
เดินหน้า โครงการขนาดใหญ่ ต้องโปร่งใส
เดินหน้า โครงการขนาดใหญ่ ต้องโปร่งใส บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3933
ทำงานครบ 1 เดือนเศษสำหรับ “รัฐบาลเศรษฐา 1” แม้จะเริ่มเห็นผลงานที่หาเสียงไปอย่างรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สายสีแดง และ สายสีม่วง เริ่มมีผลทันที ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ เห็นชอบไปจนถึง 30 พฤศจิกายน ปีหน้า แต่ที่คนกรุงต้องการมากที่สุดคงอยากนั่งรถไฟฟ้าสายสีเขียว และ สีนํ้าเงิน ตลาดสาย 20 บาท แต่ต้องรออีก 2 ปี รวมถึงทุกๆ สี ทุกๆ สาย ตามที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศไว้
ที่น่าจับตา คือ การเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ในกระทรวงคมนาคม เอกชนคงจ้องตาเป็นมันหลัง นายสุริยะ มีนโยบายปรับเพิ่มงบประมาณลงทุนปี 2567 เป็น 281,773 ล้านบาท จากกรอบวงเงิน 244,000 ล้านบาทโดยให้เหตุผลต้องการบูรณาการตอบโจทย์ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เครื่องยนต์หลักฟื้นเศรษฐกิจประเทศ
โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วง บางขุนนนท์ -มีนบุรี (สุวิทวงศ์) ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท ได้ตัวเอกชนผู้ชนะประมูล เพื่อก่อสร้างในส่วนตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี) และสัมปทานเดินรถทั้งระบบแล้ว ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีแผนนำเสนอเข้า ครม. เพื่อขออนุมัติลงนามในสัญญา แต่ปัจจุบันยังมีคดีพิพาทเกี่ยวกับการคัดเลือกโครงการดังกล่าวระหว่าง รฟม. และ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ต้องรอศาลปกครองสูงสุดพิจารณา ซึ่งเรื่องนี้เคยได้ยิน นายสุริยะ เปรยว่าต้องตรวจสอบก่อนนำเข้าครม.แต่หากนำเข้าสู่การพิจารณาทั้งที่ยังคาใจย่อมมีเสียงอื้ออึงตามมา
นอกจากนี้อีกหลายโครงการที่จะนำออกประมูลในอนาคต อย่างรถไฟฟ้าสายสีนํ้าตาล ช่วงแคราย-บึงกุ่ม ระยะทาง 22.1 กิโลเมตร วงเงิน 4.9 หมื่นล้านบาท อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติ โครงการฯ นี้ต้องจับตามอง เพราะเป็นขุมทองสำคัญหากใครได้ครอบครอง
เช่นเดียวกับโครงการมอเตอร์เวย์ นนทบุรี กรมทางหลวง กางไทม์ไลน์มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน วงเงิน 15,260 ล้านบาท เตรียมเสนอ ครม. เดือนธันวาคมนี้ เพื่อขออนุมัติใช้เงินกู้ 4.3 พันล้าน ช่วงแรกบางบัวทอง-ลาดหลุมแก้ว ตั้งเป้าเปิดให้บริการตลอดสายปี 2572 โดย อธิบดีกรมทางหลวง ยืนยันว่า โครงการนี้มีความพร้อมเรื่องแบบรูปรายการ ประมาณการค่าก่อสร้าง และเป็นการก่อสร้างปรับปรุงในเขตทางหลวงเดิมทั้งหมด ไม่มีการเวนคืน
มาที่โครงการแลนด์บริดจ์ มูลค่า 1 ล้านล้านบาท อีกโครงการ หลังจาก นายสุริยะ ออกอาการเหมือนจะไม่ทำต่อ แต่เมื่อพรรคภูมิใจไทย ดักคอ ก็ บอกไม่มีอะไรในกอไผ่ และยํ้าว่า ประมูลแน่ในปี 2568 ปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีนำไปโรดโชว์จูงใจนักลงทุนจีน วาดสดๆ ลงในกระดาษให้เห็นภาพชัดๆ เส้นทางการขนส่งสินค้า
ขณะโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท กับข้อกังขาของกลุ่มคน ผ่านกระเป๋าดิจิทัลใหม่
เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนลงมือทำโครงการขนาดใหญ่ใดๆ ขอให้โปร่งใส ใช้ภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่า ออกดอกออกผล เท่านั้นเป็นพอ!!







