thansettakij
thansettakij
‘คิดอนาคตแก้โควิด’ 3 สิ่งที่ต้องทำเพื่อกู้อนาคตกลับคืนมา

‘คิดอนาคตแก้โควิด’ 3 สิ่งที่ต้องทำเพื่อกู้อนาคตกลับคืนมา

10 ก.ค. 64 | 23:30 น.

‘คิดอนาคตแก้โควิด’ 3 สิ่งที่ต้องทำเพื่อกู้อนาคตกลับคืนมา : บทความ โดย ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ สถาบันอนาคตศึกษา Thailand Future หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,695 หน้า 5 วันที่ 11 - 14 กรกฎาคม 2564

คำว่า “Failed State” หรือ “รัฐล้มเหลว” กำลังปลิวว่อน ท่ามรัญกลางสายลมฤดูฝนที่เต็มไปด้วยไวรัสร้ายและสารเคมี

 

เรามาถึงแล้ว จุดที่คนไทยทั้งประเทศถูกบีบบังคับให้ใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน เราสับสนและกังวล แม้กระทั่งกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินซึ่งเป็นปัจจัยขั้นตํ่าสุดของการดำรงชีวิต 

 

ประเทศไทยกำลังฝืนแรงตรรกะทั้งปวงเพื่องัดความเปราะบางทั้งหมดที่มีขึ้นมาเล่น “เกมหมากล้อมมรณะความเร็วสูง” กับระดับเซียนอย่างไวรัสสายพันธุ์เดลต้า เมื่อเราด้อยค่าวิทยาศาสตร์ เท่ากับเราเลือกที่จะเล่นแบบปิดตา ได้ยินเพียงเสียงหมากที่ค่อยๆ ร่วงหล่น

 

แต่ทุกปัญหามีทางออก และทุกทางออกเริ่มจากการมองอนาคตและการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ในโลกที่มีทั้ง VUCA และโควิด-19 ไม่มีใครสามารถคาดเดาอนาคตได้สมบูรณ์แบบเหมือนในห้องแล็บ แต่การเจียดเวลามาหยั่งคิดอนาคตให้มากฉากทัศน์เข้าไว้จะทำให้เราพร้อมและไม่ประมาทต่อไปนี้คือ 3 อย่างที่อนาคตตะโกนกลับมาใบ้ดังๆ จากทั้งในและนอกประเทศว่า “ตื่นได้แล้ว” 

 

อันดับแรกคือ ปรับโครงสร้าง และเพิ่มความชัดเจนในการทำงานระหว่าง ศบค. และหน่วยงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องให้กระจ่างชัด เดลต้าจะไม่ใช่สายพันธุ์สุดท้ายที่ภาครัฐต้องต่อกรด้วย ควรตีแผ่ออกมาให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าการทำงานระหว่างและภายในหน่วยงานภาครัฐในภาวะวิกฤตขณะนี้เป็นอย่างไรติดขัดที่จุดใด ประเทศไทยมีบุคลากรคุณภาพมากพอที่จะช่วยกันทลายคอขวดและนำเสนอทางออกได้ แต่จะทำไม่ได้หากไม่เปิดเผยหรือไม่ขอความช่วยเหลือ  

 

ช่วงต้นวิกฤตมีความคิดว่าจำเป็นต้องปลดล๊อกกลไกทางกฎหมายให้หน่วยงานภาครัฐสามารถปฏิบัติงานข้ามขอบเขตได้ ทว่าในเชิงปฏิบัติกลับไปได้ไม่ “สุดซอย”  ถึงขั้นที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐเองยังพบกับความครึ่งๆ กลางๆ ว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบอะไร อะไรทำได้ไม่ได้

วิกฤตนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแบบไม่เคยมีมาก่อน การรวมศูนย์อำนาจจะเกิดประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อมีความชัดเจนในระบบการทำงานและการสื่อสาร และมีการไหลของข้อมูลแบบ two-way ทั้งแนวตั้งและนอนจนเกิดการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทว่าขณะนี้ไม่มีทั้งคู่ ดังนั้นต้องเพิ่มความชัดเจนของขอบเขตหน้าที่ กระจายอำนาจไปยังระดับปฏิบัติการที่มีศักยภาพ จากนั้นร่วมพิจารณากับคณะกรรมการอิสระเพื่อออกแบบโครงสร้างและขอบเขตความรับผิดชอบกันใหม่  เราไม่สามารถผิดพลาดแบบที่แล้วมาได้หลายครั้ง

 

อันดับที่สอง คือ ปลดล็อกและอุดหนุนการสั่งซื้อ พัฒนา และฉีดวัคซีนอย่างมีแบบแผน โควิด-19 จะยังไม่ไปไหนอีกอย่างน้อยสองปี การฉีดวัคซีนเพื่อต้านสายพันธุ์ใหม่ๆตลอดจนการทดสอบโรคแบบ Rapid Test จะเป็น “ปกติใหม่ที่ปกติที่สุด” 

 

มูลค่าชีวิตทางสถิติเคยถูกประมาณไว้อยู่ที่ราว 20 ล้านบาทต่อคน หลับตาดีดลูกคิดอย่างไรก็คุ้มค่าที่ภาครัฐจะทุ่มทั้งหน้าตักเพื่อให้เกิดความสำเร็จ เกินดีกว่าขาด ทางเลือกดีกว่าไม่มีให้เลือก จะดีกว่าหรือไม่ หากภาครัฐเปิดช่องให้เอกชนติดต่อตรงกับผู้พัฒนาวัคซีนโดยคุ้มครองค่าเสียหายให้ทั้งหมด หรืออุด หนุนการฉีดวัคซีนให้จริงจังกว่าปัจจุบันให้ไม่ต้องเข้าเนื้อประชาชน ไม่ว่าจะวัคซีนแบบใด

 

‘คิดอนาคตแก้โควิด’ 3 สิ่งที่ต้องทำเพื่อกู้อนาคตกลับคืนมา

 

เวลานี้ต้องชั่งนํ้าหนักให้ดีระหว่างความ เสี่ยงจากความตายกับความเสี่ยงจากพฤติกรรมแสวงกำไร ข้อจำกัดของระบบราชการมีทุกประเทศ แต่ในยามวิกฤตก็ต้องกล้าเลือกที่จะข้ามมันไป หรือเล่นบทพระรองบ้างเพื่อรักษาชีวิตประชาชน

 

อันดับที่สาม คือ ร่วมมือกับเอกชนในการทำระบบข้อมูลเพื่อติดตามโรค ทดสอบโรค และสถานะของการมีภูมิคุ้มกันแต่ละแบบ เราเปลี่ยนคู่แข่งและกฎกติกาของเกมหมากรุกมรณะความเร็วสูงนี้ไม่ได้แต่เราควรเลิกเล่นแบบปิดตา ถึงเวลาเบิ่งเนตรแล้วอ่านหมากถัดไปของไวรัสให้ออก 

 

เนื่องจากเกมนี้เราเล่นแต่เกมรับไปเรื่อยๆ ไม่ได้ แต่การเปิดเกมรุกจำเป็นต้องมีระบบข้อมูลที่สดใหม่และครบถ้วน ว่าไวรัสน่าจะอยู่ที่ใดเวลาใด วัคซีนแต่ละเข็มที่ฉีดไปแล้วและที่จองไว้บัดนี้อยู่หนใด จึงจะคาดคะเนด้วยหลักสถิติและระบาดวิทยาได้ 

 

เทคโนโลยีดิจิทัลคืออาวุธสำคัญที่สำคัญพอๆ กับวัคซีน เราล่าช้ามาปีครึ่ง แต่วันนี้ก็ยังไม่สายที่จะเริ่มใหม่ หนึ่งในทางเลือกที่ถูกมองข้ามคือ การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างระบบ SMS ของบริษัทโทรคมนาคมทุกรายที่มีอยู่แล้ว ตามแนวทางคล้ายระบบ 1922 ของไต้หวัน ที่สามารถเก็บข้อมูลความเสี่ยง สอบถามข้อมูลสถานะสุขภาพและวัคซีนที่ได้รับ 

 

อีกทั้งยังเตือนภัยได้ด้วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต ไม่ต้องดาวน์โหลดหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่อยากให้ อีกทั้งผู้ใช้งานทั้งประเทศก็คุ้นเคยและเชื่อมต่อกับระบบอยู่แล้ว โดยภาครัฐควรรับผิดชอบต้นทุนทั้งหมดของระบบนี้ 

 

หากสำเร็จยังสามารถนำไปสู่การวิเคราะห์เพื่อคิดมาตรการเปิดปิดเมืองและนโยบายเศรษฐกิจได้ดีขึ้นเหมือนระบบ ZOE COVID Symptom Study ในประเทศอังกฤษด้วย 

 

วันนี้เรากำลังพลาดท่าให้กับสิ่งที่ไม่มีแม้แต่สมอง มองไปข้างหน้าจะพบว่ายังมีอีกหลายสนามรบที่ต้องผ่านพ้นไปให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น การมาของปัญญาประดิษฐ์ สงครามการค้าโลก และ ภาวะโลกร้อน  

 

จึงต้องคิดอนาคตเพื่อพัฒนา การบริหารจัดการ และกระจายอำนาจเพื่อร่วมกู้อนาคตกลับมา ทั้งหมดนี้มิใช่เรื่องของผลงาน หรือการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ มิใช่เรื่องของความรู้สึก มันคือทางออกและสิ่งที่ถูกต้องในเชิงจริยธรรม