

ในวันที่ผู้บริโภคเริ่มถามหาความยั่งยืนก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า นักลงทุนหันมามองหาธุรกิจที่โปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคม ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกต่างเพิ่มกติกาที่เข้มงวดขึ้น “ESG” (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล – Environmental, Social, and Governance) จึงไม่ใช่เพียงคำฮิตในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่กลายเป็นเงื่อนไขการอยู่รอดของธุรกิจครอบครัว ที่หากเพิกเฉยเสียแล้ว จะไม่เพียงพลาดโอกาสสำคัญแต่ยังเสี่ยงถูกมองว่าไม่ทันสมัยหรือไม่ใส่ใจสังคมด้วย ซึ่งอาจบั่นทอนทั้งชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวอีกด้วย
ขณะที่ธุรกิจครอบครัวที่นำ ESG มาเป็นหัวใจในการดำเนินงาน มักได้รับความไว้วางใจมากขึ้นจากลูกค้า พันธมิตร และแม้แต่นักลงทุน เพราะการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไม่ได้สะท้อนแค่ความรับผิดชอบเท่านั้น แต่ยังสะท้อนคุณค่าและมรดกของครอบครัวได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยสร้างความได้เปรียบด้านการเงิน เนื่องจากบริษัทที่บริหารความเสี่ยงอย่างมีระบบ มักเป็นที่สนใจของตลาดทุนมากกว่า
อย่างไรก็ตามเส้นทางในการนำ ESG มาปฏิบัติก็ไม่ได้ง่ายนัก ธุรกิจครอบครัวต้องเจอกับความท้าทายหลายประการ ตั้งแต่ต้นทุนและทรัพยากรในการเปิดเผยข้อมูล ความเห็นที่อาจไม่ตรงกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว งบประมาณที่จำกัด ไปจนถึงความเสี่ยงที่จะถูกกล่าวหาว่าเป็นเพียงการสร้างภาพ หรือ greenwashing ตลอดจนระบบจัดเก็บข้อมูลที่ยังไม่พร้อมรองรับ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจทำให้หลายครอบครัวลังเลว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร
แล้วธุรกิจครอบครัวควรทำอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อแรงกดดันจากกฎระเบียบใหม่ยิ่งตอกย้ำว่าการขับเคลื่อน ESG เลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการจากสหภาพยุโรป (EU) การกำกับของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) หรือมาตรฐาน ISSB ที่กำลังจะบังคับใช้ หลายธุรกิจครอบครัวจึงเลือกที่จะไม่หยุดแค่การทำตามกฎหมาย แต่แสดงเจตนารมณ์เพิ่มเติมผ่านการรับรองมาตรฐานสมัครใจ
เช่น B Corp (มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก) หรือ ISO 26000 (แนวทางความรับผิดชอบต่อสังคม) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้น อีกปัจจัยสำคัญคือแรงผลักดันจากทายาทรุ่นใหม่ ซึ่งเติบโตมาในยุคที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นประเด็นใหญ่ จึงพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวิธีคิดใหม่ๆที่ผสานนวัตกรรมเข้ากับความยั่งยืน และเมื่อธุรกิจเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาท ความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกก็มักเกิดขึ้นเร็วและเป็นรูปธรรมมากกว่า
ท้ายที่สุดแล้วการนำ ESG มาใช้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีเท่านั้น แต่คือการวางรากฐานของความยั่งยืนอย่างแท้จริง ธุรกิจครอบครัวที่ก้าวทันแนวทางนี้จะไม่เพียงรักษามรดกที่สืบทอดมายาวนานได้เท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดให้เป็นความได้เปรียบทางธุรกิจที่สร้างทั้งชื่อเสียง ความสัมพันธ์ที่มั่นคง และความแข็งแกร่งในการแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อีกด้วย
ที่มา: Hughes, M., Hu, Q., Simeonova, B., Ge, B., Issah, W., Jack, S., Hughes, P., Dai, S., & Kemp, M. (2025, April 2). ESG essentials for family firms. FamilyBusiness.org. Retrieved from https://familybusiness.org/content/esg-essentials-for-family-firms