

KEY
POINTS
จีนทำอะไรอีกบ้างในการดำเนินแคมเปญ “Shopping in China 2026” เราไปคุยกับต่อเลยครับ ...
มองออกไปในวงกว้าง การดำเนินงานดังกล่าวยังจะนำไปสู่การผลักดันให้เกิดการปรับระบบการค้าในจีน ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและวิธีปฏิบัติระหว่างประเทศในด้านต่างๆ อาทิ การชําระเงิน การขอคืนภาษี บริการด้านภาษา และข้อมูล
หลายฝ่ายคาดว่า การผลักดันการบริโภคบริการดังกล่าว จะช่วยดึงดูดแบรนด์ชั้นนำให้เข้าไปเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มสาขา และขยายบริการในจีน ซึ่งยืนยันถึงศักยภาพและจุดแข็งในระยะยาวของตลาดจีน และสร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจสำหรับนวัตกรรมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่แบรนด์ระดับโลกอีกด้วย
Coach แบรนด์หรูของสหรัฐอเมริกา วางแผนจะเพิ่มร้านค้าใหม่ 100 แห่งในจีน ระหว่างปี 2026-2028 ไปยังมากกว่า 100 เมือง และสามารถให้บริการผู้บริโภคในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคได้ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน Carlsberg ผู้ผลิตเบียร์เดนมาร์ก กำหนดแนวทางที่ชัดเจนและยั่งยืนต่อกลยุทธ์ “Premiumization” ที่ผลักดันสู่สินค้าที่มีคุณภาพ ความหลากหลาย และประสบการณ์ต่อผู้บริโภคที่สูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการของตลาดสินค้าเบียร์ และกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทแม่
ทั้งนี้ ในปี 2025 Carlsberg ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 30 รายการในตลาดจีน อาทิ เบียร์กระป๋องขนาด 1 ลิตร เบียร์ผสมชา และเครื่องดื่มใหม่ที่เป็นมากกว่าเบียร์
ในด้านการประชาสัมพันธ์ รัฐบาลจีนยังได้เปิดตัวแพลตฟอร์มการสื่อสารระหว่างประเทศ เป็นภาษาอังกฤษแบบบูรณาการ ที่ครอบคลุม “1 หนังสือพิมพ์ 1 เว็บไซต์ 3 สื่อสังคมออนไลน์” เพื่อให้แคมเปญดังกล่าวเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในตลาดทั้งในและต่างประเทศ
โดยให้ความสำคัญกับการเลือกบัญชีโซเชียลมีเดีย ที่กลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศเข้าถึงได้อย่างสะดวกเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ อาทิ ผ่าน Facebook, X และ TikTok ขณะเดียวกัน ก็เลือกให้ข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับผู้ชมมากขึ้น
อาทิ การเดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่า (Visa Free) และการขอคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมไปถึงสินค้าจีนที่ “ต้องซื้อ” ย่านที่ “โดดเด่น” แบรนด์ที่ได้รับการ “ยกย่อง” การทำอาหาร “พิเศษ” และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม “สำคัญ” ตลอดจนบทสนทนาในประเด็นที่เกี่ยวข้องระหว่างซีอีโอชาวจีนและชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ สื่อเหล่านี้ยังจะจัดกิจกรรมพิเศษ อาทิ ทัวร์ “ช้อปปิ้งในจีน” ในสถานที่และกิจกรรมที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและทรัพยากรในท้องถิ่น ซึ่งช่วยกระจายรายได้ในวงกว้างอีกทางหนึ่ง
สิ่งนี้ตอกย้ำว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติได้กลายเป็นการบริโภคใหม่ในระดับที่สูงขึ้นในปี 2025 แถมยังทำให้การซื้อหาสินค้าพรีเมี่ยมและสินค้าอัจฉริยะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งบูรณาการอย่างใกล้ชิดระหว่างการค้าและการลงทุน อันนำไปสู่การสนับสนุนการดำเนินแคมเปญ “เก่าแลกใหม่” และการลงทุนของต่างชาติในจีน (Invest in China) ไปพร้อมกัน
นั่นเท่ากับว่า แคมเปญ “Shopping in China” จะไม่เพียงเป็นขั้นตอนสําคัญในการเพิ่มการบริโภคจากต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางสําหรับธุรกิจข้ามชาติและต่างประเทศ ในการนําผลิตภัณฑ์และประสบการณ์เฉพาะของจีนไปสู่ตลาดโลกที่กว้างขวางยิ่งขึ้น
ยิ่งเมื่อพิจารณาผลในระยะยาว แคมเปญดังกล่าวจึงไม่เพียงจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ยังจะส่งเสริมรากฐานที่มั่นคงสําหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนอีกด้วย นั่นเท่ากับว่า จีนไม่เพียงจะเป็น “โรงงานของโลก” (Factory of the World) ที่ทันยุคทันสมัยเท่านั้น แต่ยังจะเป็น “ตลาดการบริโภค” (Market of the World) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ประการสำคัญ เมื่อพิจารณาจากแนวทางตามแผนฯ 15 และความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลจีนที่สัมผัสได้ นับแต่ต้นปี 2026 แคมเปญ “Shopping in China 2026” จึงไม่ใช่ความพยายามในการเพิ่มการบริโภคในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสําคัญสําหรับการอัพเกรดระบบการบริโภคของจีนในอนาคตอีกด้วย
นอกจากการดำเนินแคมเปญเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยตรงแล้ว เรายังเห็นรัฐบาลจีนมุ่งเน้นการดำเนินมาตรการแบบ “บูรณาการ” และทั้ง “ระบบนิเวศ” ที่ครอบคลุมอย่างกว้างขวาง เพื่อหวังประโยชน์ในทางอ้อม อาทิ การเพิ่มความมั่นคงทางรายได้และการจ้างงานให้เกิดขึ้น
รัฐบาลจีนตระหนักดีถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคจีนว่า “หากไม่มั่นใจ ก็ไม่ใช้เงิน” จึงพยายามเปิดกว้างประเทศมากขึ้น อาทิ การสร้างตลาดระดับชาติที่เป็นหนึ่งเดียว การยกระดับ Free Trade Port ไห่หนาน และการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน จีนยังเดินหน้าการปฏิรูป อาทิ เศรษฐกิจบนพื้นฐานกลไกตลาดเพื่อให้เกิดการแข่งขัน และระบบสวัสดิการเพื่อให้ชาวจีน “ไม่ออมเงินเกินความจำเป็น” อาทิ การขยายประกันสุขภาพและบำนาญให้ครอบคลุมและข้ามมณฑล/มหานคร การลดภาระการใช้จ่ายด้านการศึกษาและการเลี้ยงดูลูก และการสนับสนุนบริการสาธารณะในเมืองรองและชนบท
จีนยังจะให้ความสำคัญกับการสร้างงานคุณภาพสูงให้แผ่ซ่านมากขึ้นผ่านนโยบาย “ปัจจัยการผลิตคุณภาพสูงใหม่” (New Quality Productive Forces) ควบคู่ไปกับการลดความผันผวนของการจ้างงานคนรุ่นใหม่ ผ่านการสนับสนุน SMEs และการขยายธุรกิจในเมืองรองและชนบท
นอกจากนี้ จีนยังเดินหน้าพลิกฟื้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในด้านหนึ่ง จีนได้กำหนดแนวทางการพัฒนา “เมืองใหม่” โดยการเปิดกว้างการย้ายสู่เมืองระดับกลาง ผ่านสิทธิ์ในการโยกย้ายสำมะโนประชากรที่ง่ายขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการกระจายตัวของการพัฒนาเมืองและไลฟสไตล์ใหม่
ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อปลายเดือนมกราคม 2026 จีนได้ออกกฎใหม่เพื่อการปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์เก่าอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่ ยืดหยุ่น และมีชีวิตชีวาทางเศรษฐกิจ ไล่ตั้งแต่การผ่อนคลายกฎการใช้ที่ดิน การลดความซับซ้อนในการอนุมัติการวางแผน และการเสนอตัวเลือกในการเช่าที่ยืดหยุ่น เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูชุมชนเมือง เขตอุตสาหกรรมเก่า และโครงสร้างพื้นฐานอย่างน้อยจนถึงปี 2030
แนวนโยบายทั้งสองดังกล่าวสะท้อนถึงการผลักดันการพัฒนาเมืองรองและการปรับปรุงเมืองเก่า และจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ที่อยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน วัสดุก่อสร้าง ลิฟท์ และอื่นๆ ซึ่งสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจและความมั่นใจในการเติบโตทางเศรษฐกิจ อันจะทำให้ผู้บริโภคจีนนำเอาเงินออมออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นภาคการบริโภคภายในประเทศได้อย่างแท้จริง
แคมเปญ “Shopping in China 2026” จะนำไปสู่การปรับโครงสร้างภาคการบริโภคภายในประเทศครั้งใหญ่ของจีนจากแบบ “ขอไปที” ไปสู่ “ความครอบคลุมและรอบด้าน” และจากพลังลมปราน “ที่อ่อนแรง” ไปสู่ “ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง” จนกลายเป็นแกนหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจจีนในที่สุด ...
เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน
คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4174