจครอบครัวกลายเป็นสินสมรสที่ต้องถูกแบ่งกันหากชีวิตคู่ไปไม่รอด นี่คือวิธีเดียวที่จะปกป้องธุรกิจให้ส่งต่อไปยังรุ่นหลานได้โดยไม่สูญหายระหว่างทาง

รับเขยสะใภ้ร่วมงานด้วยมาตรฐานมืออาชีพ

เมื่อตกลงใจรับเขยสะใภ้เข้าทำงาน Loyd Rawls ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบทอดธุรกิจ แนะนำว่าหากจัดการไม่ดีอาจพังทั้งธุรกิจและครอบครัว หลักการสำคัญคือห้ามรับเพราะความเกรงใจ ต้องมีกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้น มีตัวชี้วัดและโครงสร้างเงินเดือนชัดเจนเหมือนพนักงานทั่วไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการรีบดึงตัวมาช่วยงานทันทีที่แต่งงานกันใหม่ๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เปราะบาง เพราะชีวิตคู่ที่เพิ่งเริ่มต้นต้องการเวลาปรับจูน การเพิ่มบทบาทเจ้านายลูกน้องเข้าไปอาจสร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์ได้ง่าย คำแนะนำคือควรปล่อยให้ไปหาประสบการณ์ข้างนอกก่อน เพื่อให้กลับเข้ามาในฐานะมืออาชีพที่มีของ ไม่ใช่เด็กเส้นของเจ้าของบริษัท

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการนำเขยและสะใภ้เข้าสู่ธุรกิจครอบครัว จึงไม่ใช่การเสี่ยงดวงว่าจะได้คนดีมาร่วมตระกูลหรือไม่ แต่คือการออกแบบระบบและการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา การกล้าพูดคุยเรื่องยากๆ ในวันที่ความสัมพันธ์ยังดีอยู่ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทั้งธุรกิจและครอบครัวเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างดีโดยไร้ปัญหา