thansettakij
เมื่อจีนเอาจริงกับการใช้การบริโภคภายในประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ (2)

เมื่อจีนเอาจริงกับการใช้การบริโภคภายในประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ (2)

07 ก.พ. 2569 | 23:00 น.

เมื่อจีนเอาจริงกับการใช้การบริโภคภายในประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ (2) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4173

KEY

POINTS

  • จีนขยายแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจ "Shopping in China 2026" ให้ครอบคลุม "การบริโภคบริการ" ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 60% ของจีดีพี โดยเน้นภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง เช่น การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และ "เศรษฐกิจสีดอกเลา" ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้สูงอายุ
  • รัฐบาลส่งเสริม "การบริโภคใหม่" เพื่อตอบสนองคนรุ่นใหม่ เช่น การบริโภคทางอารมณ์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สินค้าทรัพย์สินทางปัญญา และการบริโภคดิจิทัลที่เติบโตสูงจากเทคโนโลยี AI และ VR
  • จีนดำเนินมาตรการส่งเสริมการบริโภคครอบคลุมทั่วประเทศผ่านเมืองนำร่อง 15 แห่ง พร้อมทั้งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยการปรับปรุงขั้นตอนวีซ่าและระบบการคืนภาษี ณ จุดขาย (Instant Tax Refund)

อันที่จริง แคมเปญ “Shopping in China 2026” นี้ ได้เริ่มทดลองดำเนินการครั้งแรก เมื่อเดือนเมษายน 2025 และหลังจากประสบความสำเร็จในเบื้องต้น ก็ถูกขยายวงกว้างขวางมากขึ้น ทั้งระบบนิเวศในปี 2026 และนอกเหนือจากการกระตุ้นการบริโภคสินค้าแล้ว จีนทำอย่างไรบ้าง กับการผลักดันการบริโภคบริการและการบริโภคใหม่ ...

การบริโภคบริการ ... โอกาสใหม่ที่เต็มไปด้วยศักยภาพ นอกจากการบริโภคสินค้าแล้ว “Shopping in China 2026” ยังขยายกรอบไปถึงการบริโภค “บริการ” ที่ถือว่าเป็น “จุดเติบโตใหม่” ที่กว้างขวางและเต็มไปด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจ ไล่ตั้งแต่การท่องเที่ยว ร้านอาหาร และ โรงแรมที่พัก การเงิน การศึกษา วัฒนธรรม กีฬา บันเทิง บริการออนไลน์ การขนส่งและโลจิสติกส์ 

ทั้งนี้ เราต้องไม่ลืมว่า ภาคบริการของจีนในปัจจุบัน มีสัดส่วนกว่า 60% ของจีดีพีจีน และเติบโตในอัตราที่สูงกว่าภาคอุตสาหกรรมการผลิตมาอย่างต่อเนื่องทุกปี นั่นหมายความว่า เศรษฐกิจส่วนนี้มีขนาดใหญ่ และมีแนวโน้มเติบโตแรงกว่าภาคส่วนเศรษฐกิจอื่น การกระตุ้นการบริโภคบริการภายใต้แคมเปญดังกล่าว จึงคาดว่าจะส่งผลดีในระดับที่สูงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน

ภาคบริการอีกส่วนหนึ่งที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่และเต็มไปด้วยศักยภาพก็ได้แก่ การดูแลรักษาสุขภาพและผู้สูงอายุ โดยในชั้นนี้ จีนพยายามเปลี่ยนคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปจาก “ภาระ” เป็น “พลัง” ทางเศรษฐกิจ 

จีนได้ก้าวเข้าสู่การเป็น “สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์” โดยมีจำนวนคนในวัยหลังเกษียณกว่า 300 ล้านคนในปัจจุบัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “เศรษฐกิจสีดอกเลา” (Silver Economy) จึงกลายเป็นพลังเศรษฐกิจใหม่ของจีน ที่เติบโตทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ 

การบริโภคใหม่ ... การเคลื่อน “ลมปราณ” เพื่อกำลังภายในที่มากขึ้น เพื่อส่งเสริมการบริโภคใหม่ จีนได้ดำเนินการสนับสนุนส่งเสริมในหลายแนวทางและรูปแบบ การบริโภคทางอารมณ์ (Emotional Consumption) ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบที่บูรณาการหลายส่วนเข้าด้วยกัน และกำลังเป็นกระแสตามวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ของจีน 

เช่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Travel in China + Culture) และสินค้าที่มีทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ กล่องสุ่ม (Made in China + Intellectual Property) รวมทั้งการเช่า (Made in China + Shared Economy)

ในปี 2025 การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจีนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากข้อเสนอใหม่ ที่เป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ด้านประสบการณ์แก่นักท่องเที่ยว ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ การสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะเพิ่มขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับของปีก่อน บริการตัวแทนท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้องขยายตัว 11.2% จำนวนจุดชมวิวเพิ่มขึ้นถึง 26.1% และกิจกรรมพักผ่อนและท่องเที่ยวยามว่างขยายตัว 14.6%

ขณะเดียวกัน การมาของปัญญาประดิษฐ์ และความจริงเสมือนที่ผสมผสานเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ก็ทำให้การบริโภคดิจิตัลขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น รายได้จากการทำไลฟ์สตรีมมิ่งเติบโต 9.4% ขณะที่บริการส่งอาหารเพิ่มขึ้น 13.3% บริการวัฒนธรรมดิจิตัล ซึ่งรวมถึงอีเกมส์และแอนิเมชั่น ขยายตัวถึง 16.6% 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนยังพยายามกระจายกิจกรรมส่งเสริมการตลาดออกไปในวงกว้างทั่วประเทศ และครอบคลุมถึงเดือนแห่งการบริโภคระดับพรีเมี่ยม และฤดูกาลบริโภคระหว่างประเทศ

โดยในเชิงภูมิศาสตร์ รัฐบาลกลางได้ประกาศสนับสนุนให้แต่ละมณฑลเป็นเจ้าภาพในการจัดงานพิเศษที่ปรับให้เหมาะสมกับท้องถิ่นของตนเอง และจัดกิจกรรมระดับเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองนําร่องจำนวน 15 เมือง เพื่อสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมการบริโภคที่เหมาะสมและเป็นสากล

เมืองนำร่องดังกล่าวกระจายตัวอยู่ในหลายรูปแบบและภูมิภาคทั่วประเทศ อาทิ เมืองระดับชาติ (เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว และกลุ่มเมืองในพื้นที่) เมืองมรดกทางวัฒนธรรม (ซีอาน หนานจิง และหางโจว) เมืองนวัตกรรม (อู่ฮั่น ฉงชิ่ง และเทียนจิน) และ เมืองการท่องเที่ยว (ซานย่า กุ้ยหยาง และฮาร์บิน) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต

                               เมื่อจีนเอาจริงกับการใช้การบริโภคภายในประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ (2)

ทั้งนี้ ในงานเปิดตัวแคมเปญดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจากเซี่ยงไฮ้ หางโจว ในมณฑลเจ้อเจียง อู่ฮั่นในมณฑลหูเป่ย และเซินเจิ้นในมณฑลกวางตุ้ง ได้ประกาศชุดกิจกรรมในท้องถิ่น และมาตรการที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคที่เหมาะสมกับแต่ละเมือง และเปิดตัวโครงการริเริ่ม “เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ” ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัย และกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชน 

เพื่อขยายการบริโภคใหม่ในวงกว้างยิ่งขึ้น แคมเปญดังกล่าวยังใช้ประโยชน์จากการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ มาใช้จ่ายในตลาดจีน เสริมสร้างสภาพแวดล้อมการบริโภคที่เป็นมิตรในระดับสากล และเพิ่มความน่าสนใจของจีนในฐานะ “ศูนย์กลางการบริโภค” ผ่านมาตรการส่งเสริมมากมาย อาทิ การปรับปรุงครั้งใหญ่เกี่ยวกับขั้นตอนการขอวีซ่าและเงื่อนไขการขอคืนภาษีขาออกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

จะเห็นได้ว่า ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีน “ใจปล้ำ” เดินหน้าปรับลดวงเงินการซื้อขั้นต่ำ เพิ่มวงเงินการคืนภาษี ลดเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการของร้านค้า และขยายโมเดล “การคืนภาษีในทันที” (Instant Tax Refund) ณ จุดขาย 

ข้อมูลของสำนักงานจัดการภาษีแห่งชาติระบุว่า ในปี 2025 จำนวนร้านที่เข้าร่วมโครงการนี้เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 13,000 แห่ง ซึ่งครอบคลุมถึงกว่า 7,000 แห่ง ที่มีบริการคืนภาษีในทันที ณ จุดขาย 

สิ่งเหล่านี้ช่วยปรับปรุงประสบการณ์ และปลดปล่อยศักยภาพในการช้อปปิ้งสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยื่นขอคืนภาษี เพิ่มขึ้นถึง 305% เมื่อเทียบกับของปีก่อน ขณะที่สินค้าที่เข้าร่วมโครงการขยายตัว 95.9% ของปีก่อน 

นอกจากนี้ งานวิจัยหนึ่งยังพบว่า รสนิยมและความซับซ้อนของผู้บริโภคจีน ได้กลายเป็นแหล่งสําคัญของแนวคิดและนวัตกรรมสําหรับแบรนด์ระดับโลกมากมาย สิ่งนี้สอดคล้องกับความคาดหวังของนักท่องเที่ยวต่างชาติในด้านคุณภาพของสินค้า ความหลากหลายของแบรนด์ มาตรฐานการบริการ และ ความสะดวกสบาย 

รัฐบาลจีนยังประกาศจะส่งเสริมนวัตกรรมในภาคการค้าปลีก และสร้างระบบการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การให้ความสำคัญกับการนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคใช้จ่ายเงินได้อย่างสะดวก คล่องตัว และสนุกสนานยิ่งขึ้น 

อ่านต่อตอนหน้า ...

คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4173

เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ  ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน