thansettakij
ธุรกิจครอบครัวก้าวนำด้วยมรดกและนวัตกรรม

ธุรกิจครอบครัวก้าวนำด้วยมรดกและนวัตกรรม

23 ต.ค. 2568 | 22:48 น.

ธุรกิจครอบครัวก้าวนำด้วยมรดกและนวัตกรรม : Family Business Thailand รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย [email protected]

ธุรกิจครอบครัวคือเสาหลักของเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่ร้านเล็กๆที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ไปจนถึงแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง BMW, Hermès และ Michelin ซึ่งสร้างรายได้เกือบ 70% ของ GDP โลก และจ้างงานกว่า 60% ของแรงงานทั่วโลก แม้จะถูกมองว่าเป็นอนุรักษ์นิยม

แต่ความจริงคือธุรกิจครอบครัวจำนวนไม่น้อยกลับเป็นแหล่งนวัตกรรมที่เติบโตและยืดหยุ่นสูง สำหรับในฝรั่งเศสธุรกิจครอบครัวคิดเป็นสองในสามของบริษัททั้งหมด และจ้างงานกว่า 13 ล้านคน งานวิจัยหลายชิ้นยังชี้ว่าธุรกิจครอบครัวมักทำผลงานเหนือกว่าธุรกิจทั่วไป ทั้งด้านผลกำไร ความยั่งยืน และความสามารถในการรับมือกับวิกฤตต่างๆอีกด้วย

ผสานมรดกกับนวัตกรรม

ธุรกิจครอบครัวมักสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องโดยไม่ละทิ้งรากฐานเดิม เช่น Hermès ตั้งแต่ปีค.ศ. 1837 ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมลงทุนในเวิร์กช็อปที่ยั่งยืน ทำให้แบรนด์รักษามรดกเดิมและพร้อมรับเทรนด์โลกอยู่เสมอ นวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้จำกัดแค่เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย โดยงานวิจัยพบว่า 62% ของธุรกิจครอบครัวให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เทียบกับ 45% ของธุรกิจทั่วไป

ขณะที่แนวทางการเติบโตสู่ระดับโลกของธุรกิจครอบครัวก็มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยมักเลือกพันธมิตรระยะยาวมากกว่าการเข้าซื้อกิจการแบบฉับพลัน กว่า 75% ของธุรกิจครอบครัวระดับโลกใช้กลยุทธ์นี้เพื่อสร้างความยั่งยืน เช่น SEB Group เจ้าของแบรนด์ Tefal, Moulinex, Krups และ Rowenta อยู่ภายใต้การบริหารของครอบครัวตั้งแต่ปีค.ศ. 1857 เลือกขยายตลาดโลกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการเข้าซื้อกิจการอย่างมีกลยุทธ์และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ไว้อย่างชัดเจน

ธุรกิจครอบครัวก้าวนำด้วยมรดกและนวัตกรรม

ยืดหยุ่นและก้าวนำ

ช่วงวิกฤต COVID-19 ธุรกิจครอบครัวในฝรั่งเศสแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นอย่างชัดเจน โดยมีการปลดพนักงานน้อยกว่าบริษัททั่วไปถึงครึ่งหนึ่ง และยอดขายลดลงน้อยกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 30% ขณะเดียวกันธุรกิจครอบครัวที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีผลประกอบการเหนือกว่าคู่แข่งโดยเฉลี่ย 27% ตลอดรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยโครงสร้างบริหารที่เรียบง่ายช่วยให้ตัดสินใจเร็วและคำนึงถึงพนักงานกับชุมชน ทำให้ธุรกิจครอบครัวฝรั่งเศสสามารถยืนหยัดและเติบโตได้แม้ในภาวะวิกฤต

นักวิชาการ Carlock & Ward สรุปความสำเร็จของธุรกิจครอบครัวผ่าน “4C” ได้แก่

  • ความต่อเนื่อง (Continuity) ที่เน้นการลงทุนระยะยาว 7–15 ปี และการ reinvest กำไรสูง แต่ต้องมีแผนส่งต่อกิจการที่ชัดเจน
  • การตัดสินใจ (Command) ที่คล่องตัวแต่ควรเสริมด้วยกรรมการอิสระหรือผู้บริหารภายนอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  • ความสัมพันธ์กับชุมชนและพนักงาน (Community) ที่เหนียวแน่นแต่ต้องเปิดรับความร่วมมือภายนอก
  • ความเชื่อมั่น (Confidence) ที่สั่งสมมาหลายรุ่นซึ่งช่วยสร้างความภักดี แต่ต้องมีระบบการสื่อสารที่โปร่งใสและกลไกจัดการความขัดแย้ง

จะเห็นได้ว่าธุรกิจครอบครัวไม่ได้เป็นเพียงผู้สืบทอดมรดกดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนอนาคตที่ผสานประสิทธิภาพเข้ากับความรับผิดชอบ และนวัตกรรมเข้ากับความต่อเนื่อง หากสามารถบริหารการกำกับดูแลและการส่งต่อกิจการสู่รุ่นต่อไปอย่างรอบคอบ ธุรกิจครอบครัวเหล่านี้ก็พร้อมที่จะยืนหยัดเป็นผู้นำและแบบอย่างของเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างยาวนานต่อไป

 

ที่มา: Collin, B. (2025, September 11). From legacy to leadership: How family firms outperform by combining heritage with innovation. The Choice by ESCP. Retrieved from https://escp.eu/thechoice