thansettakij
thansettakij
อาเซียนเร่งเดินหน้าศก.ภูมิภาค เตรียมเปิดฉากประชุมซัมมิต ยอมรับความล่าช้า RCEP

อาเซียนเร่งเดินหน้าศก.ภูมิภาค เตรียมเปิดฉากประชุมซัมมิต ยอมรับความล่าช้า RCEP

07 ก.ย. 59 | 00:00 น.
การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจากำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 6 กันยายนที่จะถึงนี้ที่เมืองหลวง เวียงจันทน์ของสปป.ลาว ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการหารือกันตั้งแต่เวทีการประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียนและประเทศคู่เจรจาเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก็คือการสร้างความคืบหน้าเกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) ที่ประกอบด้วยสมาชิก 16 ประเทศ (อาเซียน+6 ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานแม้สมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจาทั้ง 6 จะยอมรับและเน้นย้ำถึงความสำคัญของ RCEP ที่จะทำให้ตลาดเอเชียตะวันออกผนวกรวมเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้นในด้านการค้า แต่เชื่อว่าการบรรลุข้อตกลงที่เดิมกำหนดไว้ภายในปี 2559 นี้คงเป็นไปได้ยาก น่าจะต้องขยายเวลาเลื่อนออกไปก่อนเนื่องจากประเด็นภาษีศุลกากรที่ยังไม่ลงตัว โดยเฉพาะภาษีศุลกากรสินค้าประเภทผลิตผลการเกษตร

ญี่ปุ่นซึ่งเป็นทั้งสมาชิกความตกลง RCEP และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ได้พยายามเร่งให้สมาชิกของ RCEP เจรจาลดภาษีศุลกากรสินค้าให้ได้จำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะในฝั่งของ TPP มีความรุดหน้าไปมากแล้ว แต่ความพยายามของญี่ปุ่นยังไม่ประสบผลเพราะยังมีแรงเสียดทานจากประเทศร่วมเจรจาอย่างจีนและอินเดีย

อย่างไรก็ดี จากการที่สมาชิกของกลุ่ม TPPแม้จะเจรจาตกลงในรายละเอียดกันได้แล้ว แต่ยังคงต้องรอการลงนามรับรองโดยรัฐสภาของแต่ละประเทศ รวมทั้งสหรัฐอเมริกาที่ใกล้จะมีการเลือกตั้งผู้นำในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึง จึงทำให้หลายฝ่ายมองว่า สมาชิกกลุ่ม RCEP อาจจะยื้อเวลาการเจรจาของตัวเองเพื่อรอดูความกระจ่างในฝั่งของ TPP ก่อน

สำหรับเศรษฐกิจของอาเซียนเองนั้น นับเป็นตลาดใหญ่ที่มีมูลค่าเศรษฐกิจรวมกัน 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (สถิติในปี 2558) มีมูลค่าเม็ดเงินการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)ในปีที่ผ่านมา 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การลงทุนโดยตรงระหว่างกันของสมาชิกภายในกลุ่มอาเซียนเองมีมูลค่าประมาณ 2.21 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ที่ประชุมยอมรับว่า การรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนซึ่งมีผลอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีนี้ ส่งผลให้เห็นในทางบวกและมีแนวโน้มที่ดี แต่ก็มีความท้าทายจากปัจจัยนอกภูมิภาค อาทิ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและการลงประชามติออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษซึ่งสร้างความไร้เสถียรภาพในตลาดอียู

ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายดังกล่าว อาเซียนจึงจำเป็นต้องเร่งเดินหน้าแผนโรดแมป หรือแผนแม่บทประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025 (AEC Blueprint 2025) ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือความพยายามลดช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาของสมาชิกอาเซียนเอง ซึ่งสปป.ลาวในฐานะประธานอาเซียนและเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในปีนี้ ได้นำเสนอจุดแข็งในแง่การเป็นประเทศ land link หรือเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเครือข่ายโลจิสติกส์ในภูมิภาครวมทั้งการเป็นประเทศที่มีแรงงานวัยหนุ่มสาวที่พร้อมจะเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตในภูมิภาคต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 4 - 7 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World