
สุนทรพจน์ “พล.อ.ประยุทธ์” บอกอะไรผู้นำ บนเวทีประชุม APEC 2022
ฟังสุนทรพจน์ “พล.อ.ประยุทธ์” นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดเวทีระดับผู้นำชาติมหาอำนาจ ในการประชุมเอเปค ครั้งที่ 29 APEC 2022 THAILAND
วันนี้ (18 พ.ย.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวสุนทรพจน์เปิดในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 29 APEC 2022 THAILAND รูปแบบ Retreat ช่วงที่ 1 หัวข้อ “การเจริญเติบโตที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน”
พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ผมและประเทศไทยรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคแบบพบหน้ากันครั้งนี้ หลังจากที่เราไม่ได้เจอกันมานานถึง 4 ปี การประชุมของเราในสองวันต่อจากนี้ จะเป็นบทสรุปการหารือในช่วงสัปดาห์ผ่านมาเพื่อร่วมมือกันฟื้นฟูและนําพาภูมิภาคของเราไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น
สำหรับการหารือในวันนี้ อยากให้พวกเรามาพูดคุยกันว่าเอเปคควรจะทำอย่างไรเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาที่ยั่งยืน
จนถึงปัจจุบันเรายังคงต้องต่อสู้กับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งถูกซ้ำเติมจากความท้าทายของสถานการณ์โลกที่สำคัญไปกว่านั้น เรายังคงต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบไม่ใช่แค่ต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
แต่รวมถึงความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติทั้งหมด เราจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันบรรเทาผลกระทบและปกป้องโลกของเรา เราไม่สามารถใช้ชีวิตแบบเดิมได้อีกต่อไป พวกเราต้องปรับมุมมองและเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต และการทำธุรกิจ
- ยกแนวคิด BCG บนเวทีระดับผู้นำ
นายกฯ ระบุว่า ประเทศไทยได้นําแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ มาเป็นยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูจาก ผลกระทบของโควิด-19 และเป็นแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาและการเติบโตในระยะยาวที่เข้มแข็งสมดุลยั่งยืน และครอบคลุม
เศรษฐกิจ BCG ผสานแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวเข้าด้วยกัน ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างคุณค่า เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ดังนี้
- เศรษฐกิจชีวภาพ เกี่ยวข้องกับการผลิตที่เน้นการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าที่มาจากทรัพยากรและวัตถุดิบชีวภาพที่ใช้แล้วไม่มีวันหมดไป
- เศรษฐกิจหมนุเวียน มุ่งให้เกิดระบบการผลิตและการบริโภคสินค้าและบริการแบบฟื้นสร้าง โดยมีการวางแผนตั้งแต่การออกแบบระบบที่ให้ความสำคัญกับการลดขยะและมลพิษ ในขณะเดียวกันก็พยายามใช้วัตถุดิบซ้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- เศรษฐกิจสีเขียว ส่งเสริมพฤติกรรมที่มีความรับผิดชอบและแนวคิดเศรษฐกิจที่ยั่งยืนซึ่งสร้างผลกําไร ควบคู่ไปกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
แนวทางเศรษฐกิจทั้งสามข้างต้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้แนวคิดเศรษฐกิจ BCG แตกต่างออกไปคือ การตระหนักว่าความท้าทายหลากหลายที่เราประสบอยู่เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงและคาบเกี่ยวกัน
ดังนั้นการแก้ปัญหา ของเราจึงต้องไม่เป็นไปแบบแยกส่วน ด้วยเหตุผลนี้ เศรษฐกิจ BCG จึงให้ความสำคัญและผลักดันการใช้สามแนวทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างเป็นองค์รวมเพื่อผลลัพธ์ที่ทวีคูณและหลกีเลี่ยงผลลัพธ์ที่ได้อย่างเสียอย่าง
การสร้างหุ้นส่วนความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของทกุภาคส่วน ทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เกิดผลที่เป็นรูปธรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และฟื้นคืนความสมดลุ ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
ไทยเชื่อว่าแนวคิดเศรษฐกิจ BCG มีความเป็นสากล ดังนั้นในวาระการเป็นเจ้าภาพเอเปค ปี 2565 ไทยจึงนําเสนอแนวคิดเศรษฐกิจ BCG เข้าสู่การพูดคุยกันในกรอบเอเปค เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การบรรลุเป้าหมายด้าน ความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศ และทำให้ความพยายามของเอเปคในการขับเคลื่อนภูมิภาคไปข้างหน้า ตอบสนองต่อความท้าทายเร่งด่วนในปัจจุบัน
- จัดทำเป้าหมายกรงุเทพฯว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG
นายกฯ ระบุด้วยว่า บนพื้นฐานของแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ไทยริเริ่มการจัดทำเป้าหมายกรุงเทพฯว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG เพื่อเป็นผลลัพธ์ที่แห่งการจดจําสำหรับผู้นำเอเปคในปี 2565 เป้าหมายกรุงเทพฯ จะเป็นกรอบแนวทางผลักดันวาระด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของเอเปคอย่างชัดเจน พลิกโฉม สมดุล และทะเยอทะยาน
เอกสารดังกล่าวมุ่งขับเคลื่อนงานภายใต้ 4 เป้าหมาย ได้แก่
- สนับสนุนความพยายามเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ขับเคลื่อนการค้าและการลงทนุที่ยั่งยืน
- ผลักดันการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- ปรับปรุงประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรเพื่อลดขยะให้เป็นศูนย์
“ไทยขอบคุณเขตเศรษฐกิจที่ให้การสนับสนุนเป้าหมายกรุงเทพฯว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG จนบรรลุฉันทามติด้วยดี ผมคาดหวังว่าพวกเราจะร่วมรับรองเอกสารสำคัญดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะเป็นมรดกสำคัญของเอเปค ปี 2565”
ทั้งนี้เพื่อต่อยอดจากเป้าหมายกรุงเทพฯ ผมขอเสนอให้เราหารือกันว่าแนวคิดเศรษฐกิจ BCG จะสามารถแปลงวิสัยทัศน์และทิศทางตามที่ระบุในวิสัยทัศน์ปุตราจายาของเอเปค ค.ศ. 2040 และแผนปฏิบัติการ อาโอทีอาโรอา (Aotearoa Plan of Action) ไปสู่การดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนสำหรับประชาชนและคนรุ่นหลังของเราได้อย่างไร
- ต้องมองไกลกว่าการฟื้นตัวจากโควิด-19
เอเปคต้องมองไปไกลกว่าการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปสู่การฟื้นสร้าง (regenerative) สภาพแวดล้อมให้มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการเจริญเติบโตที่ครอบคลุมและยั่งยืนในฐานะกรอบความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจชั้นนําและแหล่งบ่มเพาะทางความคิด เอเปคมีทรัพยากรที่จะเร่งสร้างการเจริญเติบโตที่มีคุณภาพ เพื่อประโยชน์ที่มีผลเป็นรูปธรรมแก่ทุกคนในระยะยาว
เราจะร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร เพื่อจูงใจภาคธุรกิจให้หันมาดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และเราจะส่งเสริมให้ประชาชนของเราปรับมุมมองและเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็น ผู้บริโภคและพลเมืองของโลกที่มีความรับผิดชอบได้อย่างไร
“ผมได้รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชนจากทุกท่านบทเรียนจากการพัฒนาที่ไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเรา ผมยินดีที่พวกเราเห็นพ้องกันว่า เราต้องใช้โอกาสการฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 สร้างความเติบโตที่เข้มแข็ง สมดุลครอบคลุมและยั่งยืน”
นายกฯ ระบุในช่วงท้ายว่า เอเปคจำเป็นต้องคำนึงถึงประเด็นด้านความยั่งยืนให้อยู่ในทุกอณูของทุกกลไกการทำงานในเอเปค เป้าหมายกรุงเทพฯ ที่พวกเราจะร่วมกันรับรองในวันพรุ่งนี้จะเป็นเข็มทิศนําทางการดําเนินงานของเอเปคแบบ เป็นองค์รวมและมีทิศทางที่ชัดเจน





