
แนวโน้มลงทุนบราซิลมีแววฟื้น ขานรับประธานาธิบดีคนใหม่
การฟื้นตัวของการลงทุนด้านเครื่องจักรโดยบริษัทบราซิลน่าจะช่วยดึงเศรษฐกิจของบราซิลให้พ้นจากภาวะถดถอยได้ในอนาคตอันใกล้ หลังอดีตประธานาธิบดีดิลมา รุสเซฟฟ์ ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินโดยหอการค้าอเมริกันในบราซิล พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทได้ชะลอการลงทุนและการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ออกไปในระหว่างกระบวนการถอดถอนอดีตประธานาธิบดี ดิลมา รุสเซฟฟ์
[caption id="attachment_95360" align="aligncenter" width="500"]
การลงทุนด้านเครื่องจักร[/caption]
อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดหมายว่าหลังจากกระบวนการถอดถอนสิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ก่อน จะช่วยให้ภาคธุรกิจหันกลับมาลงทุนอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลของนายมิเชล เทเมอร์ ประธานาธิบดีคนใหม่ ที่พยายามผลักดันนโยบายสนับสนุนภาคธุรกิจ สร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพมากขึ้น เพื่อหวังดึงบราซิลให้หลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี
ความเป็นไปได้ที่นายเทเมอร์จะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของบราซิลแทนนางรุสเซฟฟ์ไปตลอดวาระที่เหลือจนถึงปี 2561 นำมาซึ่งการลงทุนใหม่ๆ จากภาคธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา
ข้อมูลจากทางการบราซิลที่เปิดเผยออกมาเร็วๆ นี้ระบุว่า มูลค่าการลงทุนโดยรวมของบราซิลในไตรมาส 2 มีการเติบโตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางปี 2556 การนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้น 16% ขณะที่การผลิตสินค้าทุนภายในประเทศก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่นักเศรษฐศาสตร์ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจแทนที่จะปรับลด
“มีสัญญาณบ่งบอกลางๆ ว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของการลงทุนผ่านพ้นไปแล้ว การลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจบราซิลเติบโตได้ 2% ในปีหน้า” โรดอลโฟ มาร์กาโก นักเศรษฐศาสตร์จากซานแทนเดอร์ บราซิล ให้ความเห็น
ผลสำรวจความคิดเห็นโดยธนาคารกลางบราซิลพบว่า นักลงทุนคาดหมายเศรษฐกิจของประเทศเติบโต 1.2% ในปี 2560 เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 4 เดือนก่อนที่นักลงทุนคาดการณ์การเติบโตไว้เพียง 0.3%
บราซิลเคยเป็นแหล่งลงทุนในตลาดเกิดใหม่ที่บริษัทต่างๆ เล็งเห็นศักยภาพและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2557 กลับทำลายแนวโน้มที่สดใสของบราซิล ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจลดถอยลงไปและการลงทุนหดหาย อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่นเดียวกับจำนวนบริษัทที่ต้องยื่นคำร้องขอล้มละลาย
อย่างไรก็ตาม สัญญาณของการฟื้นตัวเริ่มกลับมาให้เห็นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยบริษัทต่างๆ ออกมาประกาศแผนเพิ่มกำลังการผลิต และปรับปรุงสายการผลิต อาทิ บริษัท แอลบอห์ฯ ผู้ผลิตสารเคมีเพื่อการเกษตรจากสหรัฐฯ บริษัท เวราเซล เซลูโลสฯ ผู้ผลิตเยื่อกระดาษ รวมถึงบริษัท บีวายดี เอเนอร์จีฯ ผู้ผลิตเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์จากจีน และเรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส
“ความคาดหวังต่อเศรษฐกิจบราซิลยังไม่สดใส แต่ดูเหมือนว่าเรากำลังพบกับจุดเปลี่ยน” แฮร์รี ชเมลเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ดับเบิลยูอีจีฯ ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า กล่าว
ขณะเดียวกันในบางธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องพึ่งพาการใช้จ่ายของผู้บริโภค อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าสถานการณ์จะฟื้นตัว เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ และการว่างงานในระดับสูง ยังส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า การลงทุนจะขยายตัวออกเป็นวงกว้างขึ้นเมื่อธนาคารกลางบราซิลควบคุมเงินเฟ้อและปรับลดอัตราดอกเบี้ย
การลงทุนในบราซิลลดลงมาประมาณ 27% นับตั้งแต่กลางปี 2556 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าการลงทุนจะเติบโตได้ระหว่าง 3-6% ในปี 2560
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,190 วันที่ 8 - 10 กันยายน พ.ศ. 2559
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินโดยหอการค้าอเมริกันในบราซิล พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทได้ชะลอการลงทุนและการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ออกไปในระหว่างกระบวนการถอดถอนอดีตประธานาธิบดี ดิลมา รุสเซฟฟ์
[caption id="attachment_95360" align="aligncenter" width="500"]
อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดหมายว่าหลังจากกระบวนการถอดถอนสิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ก่อน จะช่วยให้ภาคธุรกิจหันกลับมาลงทุนอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลของนายมิเชล เทเมอร์ ประธานาธิบดีคนใหม่ ที่พยายามผลักดันนโยบายสนับสนุนภาคธุรกิจ สร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพมากขึ้น เพื่อหวังดึงบราซิลให้หลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี
ความเป็นไปได้ที่นายเทเมอร์จะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของบราซิลแทนนางรุสเซฟฟ์ไปตลอดวาระที่เหลือจนถึงปี 2561 นำมาซึ่งการลงทุนใหม่ๆ จากภาคธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา
ข้อมูลจากทางการบราซิลที่เปิดเผยออกมาเร็วๆ นี้ระบุว่า มูลค่าการลงทุนโดยรวมของบราซิลในไตรมาส 2 มีการเติบโตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางปี 2556 การนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้น 16% ขณะที่การผลิตสินค้าทุนภายในประเทศก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่นักเศรษฐศาสตร์ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจแทนที่จะปรับลด
“มีสัญญาณบ่งบอกลางๆ ว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของการลงทุนผ่านพ้นไปแล้ว การลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจบราซิลเติบโตได้ 2% ในปีหน้า” โรดอลโฟ มาร์กาโก นักเศรษฐศาสตร์จากซานแทนเดอร์ บราซิล ให้ความเห็น
ผลสำรวจความคิดเห็นโดยธนาคารกลางบราซิลพบว่า นักลงทุนคาดหมายเศรษฐกิจของประเทศเติบโต 1.2% ในปี 2560 เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 4 เดือนก่อนที่นักลงทุนคาดการณ์การเติบโตไว้เพียง 0.3%
บราซิลเคยเป็นแหล่งลงทุนในตลาดเกิดใหม่ที่บริษัทต่างๆ เล็งเห็นศักยภาพและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2557 กลับทำลายแนวโน้มที่สดใสของบราซิล ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจลดถอยลงไปและการลงทุนหดหาย อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่นเดียวกับจำนวนบริษัทที่ต้องยื่นคำร้องขอล้มละลาย
อย่างไรก็ตาม สัญญาณของการฟื้นตัวเริ่มกลับมาให้เห็นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยบริษัทต่างๆ ออกมาประกาศแผนเพิ่มกำลังการผลิต และปรับปรุงสายการผลิต อาทิ บริษัท แอลบอห์ฯ ผู้ผลิตสารเคมีเพื่อการเกษตรจากสหรัฐฯ บริษัท เวราเซล เซลูโลสฯ ผู้ผลิตเยื่อกระดาษ รวมถึงบริษัท บีวายดี เอเนอร์จีฯ ผู้ผลิตเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์จากจีน และเรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส
“ความคาดหวังต่อเศรษฐกิจบราซิลยังไม่สดใส แต่ดูเหมือนว่าเรากำลังพบกับจุดเปลี่ยน” แฮร์รี ชเมลเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ดับเบิลยูอีจีฯ ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า กล่าว
ขณะเดียวกันในบางธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องพึ่งพาการใช้จ่ายของผู้บริโภค อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าสถานการณ์จะฟื้นตัว เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ และการว่างงานในระดับสูง ยังส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า การลงทุนจะขยายตัวออกเป็นวงกว้างขึ้นเมื่อธนาคารกลางบราซิลควบคุมเงินเฟ้อและปรับลดอัตราดอกเบี้ย
การลงทุนในบราซิลลดลงมาประมาณ 27% นับตั้งแต่กลางปี 2556 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าการลงทุนจะเติบโตได้ระหว่าง 3-6% ในปี 2560
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,190 วันที่ 8 - 10 กันยายน พ.ศ. 2559






