
เส้นทางเที่ยวชุธาตุ 1 (เด่นชัย-แม่สาย)
เส้นทางเที่ยวชุธาตุ 1 (เด่นชัย-แม่สาย) เปิดเส้นทางศรัทธาเมืองเหนือ สักการะพระธาตุเล็กใหญ่ กระจายรายได้สู่ชุมชน คอลัมน์ Cat out of the box โดย พีรภัทร์ เกียรติภิญโญ
KEY
POINTS
- เส้นทางพระธาตุเล็กสู่เศรษฐกิจชุมชน - แนวคิดการพัฒนาเส้นทางจาริกแสวงบุญตามรอยพระธาตุขนาดเล็กในชุมชน เพื่อกระจายรายได้ งาน และการท่องเที่ยวไปยังเมืองรองและพื้นที่เล็ก ๆ คล้ายเส้นทางซานติเอโก เดอ คอมโปสเตลลา
- ทักษิณาวรรต เส้นทางศรัทธาเมืองเหนือ - เสนอเส้นทางเวียนขวาจากประตูเมืองแพร่ ผ่านพระธาตุสุโทนมงคลคีรี พระธาตุช่อแฮ พระธาตุพระลอ พะเยา เชียงราย และพระธาตุดอยตุง โดยผสานเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการเดินทาง
- ไหว้พระธาตุเล็ก เติมพลังใจและอนุรักษ์ชุมชน - การเดินทางไม่ได้มุ่งเพียงสักการะ แต่เป็นโอกาสทำบุญ ตั้งจิตอธิษฐาน พบวิถีชีวิตและของดีท้องถิ่น พร้อมช่วยดูแลรักษาพระธาตุและศาสนสถานเล็ก ๆ ให้คงอยู่เป็นมรดกของชุมชนต่อไป
สำหรับเส้นทางการเดินทางไปชุธาตุหรือขึ้นทางไปไหว้พระธาตุนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการทำอะไรที่ไม่ค่อยมีผู้ใดจะทำกันเอ้ย เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการเสริมสร้างเศรษฐกิจของเมืองรองหรือพื้นที่ขนาดเล็กนั้น ก็ให้นึกถึงว่า ฝ่ายคริสตศาสนาเขาก็มีเส้นทางจาริกแสวงบุญไปสู่ทุ่งดวงดาวที่ชื่อว่า ซานติเอโก้ เดอ คอมโปสเทลล่า https://www.thansettakij.com/blogs/lifestyle/561392 ผ่านไปในสเปญ เป็นที่นิยมศรัทธา จนสามารถสร้างงานสร้างรายได้กระจายให้ชุมชนไปตลอดรายทางเรื่อยมาเป็นพันปี
จังหวะนี้จึงได้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าจากแผนที่ดั้งเดิมเมื่อ 20 ปีก่อนพบว่าบรรดาพระบรมธาตุหรือสถูปเจดีย์พระธาตุขนาดเล็กอยู่ในพื้นที่ชุมชนหรือหมู่บ้าน ที่มีเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจนั้นมีอยู่มาก ล้วนแต่ตั้งใจสร้างอย่างสวยงามผ่านความวิริยะอุตสาหะ เก็บเล็กผสมน้อยสั่งสมมาอย่างน่าชื่นชมนับถือ และทีนี้ว่าคนเราหากเชื่อว่าพระบรมธาตุทุกชนิด จะมีเทวดาอยู่รักษา
การไปไหว้สาเคารพบูชาในฐานะหลักของพระศาสนายังจะต้องได้ผลเป็นโบนัสเสริมในการได้พบปะกับเทพยดาเหล่านั้นและบางทีท่านก็อาจช่วยอำนวยพรอะไรต่างๆให้ได้บ้างโดยไม่จำเป็นที่จะต้องรอคิวยาว อย่างกับการไปพบกับเทพยดาผู้ใหญ่ ซึ่งรักษาพระมหาธาตุขนาดใหญ่และมีผู้คนเข้าวัดไปสักการะพบปะท่านกันเนืองแน่น ในลักษณะประมาณว่าไปหาหมอได้คิวรักษาก่อนว่างั้น 55
ในปีนี้การจับชีพจรทางเศรษฐกิจและสังเกตปรากฏการณ์รอบตัวพบว่าบรรดาศาสนสถานใหญ่ๆและอารามหลวงมีผู้คน หนาแน่นผิดปกติเช่นในงานตักบาตรพระอุปคุตเที่ยงคืนที่ปากเกร็ดบนเกาะเกร็ดนั้น ท่านเจ้าอาวาสถึงกับออกปากว่าปกติคนมาประมาณ 1,000 ก็ถือว่าเต็มที่แล้วงวดนี้มีมากถึง 3,000 คนการต้อนรับดูแลบกพร่องท่านต้องขออภัย!
ฝ่ายสำนักการข่าวก็วิเคราะห์ว่าอาจเป็นด้วยสถานการณ์บ้านเมืองและการค้าขายซบเซาผู้คนจึงต้องการที่พึ่งทางใจอย่างมากซึ่งถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้นจริงเทพยาดาผู้รักษาพระบรมธาตุผู้รักษาพระพระอารามหลวงขนาดใหญ่ใหญ่คงจะจะต้องมีภาระล้นมือในการจัดสรรอำนวยพรแก่ท่านสาธุชนผู้ต่อคิวกันแน่นขณะดังกล่าว
โอกาสนี้จึงควรเอางานวิจัยของสิทธิพร เนตรนิยมในฐานะเมธีวิจัยผู้ซึ่งเคยได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยเมื่อปี 2548 ทำการศึกษาเรื่องพระธาตุ-กุศลลักขณ์ ในทางพุทธศาสนา ในแอ่งที่ราบ ลำพูน -เชียงใหม่ มาปัดฝุ่นอ่าน พราะระลึกถึงว่าในเขตเมืองเหนือนี้ก็ธาตุเจดีย์ขนาดเล็กในตำบลในอำเภอยังมีอยู่อีกมากล้วนแต่สร้างขึ้นสถาปนาขึ้นโดยศรัทธาอันปราณีตและrustic ตรงไปตรงมา สมควรที่จะไปชุไปไหว้ ไปน้อมจุดเทียนตามประทีปบูชาโดยคิดเอาเองว่าเทพยาดาผู้รักษาพระธาตุเล็กเล็กแต่เก่าแก่น่าจะมีคิวน้อยและถ้าว่าท่านจะอำนวยช่วยให้พร ก็น่าจะช่วยให้พรนั้นขับเคลื่อนได้ไวดีกว่า ทั้งยังได้อนุรักษ์ บำรุงรักษาสถูปเจดีย์เหล่านั้น แถมได้แบ่งเบาภาระเทพยดาผู้ใหญ่อีกด้วย
เส้นทางหนึ่งที่น่าสนใจหากว่าจะเริ่มไปชุธาตุดังกล่าวนี้ทางเมืองเหนือเป็นการเดินทางเวียนขวาชนิดว่าทักษิณาวรรต ซึ่งก็หมายความว่าในอดีตกาลผ่านมา ครั้งตั้งแต่พันปีก่อนผู้คนชมพูทวีปก็ให้ความนับถือว่าทิศเบื้องขวานั้นเป็นใหญ่เป็นมงคลการแสดงการเคารพสักการะวัตถุใดๆจึงใช้แขนหรือหัวไหล่ทางด้านขวาเข้าประชิดสิ่งนั้น จะเห็นได้ว่าธรรมเนียมนี้แม้กระทั่งพระภิกษุและพระพุทธองค์เองก็ทรงนำมาใช้เช่นการนุ่งห่มจีวรของท่านก็จะเปิดหัวไหล่ด้านขวาเวลาถ้าเข้าในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่เจดีย์หรือเข้าในพื้นที่ศาสนสถานที่สำคัญท่านก็จะต้องห่มจีวรลดไหล่หมายความว่าเคยห่มจีวรมิดชิดไปไหนจากข้างนอกมาพอเข้าพื้นที่สำคัญ แล้วก็จะต้องห่มใหม่โดยการห่มใหม่นี้ลดจีวรลง เปิดหัวไหล่ข้างขวา
ในลักษณะเดียวกันกับว่ายามคนเราไปเวียนเทียนที่วัดเราก็เอาหัวไหล่ข้างขวาชี้ไปที่อุโบสถก็ขอให้พระอุโบสถนั้นอยู่ในทิศหัวไหล่ข้างขวาของเราอยู่ตลอดเวลาในลักษณะว่าเป็นศูนย์กลาง เมื่อเดินเวียนไปแล้วก็จะเกิดเส้นวงกลมขึ้นมีทิศทางการหมุนไปทางขวามือก็เลยเรียกว่าทักษิณาวรรตเพราะคำว่าทักษิณแปลว่าทิศใต้ในเมื่อเราหันหน้าไปทางตะวันออก หัวไหล่เราไปทางขวาก็คือทิศใต้ อันนี้เป็นการจำลองศัพท์ของสมัยโบราณมาอธิบายส่วนท่านราชบัณฑิตนั้นท่านก็ยืนยันว่าคำว่าทักษิณไม่ได้แปลว่าทิศใต้แต่อย่างเดียวแต่แปลว่าขวาและแปลว่ามือขวาก็ได้ ส่วนคำว่าส่วนคำว่าอาวรรต ที่ใช้รอหัน ตรงนี้ก็แปลว่าการเดินหรือการเดินทางทักษิณาวรรตก็คือการเดินทางเวียนขวา
ส่วนท่านครู พลเรือตรีทองย้อย แสงสินชัยท่านขยายความต่อว่าธรรมเนียมเดิมแต่ในชมพูทวีปมานั้นการเดินเวียนขวาเป็นการแสดงการอำลาเช่นเมื่อไปสถานที่ใดหรือไปหาบุคคลสำคัญผู้ใดเมื่อจะกลับก็กระทำทักษิณาวรรตเดินเวียนขวาสามรอบเป็นการแสดงการเคารพและอำลา ทีนี้ว่าเมื่อพูดถึงท่านอาจารย์พลเรือตรีทองย้อยผู้ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลสำคัญ ฝ่ายทหารเรือในแง่ของการพิธีการศาสนาและอนุศาสนาจารย์ เปรียญเอก ก็นึกถึงว่าเมื่อครั้งเกษียณอายุราชการท่านดำรงยศที่นาวาเอก ในอัตรานาวาเอกพิเศษ จนเมื่อผลัดแผ่นดินแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานยศ ให้ท่านอาจารย์เป็นนายพลที่พลเรือตรีเป็นกรณีพิเศษ
ท่านอาจารย์ทองย้อยแต่งเครื่องแบบทหารเรือสีขาวติดบ่าพลเรือตรีนอกราชการ ตรารูปจักรคู่สีเงินบนบ่าทองแล้วต้องประดับตราสมอ สีเงินเหนือเครื่องหมายยศนั้นด้วยเพราะในราชการทหารเรือผู้ใดที่เกษียณอายุราชการแล้วหรือว่านอกราชการแล้ว ยามแต่งเครื่องแบบจะต้องประดับสมอเรือไว้กับยศ
ในขณะที่ราชการอื่นติดสัญลักษณ์ น.ก. คือน. หนูกับก. ไก่ย่อมาจากนอกราชการ นับเป็นงานออกแบบที่ทรงคุณค่าแบบธรรมเนียมเพราะว่าเรือนั้นเมื่อหมดภาระที่จะออกฝ่าฟันคลื่นลมเดินทางในทะเล ก็ต้องจอดเทียบท่าล่าสมอ แบบว่านำสมอทิ้งลงในน้ำจอดเรือ เรือนิ่งอยู่_ไม่ออกไปไหน ชวนให้คิดไปได้ว่า เปรียบเสมือนกับชีวิตราชการของฝ่ายทหารเรือที่ถูกถ่ายทอดผ่านศิลปะที่งดงาม ในตราสัญลักษณ์ที่แยบคายตัวอย่างเส้นทางการเดินทางแบบเวียนขวานี้จุดเริ่มต้น ก็ควรจะไปเริ่มที่ประตูทางเข้าเขตเมืองเหนือ
แม้ว่าภาคกลาง (ซึ่งถ้าเอากรุงเทพเป็นจุดศูนย์กลาง) พระธาตุต่างๆ ประดิษฐานอยู่บนเส้นทางขึ้นไปทางเหนือมีมากมายไม่ว่าจะที่ชัยนาทไม่ว่าจะที่เมืองสรรคบุรี อยุธยา แต่เส้นทางตามคอลัมน์นี้ก็ขออนุญาตนำเสนอความพระบรมธาตุที่ประตูเข้าเขตแดนล้านนากันก่อนเลย โดยเริ่มต้นกันที่พระธาตุสุโทนมงคลคีรีตรงเด่นชัย พระธาตุนี้ครูบามนตรีท่านก่อสร้างไว้ราว 40 กว่าปีก่อนมีความสวยงามวิจิตรมาก
อันว่าครูบามนตรีนั้น ท่านเป็นที่เคารพสักการะของครูบารุ่นใหม่ทั้งหลาย ตัวท่านเองได้เคยเมตตาเล่าไว้ว่าเมื่อครั้งท่านเดินทางไปยังศาสนสถานสวยงามในดินแดนต่างประเทศไม่ว่าจะขึ้นไปทางไทยลื้อหรือเขตแดนต่อยูนนานหรือเข้าไปทางพม่าไปทางเมืองมอญ ไปเลาะแม่น้ำโขงจนไปออกทางเวียดนามได้พบเห็น ตัวอย่างงานก่อสร้างที่ดีมากมายท่านก็อนุวรรตมาใช้สร้างพระธาตุสุโทนที่วัดของท่าน
ส่วนว่าเด่นชัยนี้ก็เป็นเมืองหลักของแพร่เพราะว่าเป็นเมืองที่เป็นประตูจริงๆเชื่อมโยงมาจากอุตรดิตถ์และลำปางเป็นทางเข้าเมืองแพร่ได้ต่อไปพระธาตุสุโทน มีเจดีย์เรียงรายเป็นกลุ่มประกอบด้วย ครูบาท่านว่าเป็นเจดีย์ 30 ทัศเรื่องบารมี 30 สาธุชนนับถือกันว่าครูบามนตรีเป็นนักปราชญ์ในทางล้านนาคดีและทรงวิทยาคุณลึกลับในทางจิต ดอกไม้ไหว้พระธาตุแห่งนี้ไม่ใช่ดอกไม้ทั่วไปใช้ดอกกลมๆขาวนิดนิดหน่อยๆแนบใบ ติดกับธูปแดงแล้วงดงามมากในทางศิลปะ เข้าตำราน้อยแต่มาก
ต่อข้อถามว่าครูบาทำเจดีย์พระบรมธาตุและวัดสวยงามอย่างไรท่านตอบว่าเร่งทำไว้เสียแต่เมื่อยังหนุ่มกำลังวังชามี เสร็จเรื่องแล้วก็จะได้ปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องของการวิปัสสนากรรมฐานบำเพ็ญทางจิตเมื่อกำลังแก่ลง ท่านเป็นผู้มีความชำนาญทางวิชาช่างและการปั้นมากในยุคที่ผู้คนตื่นเต้นกับการทำหุ่นขี้ผึ้งครูบาใช้ทรายในการปั้นรูปคนและคนเหล่านั้นโดยมากเป็นครูอาจารย์ของท่านอีกทีนึง
ล่าสุดเมื่อสองปีก่อนนี้ครูบาสร้างพระพุทธรูปโลหะแบบล้านช้างให้ถอดได้หลายๆชิ้นส่วน ท่านก็เมตตาอธิบายว่าเวลามีศึกสงครามเขามาเอาพระไปหลอมหมด ถ้าถอดเป็นชิ้นได้ก็แบ่งกันพาหนีได้รักษาไว้ไม่สูญ !
ออกจากพระธาตุสุโทนก็ควรไปสักการะพระบรมธาตุขนาดใหญ่ประจำจังหวัดก็คือพระธาตุช่อแฮ ซึ่งคำว่าแฮนี้ผู้คนก็ถามว่าคืออะไร หนึ่งในคำอธิบายที่ดูสมเหตุสมผลก็คือมาจากคำว่าแพรหรือผ้าแพร ช่อแพร ทางฝ่ายประเพณีชุธาตุก็นับถือกันว่าพระธาตุช่อแฮนั้นเป็นพระธาตุประจำปีเสือหรือปีขาล
ดังได้เรียนไว้ในฉบับก่อนแล้วว่าดวงจิตของมนุษย์ก่อนมาจุติเป็นคนจะถูกนำไปพำนักยังบริเวณพระธาตุประจำปีนักษัตรที่จะมาเกิดนั้นก่อน จึงจะได้เข้าท้องแม่เป็นทารกต่อไปพระธาตุช่อแฮนั้นอยู่บนเนินเขาขึ้นบันไดไปแล้วงานออกแบบสร้างว้าวเอฟเฟกต์เมื่อลอดผ่านซุ้มประตูมีบรรยากาศที่สร้างความปลอดโปร่งโล่งใจอย่างมากสมควรที่จะจุดเทียนถวายประทีปบูชา
เสร็จจากพระธาตุช่อแฮมาบริเวณใกล้กันยังมีพระธาตุจอมแจ้งอยู่ ซึ่งก็ต้องถามผู้รู้ว่าอายุอานามท่านใกล้เคียงกันหรือไม่อย่างไรเป็นอันว่าในเขตอำเภอเมืองแพร่ไปสองแห่งนี้
ส่วนจะแวะพักประทานอาหารของอร่อยตรงไหนอย่างไรก็ต้องขอให้ไปต่อกับ คอลัมน์ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ ก็ คือ อิ่ม_โอชาหรือจอย เดอ ลา ควิซีนที่ระยะนี้ เขาทำลายแทงของกินน่าอร่อยประจำเมืองรายงานอยู่ทุกสัปดาห์
พระธาตุที่ 4 น่าจะหาทางแวะไปพระธาตุพระลอ ซึ่งได้เคยกล่าวไว้ในตอนพระลอตามไก่ นักโบราณคดีก็บอกว่ามีอยู่นานแล้วเวียงนี้ ส่วนนักวรรณคดีก็บอกว่านี่แหละเป็นเมืองของพระลอตามไก่ในตำนาน (เป็นคนละที่กับพระธาตุเวียงลอในเขตพะเยา)
พระธาตุพระลออยู่ในเขตอำเภอสองของจังหวัดแพร่ซึ่งเส้นทางนี้สามารถวกเข้ามายังวัดสำคัญในเมืองงาวซึ่งไปสังกัดจังหวัดลำปางได้อีก ที่เมืองงาวมีวัดและพระธาตุสำคัญก็คือวัดจองคำพระอารามหลวงเวลานี้อยู่ในการปกครองของหลวงปู่โอภาสหรือพระเดชพระคุณพระพรหมมงคลวชิโรดม ผู้ลือนาม ปีนี้ท่านอายุ 95 แล้วเป็นผู้สำเร็จทั้งในทางข้อศึกษาบาลีและการฝึกจิต หลวงปู่โอภาสบุกเบิกพื้นที่ตั้งสำนักเรียนและให้การสงเคราะห์อนุเคราะห์ผู้คนและภิกษุสามเณรโดยถ้วนหน้าเวลาเข้าพรรษาท่านมีวิชาเทียนท่านก็ทำพิธีสวดเทียนให้เมืองเหนือเขาเรียกกันว่าบูชาเทียน_ปูจาเตียน
เมืองงาวก็เป็นเมืองที่น่ารักเป็นพื้นที่ทำไม้สักมาตั้งแต่ยุคสัมปทานอังกฤษเข้าตลาดเช้าเมืองงาวจุ๋งจิ๋งและรัสติก ข้าวของก็ราคาประหยัดน่าซื้อหา ออกจากอำเภองาวก็หันขวาเข้าไปที่จังหวัดพะเยาซึ่งครั้งหนึ่งมีสถานะเป็นอำเภอของจังหวัดเชียงรายได้ทำการแยกมาเป็นจังหวัดโดยตรง แวะไหว้พระเจ้าตนหลวงผู้ซึ่งประทับอยู่ที่วัดศรีโคมคำริมฝั่งกว๊านพะเยา แล้วไปจุดเทียนบูชาพระธาตุที่พระธาตุโป่งขามซึ่งเป็นพระธาตุขนาดเล็กตั้งอยู่บนเนินเขาอากาศดีวิวสวยเหมาะกับการทำสัตย์อธิฐานว่าพระธาตุโป่งขามนี้ขอเทวดาผู้รักษาช่วยสร้างกำลังใจให้เราเป็นคนน่าเกรงขามส่วนศัตรูก็ให้เข็ดขามแก่เรา สมดังชื่อของพระธาตุโป่งขามเป็นต้น
จากนั้นกระทำทักษิณาวรรตอำลาพระธาตุแล้วจึงต่อเข้าเขตอำเภอพานไปที่พระธาตุจอมรุ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนจอมเป็นเนินสูงอีกเช่นประวัติว่าสร้างโดยเจ้าเมืองภูกามยาวตั้งแต่สมัยอาณาจักรเก่าแก่ แล้วค่อยต่อไปพระธาตุจอมแว่ หรือจอมแวะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน และอาจจะต่อด้วยพระธาตุกู่มหาเถรซึ่งตั้งอยู่ในวัดป่าพุทธนิมิตร เปลี่ยนอารมณ์กันบ้าง
นับมาได้เก้าวัดเก้าสถานที่แล้วก็ย่อมจะสร้างความเหน็ดเหนื่อยแก่ท่านผู้จาริกแสวงบุญไม่น้อย ควรแวะหาที่พักแรมเอาแบบพอสบายได้เวลาพักผ่อนตื่นมาสดชื่นดีแล้วไปต่อยังอำเภอแม่ลาวในจังหวัดเชียงรายซึ่งเมื่อ 50 ปีที่แล้วเขาไปมีอิทธิพลคอมมิวนิสต์รุนแรงที่นี่กัน แต่ปัจจุบันสงบลงมากแล้ว ก็เหมาะที่จะไป จุดประทีปบูชา กลุ่มพระธาตุบริเวณนั้นสี่องค์ได้แก่ พระธาตุจอมหมอกแก้ว, พระธาตุดอยจ้องสลับแสง, พระธาตุศรีจอมจันทร์และพระธาตุดอยกองข้าว
เรื่องพระธาตุจอมหมอกแก้วนี้ผู้ที่มีความรู้ทางฝ่ายล้านนาท่านก็ว่าหมอกนั้น เป็นสิ่งสลัวมวลมึนในชีวิตเวลามันผ่านเข้ามาแล้วมันมืดดำเป็นหมอกดำไม่มีใครชอบควรตั้งจิตอธิษฐานขอให้หมอกนั้นจางใสลงจนกลายเป็นหมอกแก้วใสกระจ่างเยือกเย็นสดชื่นใจสถานที่พระธาตุจอมหมอกแก้วนี้ เหมาะสมแก่การตั้งใจอธิษฐาน ให้หมอกควันในชีวิต คลายความมืดดำ กลับมาเป็นความสดใสอย่างหมอกแก้วแทน
ส่วนที่ดอยจ้องสลับแสงนั้นท่านแนะให้ดูปรากฏการณ์ของแสงแก้วพระธาตุที่เปลี่ยนสีไปมาได้จึงใช้คำว่าสลับแสง ข้างพระธาตุดอยกองข้าว เห็นเขาอธิษฐานกันในเรื่องความมีกินมีเสบียงตุนไว้ไม่หมดมีความอิ่มท้องอิ่มใจ จากนั้นค่อยมุ่งหน้าไปแม่สายที่สุดเขตชายแดนไทยโดยอาศัยถนนสายเอเชียระหว่างทางจะพบพระธาตุขนาดเล็กเช่นพระธาตุสันขวาง, พระธาตุบ้านสัน,พระธาตุจอมสวรรค์, พระธาตุจอมจันทร์, พระธาตุนางคอย ที่พระธาตุสันขวาง ท่านว่าขอเดชะเทพยดา ผู้รักษาพระธาตุสันขวางขอได้ช่วยขวางกั้นอันตรายกั้นอันตรายภัยคดี
จากนั้นจะพักผ่อนเสียก่อนแล้วเตรียมการเดินทางขึ้นไปพระบรมธาตุใหญ่เก่าแก่อย่างพระธาตุดอยตุงซึ่งได้เล่าไว้แล้วว่าเป็นที่ประดิษฐานศาสนาอันมั่นคงแห่งแรกในอาณาจักรล้านนาผู้คนนิยมทำการห่มพระธาตุที่นี่ซึ่งท่านมีสององค์เป็นอานิสงส์ เหลือหลายโดยเฉพาะในแง่การสร้างความอบอุ่นให้เกิดขึ้นในใจ
แทรกไว้บรรทัดนี้ว่าคุณหลวงปู่ชอบ ฐานสโม นั้นเคยเมตตาอธิบายว่าเมื่อเวลาเราเกิดความชุ่มใจหรือปีติอยู่ในกองกุศลที่ได้ทำไม่ว่าจะในสถานที่/ศาสนสถานใดใดเมื่อมีความชุ่มใจนั้นเกิดขึ้นก็ขอให้ได้ตั้งอธิษฐานเอาเลย ถือเป็นจังหวะโมเมนต์ที่ดีที่สุด
ข้ออธิษฐานจะเป็นอะไรก็แล้วแต่อาจจะเชื่อมโยงกับสัจจะหรือถ้อยคำประจำพื้นที่ก็ตามหรืออาจจะเป็นเรื่องไม่เกี่ยวข้องเลยก็ได้
ท่านแนะนำว่าให้ตั้งอธิษฐานขอให้ความขัดสนทั้งหลายหมดไปอธิษฐานว่าขอให้เกิดภพภูมิใดๆให้เป็นที่รักที่เมตตา ตราบจนเข้าสู่พระนิพพานอย่างนี้ก็ได้เพียงแต่เคล็ดลับสำคัญคือการอธิษฐานควรจะกระทำในขณะที่จิตใจนั้นยกระดับในฐานบุญอันชุ่มชื่นในฐานบุญอันประเสริฐนั้น จึงจะดี ที่พระธาตุดอยตุงอากาศจะเย็นตลอดปีมีพระพุทธรูปทองที่ผู้รู้ยืนยันว่าพระพักตร์ตรงตามเค้าของพระพุทธเจ้าสมณโคดม มากที่สุดและเวลานี้ที่มีการค้นพบรอยพระพุทธบาทในป่าด้านข้างก็สมควรไปสำรวจดูปรากฏการณ์ จากนั้นการเดินทางจึงควรจะ
ปิดท้ายที่พระธาตุจอมนาคตรงบริเวณชายแดนแม่สาย อันเป็นจุดเชื่อมต่อกับโลกบาดาล ตามความเชื่อของผู้ที่นิยมให้ความสนใจในปรากฏการณ์ของพญานาค ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า พระธาตุแห่งนี้ว่ากันว่าพญานาคเป็นผู้แผ้วถางก่นสร้างไว้ ส่วนจะออกไปเที่ยวเล่นดูตลาดหรือข้ามไปดูข้าวของฝั่งพม่าต่อก็สนุกเพลิดเพลินน่าสนใจ







