thansettakij
thansettakij
คนไทยกินเค็มเกินพิกัด 3,600 มก./วัน สสส.เตือน เสี่ยงโรคไต-หัวใจเรื้อรัง

คนไทยกินเค็มเกินพิกัด 3,600 มก./วัน สสส.เตือน เสี่ยงโรคไต-หัวใจเรื้อรัง

06 ส.ค. 69 | 09:47 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ส.ค. 69 | 09:47 น.

ผลสำรวจชี้คนไทยซดโซเดียมพุ่ง 12% เฉลี่ยกว่า 3,600 มก./วัน เสี่ยงโรคไต-หัวใจเรื้อรัง สสส. รณรงค์ “ลดซด ลดปรุง ลดจิ้ม” ตัดวงจรโรคก่อนสายเกินแก้

KEY

POINTS

  • คนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ยสูงถึง 3,636 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเกินกว่าปริมาณที่แนะนำและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • การบริโภคโซเดียมในปริมาณสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด และความดันโลหิตสูง
  • สสส. และภาคีเครือข่ายรณรงค์โครงการ "ลดเค็ม ลดโรค" เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมให้ประชาชนปรับพฤติกรรมการบริโภค

การบริโภคโซเดียมในอาหาร เป็นจุดเริ่มต้นของความเสี่ยงโรคเรื้อรังที่กำลังคุกคามคนไทย เมื่อมีข้อมูลสะท้อนว่าคนไทยบริโภคโซเดียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สื่อสารควบคู่มาตรการ ผลักดัน “ลดเค็ม ลดโรค”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การลดการบริโภคโซเดียมจำเป็นต้องดำเนินการทั้งการสื่อสารสร้างความตระหนักและมาตรการเชิงระบบควบคู่กัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

สสส.จึงเดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด “ลดเค็ม ลดโรค” ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผ่านการสร้างความรอบรู้ให้ประชาชนปรับพฤติกรรมลดการบริโภคโซเดียม พร้อมสนับสนุนเครื่องมือในพื้นที่ เช่น เครื่องตรวจวัดความเค็มในอาหาร (Salt Meter) เพื่อช่วยให้ประชาชนเห็นปริมาณโซเดียมในอาหารและปรับลดได้ง่ายขึ้น

คนไทยกินโซเดียมเพิ่ม 12% เสี่ยงโรคหัวใจ-ไต

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ยังบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูง เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคไตเรื้อรัง

ผลสำรวจจากการตรวจเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงในปี 2565 และปี 2569 พบว่าคนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ย 3,636-3,650 มิลลิกรัมต่อวัน เพิ่มขึ้นประมาณ 12% จากเดิมที่เฉลี่ย 3,264 มิลลิกรัมต่อวัน

ขณะเดียวกัน การสำรวจสถานการณ์การบริโภคอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร และความรอบรู้ด้านอาหารของประชาชนไทย ยังพบว่าคนไทยอายุ 20 ปีขึ้นไป บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเฉลี่ย 22 กรัมต่อวันในเพศชาย และ 14 กรัมต่อวันในเพศหญิง ส่วนการบริโภคขนมขบเคี้ยวเฉลี่ย 32 กรัมต่อวันในเพศชาย และ 29 กรัมต่อวันในเพศหญิง

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า หากสามารถลดการบริโภคโซเดียมลงได้ จะช่วยป้องกันผู้ป่วยรายใหม่ของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคไตได้ประมาณ 155,000 ราย โดยคาดว่าจะป้องกันได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 1.5 เท่า และช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้มากที่สุด

“ด้วยความห่วงไต” จากบุคลากรแพทย์และผู้ป่วยตัวจริง

ทั้งนี้ เพื่อสื่อสารเรื่องการลดเค็มให้เข้าถึงประชาชน เครือข่ายลดบริโภคเค็มจึงจัดทำกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ผ่านบทเพลงรณรงค์ “ด้วยความห่วงไต” พร้อมเผยแพร่ทั้งมิวสิกวิดีโอฉบับเต็มความยาว 2 นาที และเวอร์ชันสั้นสำหรับใช้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า จุดเด่นของเพลงนี้คือมีแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยโรคไตตัวจริงมาร่วมแสดง เพื่อถ่ายทอดความห่วงใยและเชิญชวนให้ประชาชน “ลดซด ลดปรุง ลดจิ้ม” ลดการบริโภคโซเดียมก่อนที่ไตจะได้รับความเสียหาย โดยเปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานสามารถนำเพลงไปเผยแพร่และขยายผลการรณรงค์ต่อได้