thansettakij
thansettakij
ทำตัวเองให้ขลัง

ทำตัวเองให้ขลัง

ทำตัวเองให้ขลัง คอลัมน์ Cat out of the box โดย พีรภัทร์ เกียรติภิญโญ

KEY

POINTS

  • ความขลังแท้จริงไม่ได้มาจากเครื่องรางหรือคาถา แต่เกิดจากการฝึกฝนตนเองด้วยวินัย สติ และความรู้ จนสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างสุขุมรอบคอบ
  • การไปดูดวงของผู้มีความรู้ระดับสูงนั้น ไม่ใช่การขอให้ใครช่วยให้สำเร็จ แต่เป็นการใช้หมอดูเป็นเครื่องมือตรวจสอบสมมติฐานในการตัดสินใจ เหมือนการวิเคราะห์ฉากทัศน์ในทางวิชาการ
  • ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของหมอดูหลอกลวงมักเป็นเพราะแสวงหาทางลัดและพึ่งพาสิ่งภายนอกแทนการสร้างความเข้มแข็งในตัวเอง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตใจต่ำช้าฉวยโอกาสเอาเปรียบ

สัปดาห์นี้มีเรื่องค่อนข้างน่าอดสูในวงการหมอดูผู้วิเศษที่โด่งดังขึ้นมาอย่างว่าอื้อฉาว ปรากฏบนหน้าสื่อมือถือหนังสือพิมพ์เกรียวกราวเป็นการทั่วไป ด้วยเหตุว่าผู้ที่ผู้คนเชื่อถือกันว่าเป็นหมอดูผู้มีมีความรู้ในศาสตร์วิชาลึกลับแล้วคอยแก้ปัญหาให้กับผู้คนได้ อยู่มาก็หาเรื่องกระทำอุบาทว์ทางเพศกับผู้ที่ไปขอความช่วยเหลือในเรื่องการดูดวงซึ่งอาจจะใช้คำว่า เป็นลูกดวงหรือเป็นลูกศิษย์หรือเป็นลูกค้าก็แล้วแต่ จนกระทั่งฝ่ายปกครองและทางตำรวจบ้านเมืองต้องนำกำลังเข้าไปบุกจับกุมวานนี้ก็ยังให้การปฏิเสธเสียงแข็ง

ทั้งที่มีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอการกระทำกิจกรรมเลวร้ายไว้หมดแล้ว แถมงวดนี้ฝ่ายตำรวจเข้ายึดของกลางซึ่งเป็นเสื้อผ้าตำหนิรูปพรรณตรงตามที่ตัวเองใส่ทุกประการในวันที่ถูกอัดคลิป ก็ต้องขอประธานกราบเรียน (ประธาน ใช้สะกด ธ.ธง เพราะเลียนแบบการพูดจาในสภา55- ต้องขอให้พูดกับประธานก่อน) ท่านผู้อ่านว่าตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายทศวรรษที่ผ่านมาไอ้เรื่องบรรดาว่าผู้วิเศษกระทำการอุบาทว์ต่างๆนั้นมีอยู่เยอะแยะเป็นการทั่วไปบางคนอยู่ในเพศสมณะก็มีบางคนไม่ใช่สมณเพศก็มาก

ทำตัวเองให้ขลัง

บางคนบอกว่าตัวก็ไม่ใช่ทั้งพระไม่ใช่ทั้งฆราวาสแต่เป็นฤาษีเป็น ตัวตน มนุษย์ต่างดาว เป็นของอะไรอย่างอื่นที่เกินจินตนาการก็มีมาก ดูแล้วค่อนข้างน่าสงสารแกมอดสูใจสำหรับผู้ที่ไปถูกเขากระทำ

ที่เป็นดังนี้ก็เพราะว่าตัวเองก็มีปัญหาต่างๆอยู่มากแล้วหวังจะไปหาที่พึ่ง (ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการพึ่งพาตนเองแต่ไปขอให้เขาช่วย) ซึ่งอีที่พึ่งผู้ซึ่งมีจิตใจต่ำช้าเมื่อเห็นคนที่เดือดร้อนมาแลดูว่าจะสามารถกดขี่ข่มเหงหรือหลอกใช้งานอย่างไรก็ได้ ก็ไม่รั้งรอที่จะกระทำเข้าใส่ ลงไปทับถม เกิดเป็นลัทธิอุบาทว์แพร่หลายกันอยู่ทั่วทั่วไป ยิ่งกับทั้งผู้ได้รับผลประโยชน์ร่วมมีอยู่มากแวดล้อมรอบตัวเมื่อทำความชั่วจัญไรเข้าแล้วก็ปิดบังซ่อนเร้นและอำพรางหาทางหลบเปิดโอกาสให้เกิดกระทำชั่วช้าต่อไปไม่หยุดยั้ง น่าสังเวชสลดใจ

ปัญหามันก็มีอยู่ตรงที่ว่าคนเรานั้น จะไปดูดวงกันทำไมนักหนาหรือจะไปหาหมอดูกันทำไมให้ตลอดเวลา?

ซึ่งทั่วไปแล้วเรื่องมันก็มีอยู่ว่าส่วนหนึ่งนั้นก็ต้องการแสวงหาทางลัดในการรับมือกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต เพราะผู้คนที่ประสบเหตุต่างๆหาทางออกไม่ได้นั้นโดยความเชื่อโดยความนับถือ แต่ดั้งเดิมว่ากันว่า ในสังคมจะมีผู้วิเศษที่อาจรู้เห็นว่าปัญหาที่ประสบอยู่นั้นมีที่มาจากไหนแก้ไขปัญหาอย่างไร ปวงชนพอรู้เข้าอย่างนี้ก็แห่กันไปรับการช่วยเหลือดูแล

อันว่าบรรดาหมอดูที่พูดกันนั้นในฉบับก่อนๆก็ได้กราบเรียนคุณผู้อ่านไปแล้วว่า คำว่าหมอเขาหมายความว่ามีอะไรๆก็จะต้องแก้ได้ไอ้ส่วนที่ว่าดูเฉยเฉยเนี่ยแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้เนี่ยเขาก็ไม่เรียกว่าหมออาจจะเป็นนักทำนายหรืออาจจะเป็นผู้วิเศษเฉยๆแต่ไม่ได้เป็นหมอ ก็ว่ากันไป

แวะพักบรรทัดนี้ทำให้อนุสรณ์ย้อนรำลึกนึกถึงท่านผู้ใหญ่ในอดีตอย่างพลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดชผู้ที่หลายคนให้นับถือกราบไหว้ ท่านขุนพันธรักษ์ฯ ผู้มีชนมายุสิริรวมได้ 103 ปีก่อนจากไป เป็นผู้ทรงคุณวิเศษทางไสยเวทจิตศาสตร์ หรือชาวบ้านเรียกกันว่าเป็นจอมขมังเวทย์ซึ่งอันคำว่าเวทย์ในที่นี้ก็เกี่ยวกับเรื่องเวทมนตร์หรือว่าคาถา

ทำตัวเองให้ขลัง

อาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆเก็บชีวิตของท่านผู้ยืนนานผ่านกาลเวลารับราชการเป็นทั้งนายตำรวจ มือปราบขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค เกษียณอายุราชการแล้วยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บำเพ็ญตนในสองบทบาททั้งการปราบปรามด้วยความเด็ดขาดแล้วก็เผื่อแผ่เมตตานุ่งขาวห่มขาวในกิจพิธีการหรือเรื่องสาธารณสงเคราะห์ มาจนทะลุอายุร้อย พากันไปศึกษาวิจัยว่ามีเหตุ อันใดเล่าเข้าประกอบเข้าเป็นภูมิปัญญา (ซึ่งควรจะใช้คำว่าวิสดอม)ของพลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ฯท่านนี้ จักได้สกัดบทเรียนออกมาเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจ

ฝ่ายนักเขียนทั่วไปที่ไปสัมภาษณ์ประสบการณ์หรือจดบันทึกเรื่องราวเรื่องเล่าการปราบโจรต่างๆที่ผ่านมาของท่านขุนผู้ซึ่งใช้ทุกยุทธวิธีในการดำเนินการปราบปรามคนร้ายไม่ว่าจะเป็นการหาข่าว การวางระบบป้องกัน การเตรียมขุมกำลังไปจนกระทั่งการไสยเวทวิทยาคม การพึ่งพาคุณพระ การใช้งานคุณผีต่างๆ เข้าบูรณาการกัน

อย่างนี้ฝ่ายนักวิชาการเขายังไม่ถือเป็นงานวิจัยงานวิจัยจะต้องลึกกว่านั้นซึ่งอันนี้ก็เข้าใจได้และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ผู้ทำงานวิจัยบางฉบับเมื่อเข้าถึงตัวท่านขุนแล้วได้กราบเรียนถามถึงภูมิปัญญาของท่านนอกเหนือจากการบันทึกเรื่องประสบการณ์

ท่านขุนผู้เป็นใหญ่ในทางวิชาการด้วยก็แจ้งให้ทราบว่าทั้งหมดไม่มีอะไรนอกจากการทำตัวเองให้ขลัง คำสำคัญอันนี้เอง ชี้ว่าการทำตัวให้ดีให้ขลังนั้นเป็นสิ่งที่อยู่สูงไปกว่าเครื่องรางของขลังทุกชนิดหรือคาถาเวทมนตร์ต่างๆใดใด ที่ท่านใช้ในการออกสนามรับมือกับโจรผู้ร้าย

ทำตัวเองให้ขลัง

ท่านต้องฝึกตนขัดเกลา คิด วิเคราะห์ แยกแยะ วางแผน ทำการบ้านให้หนัก ฝึกฝนวิทยาการทั้งการต่อสู้ การสื่อสาร การเข้าตี การร่นถอย การรับมือกับอำนาจเหนือ การประจัญบานฯลฯ โจรผู้ร้ายถึงจะยำเกรง ยอมสยบเช่นนี้ จึงตรงตามหลักการในการพึ่งพาตนเองของพระพุทธศาสนาด้วย ต้องตามหลักการทางสากลต่างๆด้วยว่า ท้ายที่สุดแล้วหาได้มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือใครได้อยู่ตลอดรอดทาง โดยความขลังในตัวนั้นอาจจะต้องเริ่มต้นจากการมีวินัยเสียก่อน อาจจะต้องเริ่มต้นจากการอุตสาหะพากเพียรในการศึกษาเรียนรู้ก่อน อาจจะเริ่มต้นจากการที่มีสติมั่นคงเข้มแข็งในการรับมือกับสิ่งที่ฉุกละหุกเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันเสียก่อน

เมื่อพบพานและได้ผ่านความแหลมคมของสถานการณ์ต่างๆมาได้แล้วคน คนนั้นก็เป็นคนที่ขลังขึ้นมาได้ดังภาษิตบอกไว้ว่า เมื่อผ่านอะไรมามากแล้วก็จะเยือกเย็นสุขุมลงได้เป็นธรรมดา ดูเห็นวิธีการแก้ปัญหาอย่างทะลุปรุโปร่งไม่จำเป็นต้องรีบร้อนลงมือ

อย่างนี้เป็นต้น

ซึ่งภูมิปัญญาของท่านขุนที่นักวิจัยได้สกัดมานี้เป็นสิ่งที่น่านับถือและควรถือเป็นเรื่องที่เป็นความสำคัญในทางวิชาการหากทุกคนทุกฝ่ายที่ให้ความนับถือท่านขุนเป็นไอดอลแล้วไม่สามารถเข้าถึงความเป็นภูมิปัญญาแท้จริงของท่านได้ก็อาจ_อาจจะเสียเวลาไปเปล่าในการที่มัวหวังจะพึ่งพาสิ่งอื่นหรืออำนาจเหนืออยู่ไปจนเราลืม หรือประมาทที่จะสร้างความเข้มสร้างความขลังให้กับตนเอง

ปัญหาต่อไปมีอยู่ว่าไอ้เรื่องการไปดูดวงนั้นทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองฝ่ายราชการฝ่ายนักธุรกิจจนกระทั่งพ่อค้าแม่ขายชาวบ้านร้านตลาดต่างๆทั่วไปหากได้รู้อย่างนี้แล้วจะยังไปดูกันอยู่ทำไมเล่า !? สู้มุมานะทำตัวให้มันขลังแล้วก็ต่อสู้ไปบนสังเวียนชีวิตไม่ดีกว่าหรือ ?? ก็ต้องขอประธานกราบเรียนอีกว่า อีกชุดความคิดหนึ่งในเชิงภูมิปัญญาของคนผู้ใหญ่ระดับจบปริญญาเอกเมืองนอกและระดับรับราชการสูงส่งเป็นถึงปลัดกระทรวงนั้น

ในยามอดีตได้มีโอกาสกราบเรียนถามท่านเหล่านี้ว่าแล้วท่านจะไปดูทำไมล่ะขอรับ_หมอ เพราะเรื่องดวงเรื่องชะตาท่านก็อุตส่าห์เป็นผู้ใหญ่ในแผ่นดินจบการการศึกษามาจากเมืองนอกเมืองนาสามารถผลิตคิดค้นเทคโนโลยีต่างๆได้อย่างน่าทึ่ง ถามไปแล้ว ท่านก็มองด้วยความเมตตาแกมหมั่นไส้ว่ารู้ดี แล้วก็บอกว่าไอ้หนูเอ๋ยที่แกเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์มานั้นเขาให้ทำ ซีเนริโอใช่ไหม?

เมื่อกราบเรียนต่อไปว่าใช่สิครับ อยากทำอะไรก็ต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้เป็น feasibility Study ก่อนจากนั้นแล้วก็จึงมาทำซีนาริโอที่สมัยนี้ใช้คำว่าฉากทัศน์ ประมาณว่าถ้าตัวแปรอันนี้เกิดขึ้นแล้ว เปลี่ยนไปตัวอื่นเรื่องอื่นจะกระทบอย่างไร เท่าไหร่

ท่านก็ชี้ว่าถูกสิ ใช่สิแล้วทำกี่ซีเนริโอแล้วล่ะ? เมื่อตอบว่าถ้าพื้นฐานทั่วไปก็ทำสามอันครับอันแรกเป็นซีเนริโอแบบกลางๆ อันที่สองเป็นแบบว่าถ้าเลวร้ายจะเป็นอย่างไรและอันที่สามก็คือดีที่สุดเรื่องจะไปได้แค่ไหนเรียกกันว่าเบสเคส เบสท์เคส แล้วก็เวิร์สเคส bese case, bast case, worst case แต่ถ้าจะทำให้ละเอียดลงไปอาจจะขยายผลไปได้มากถึง 21 ซีเนริโอเพราะตัวแปรแต่ละอันนั้นมีความละเอียดยิบย่อยมากอาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้

ในฐานะท่านผู้ซึ่งเป็นดอกเตอร์มาจากยุโรปท่านพูดขึ้นมาว่าเวลาจะทำเนี่ยต้องตั้งสมมติฐานก่อนใช่ไหมเล่า? ก็จึงกราบเรียนท่านว่าถูกต้องครับไม่ยังงั้นแล้วขึ้นจัดทำโมเดลการวิเคราะห์ไม่ได้

ท่านจึงถามว่าซีนาริโอที่บอกว่าตั้งสมมติฐานนั้นมีสมมติฐานอยู่กี่ข้อหรือ? จึงเรียนไปด้วยความเคารพว่าก็มีสามประการบ้างมีเจ็ดประการบ้างแล้วแต่ ล้วนถือเป็นข้อจำกัด แต่ละอย่างแต่ละการศึกษา ใช้สมมติฐานนี้เป็นกรอบ ท่านก็เลยหัวเราะแล้วบอกว่าเออที่ ท่านไปดูดวงนั้นท่านไปดูว่าสมมติฐานอันไหนมันถูกต้อง หรืออันไหนมันไม่ถูกต้อง ไม่ได้ไปดูให้เขาช่วยเหลือว่าให้เรื่องมันประสบความสำเร็จ

“ไม่ได้ไปดูขอให้เขาอำนวยพรให้เรื่องมันสำเร็จ แต่ไปดูว่าไอ้สิ่งที่ตั้งกรอบขึ้นเป็นสมมติฐานอันนั้นน่ะมันจะเป็นสมมติฐานที่เป็นจริงหรือเปล่าไม่ใช่โผล่ไปแล้วก็ไปยื่นลายนิ้วมือไปยื่นลายมือให้เขาดู ไม่ได้โผล่ไปแล้วก็ไปซักถามว่าชะตาชีวิตพักนี้จะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ว่าสมมติฐานของโครงการ มันจะพินาศลงไหมเมื่อไหร่ไอ้อย่างนี้ต่างหากที่ไป”

ทำตัวเองให้ขลัง

อันนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นภูมิปัญญาความรู้ของท่านผู้ใหญ่ที่กรุณาชี้แนะสั่งสอนให้ไว้ว่าในหลายคราวเราเองมองไม่เห็นในภาคอนาคตแต่ผู้ที่เขาเป็นหมอนั้น เขาอาจจะมีความสามารถพิเศษตามสายวิชาของเขาในการล่วงรู้อนาคตภายหน้า ในบางประเด็นก็ได้ของต่างๆเหล่านี้เป็นปลัดกระทรวงผู้ใหญ่การทำโครงการขนาดใหญ่บนผืนที่ดินที่อาจจะต้องเลือกกันสามแห่งไม่มีใครรู้เห็นว่าอนาคตการพื้นที่ตรงนั้นน้ำจะท่วมไหมไม่มีใครรู้เห็นว่าอนาคตกาลพื้นที่ตรงนั้นจะยุบดินลงไปหรือไม่อย่างไรเมื่อตัดสินใจไปแล้วภายใต้สมมติฐานที่ว่าดินมันก็เป็นของมันอย่างนั้นอย่างนั้นโลเคชั่นของมันใกล้ตรงนี้ตรงนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด

ฝ่ายทรัพยากรธรณีตรวจแล้วว่าข้างล่างมันไหวว่าข้างล่างมันโอเคแต่มันมีอะไรนอกเหนือจากนั้นอีกหรือเปล่า? ถ้ามันมี การสลับสับเคลื่อนที่ของการตัดสินใจโยกย้ายในการกำหนดวางพื้นที่โครงการก็มีประโยชน์ไม่ใช่ไม่มีดังนี้ อีทีนี้เรื่องเกี่ยวกับหมอดูนั้นได้เคยเขียนบอกเล่าท่านเอาไว้โดยละเอียดแล้วว่ามีลักษณะต่างๆกันไป

อยู่ในตอนข้อเขียนชื่อว่าอย่าประมาทหมอดูหมายความว่าโดยคร่าวคร่าวๆแล้วพวกฝรั่งเขาแยกแยะเอาไว้ว่ามีหลากหลายประเภทแล้วก็มีคำศัพท์เป็นการเฉพาะ ผู้ที่ดูตามตำราหรือตามหลักสถิติเป็นวิชาที่เขาสั่งสมกันมาก็มี

ผู้ที่ไม่ได้ดูตามตำราหรือไม่ได้เรียนมาแต่อาศัยความสามารถของผู้อื่นหรือดวงวิญญาณอื่นหรือดวงจิตอื่นที่มีข้อมูลมากๆหรือมีความสามารถในการรู้เห็นมากๆมาบอกกล่าวอย่างว่าเป็นม้าทรงคอยลงทรงดวงจิตเหล่านั้นก็มาก ส่วนฝ่ายที่รู้เห็นในเรื่องของทางจิตวิญญานภพภูมิต่างๆเที่ยวมาว่าดวงจิตที่มาเขาอาจจะเป็นภพภูมิของเปรตภพภูมิของมหิธิกะอะไรต่างๆก็แล้วแต่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความรู้ที่จะบอกจะกล่าวส่วนสิ่งที่เขารู้มานั้นจะเป็นความจริงแท้หรือไม่จะเปลี่ยนแปลงตรงไหนอันนี้ก็เป็นอีกประเด็นนึงซึ่งควรจะนำมาพิจารณา ประเภทว่าฟังหูไว้หู เหมาะแก่การนำมาคิดวิเคราะห์แล้วก็แยกแยะด้วย

ส่วนผู้ที่เขามีความสามารถหูทิพย์หมายความว่าฝึกตนจนได้ความสามารถพิเศษนั้นไปเที่ยวได้ยินเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นในระยะไกลๆ ก็มีผู้ที่มีตาทิพย์อยู่กรุงเทพแล้วมองไปเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาก็มากเพียงแต่เป็นปรากฏการณ์นี้เป็นงานที่ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ (หมายความว่าทุกข์ระยะยาวกล่าวคือการเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งอันนั้นต้องอาศัยธรรมะขั้นสูงหรือความเด็ดเดี่ยวความสามารถในการตัดสินความเป็นไปขององตนเองด้วยปัญญาหรือด้วยวิริยะหรือด้วยบารมีต่างๆอันนี้ก็เป็นอีกประเด็นที่จะต้องยกแยกไว้ต่างหาก)

แต่ไอ้ความทุกข์อันมีอยู่ระยะสั้นเกี่ยวพันปรากฏกับการดำรงชีพของพ่อค้าแม่ขายเกี่ยวกับบรรดาข้าราชการน้อยใหญ่เจ้านายรังแกหรือการถูกคดีความโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ อันนี้ก็ย่อมไม่ได้ว่าจะเหลือวิสัยของท่านที่เป็นผู้วิเศษชนิดที่ว่าท่านหลุดพ้นทางโลกไปแล้ว แต่ท่านก็ไม่ค่อยอยากจะช่วยในเรื่องยุบยิบยิบย่อยเหล่านี้เพราะว่ามันเป็นปัญหาขี้ปะติ๋วส่วนไอ้ปัญหาหลักในการจะหาทางให้หลุดพ้นวัฏฏสงสารไปให้ได้นั้นมันยิ่งใหญ่มากนัก

ในความคิด ของท่านท่านก็มุ่งมั่นไปในทางขัดเกลากิเลสอะไรเทือกนั้นมากกว่า คือหาทางพ้นทุกข์ระยะยาวไปเลย ก็อย่าไปหมิ่นประมาทดูเบาท่านจะดีกว่า ส่วนบางท่านนั้นมีความสามารถพิเศษอย่างมาก คอยให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้คนนั้นทำไมจึงช่วยเป็นบางคนอีกหลายคนไม่ช่วยทั้งที่ไปหาพร้อมพร้อมกัน

อันเรื่องนี้ก็ต้องกราบเรียนอีกว่าอย่าไปว่าเลย เพราะบางทีที่มาที่ไปของเหล่าผู้ไปขอความช่วยเหลือหรือต้นทุนบุญกุศลหรือความสัมพันธ์ในอดีตแต่หนหลังมานั้นไม่เหมือนกันจะให้ผู้วิเศษเขาดูแลเสมอหน้ากันเป็นไปได้ยากส่วนที่ตำหนิ ติเตียนกันว่าบางคนดูแลแต่คนรวยคนเล็กคนน้อยไม่ช่วยไม่ดูอันนั้นก็เป็นภาพที่เราเห็นอยู่เจนตาแต่ที่มาที่ไปเบื้องลึกเบื้องหลังมันมีอะไรมากกว่านั้นอีกหรือเปล่าในเมื่อเราไม่มีคุณสมบัติในการมองเห็นอย่างเขาเราก็ละไว้อย่าไปหมิ่นประมาทเสียดีกว่า

ยกตัวอย่างของกรณีท่านอาจารย์สมชายแห่งวัดเขาสุกิม ที่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาให้ความนับถือมากก็จะสังเกตว่าท่านให้ความช่วยเหลือบุคคลบางคนเป็นพิเศษ ส่งเสริมหรือให้ข่าวว่าควรจะนำทรัพย์ไปลงทุนที่ไหน เมื่อไหร่อย่างไร

เมื่อเกิดข้อผิดพลาดใดใดในชีวิตมาก็ให้การโอบอุ้มดูแลบอกข่าวบอกช่องทางหรือแม้กระทั่งหาทางแก้ไขคุ้มภัยจากการถูกลอบทำร้าย กว่าจะได้รู้ว่าตัวท่านอาจารย์ได้เคยติดหนี้เขาไว้ตั้งแต่ชาติปางก่อนเมื่อมาถึงชาตินี้ได้พบกันอีกท่านก็หาทางชดเชยชดใช้ให้ เรื่องก็เป็นอย่างนี้ที่ว่าไม่เท่ากัน ส่วนที่ว่าผู้ใดทำใจทำตัวเป็นผู้วิเศษแล้วไซร้ ก็อาจจะวิเศษจริงในช่วงเวลาหนึ่งวันหนึ่ง พอจังหวะผ่านไปก็หายวิเศษ กลายเป็นแต่วิโสก็พบเห็นว่ามีกันอยู่ทั่วไปเพราะของพวกนี้เสื่อมกันได้ ในประเด็นนี้ผู้ที่เป็นบริษัทเกื้อหนุน เมื่อประสบพบเหตุแห่งความบิดเบี้ยวต่างๆแล้วควรได้หาทางแก้ไข

อย่าเลยที่จะได้ไปร่วมปกปิดหรือสนับสนุน ทางอ้อม ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกกระทำด้วยความอ่อนแอทางจิตทางใจนั้นมีความทุกข์หนักหนาสาหัสมาจากการที่ไม่ได้ทำความขลังเอาไว้ให้ตัวเอง มากพอดู

อยู่แล้ว ต้องมาเจออะไรอย่างนี้อีกแล้วก็ไม่รู้จะจบสิ้นลงเมื่อไหร่