
จีนเป็นเจ้าภาพจัด G20 Summit หวังเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจโลกขยายตัว
เป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลก เมื่อจีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำ G20 ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 4-5 กันยายน 2559 ที่นครหังโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน เพื่อหารือร่วมกับสมาชิกกลุ่ม G20 ในการเร่งวางแผนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งอาศัยงานนี้โปรโมทการท่องเที่ยวนครหางโจวให้เป็นที่รู้จักด้วย
การประชุม G20 ที่นครหังโจวในต้นเดือนกันยายนนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เพราะถือเป็นครั้งแรกที่จีนได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำในเวทีเศรษฐกิจโลก โดยมีประเด็นหลักคือ การหารือนโยบายส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้กรอบ"Towards an Innovative, Invigorated, Interconnected and Inclusive World Economy" เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังหดตัวและซบเซา อันเนื่องมาจากผลกระทบของปัจจัยทางการเมืองและสังคมในหลายประเทศ รวมถึงพิษของวิกฤติ Brexit ที่อังกฤษประกาศขอแยกตัวจากสหภาพยุโรป ส่งผลให้ตลาดการเงินเผชิญกับความผันผวนเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ การประชุมดังกล่าวจึงเรียกร้องให้สมาชิกกลุ่ม G20 ร่วมกันดำเนินการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เพื่อป้องกันผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย สร้างเสถียรภาพของตลาดการเงิน ตลอดจนกระตุ้นการค้าการลงทุนและเพิ่มการบริโภคทั่วโลก
นอกจากประเด็นความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแล้ว หลายฝ่ายยังจับตาบทบาทของจีนซึ่งเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมครั้งนี้ด้วย เนื่องจากจีนเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สามารถใช้เวทีนี้แสดงบทบาทเจรจาผลักดันเป้าหมายได้อย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างสมดุล แข็งแกร่ง และยั่งยืน อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จีนจะใช้แผนระยะยาวกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลก เพราะบางครั้งนโยบายการเงินและการคลังของจีนเองก็ยังเป็นเครื่องมือช่วยเยียวยาแก้ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศในระยะสั้นอยู่
สำหรับสถานที่จัดการประชุม หลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ประกาศใช้นครหังโจว นครเอกของมณฑลเจ้อเจียงเป็นสถานที่จัดการประชุม G20 นครหังโจวก็เตรียมพร้อมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้นำทุกประเทศที่มาเยือน และใช้โอกาสนี้โปรโมตการท่องเที่ยวไปในตัวด้วย เพราะนอกจากนครหังโจวจะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี มีทัศนียภาพอันงดงามตามธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมอยู่มากมายแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีที่สำคัญของจีน รวมถึงเป็นทั้งบ้านเกิดและสถานที่ตั้งธุรกิจ Alibaba ของแจ็ค หม่า จนเป็นที่รู้จักในนาม"Silicon Valley of China" ด้วย ดังนั้น การประชุม G20 ที่จะเกิดขึ้นที่นครหังโจวนี้จะแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของการผสมผสานกันระหว่างประวัติศาสตร์และความทันสมัยของนครหังโจวได้อย่างลงตัว
จากนี้ไปก็ต้องมาตามต่อว่า การประชุม G20 summit ปี 2016 นี้ จีนจะสามารถพาทุกประเทศก้าวพ้นจากปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างไร แล้วแผนกระตุ้นเศรษฐกิจโลกระยะยาวจะเป็นจริงหรือไม่ เราคงต้องมาลุ้นผลกัน!
ติดตามข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลู่ทางการค้า-การลงทุนและความเคลื่อนไหวล่าสุดของเศรษฐกิจจีนได้จากเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (บีไอซี) www.thaibizchina.com หรือช่องทางใหม่ www.facebook.com/thaibizchina
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 4 - 7 กันยายน พ.ศ. 2559
การประชุม G20 ที่นครหังโจวในต้นเดือนกันยายนนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เพราะถือเป็นครั้งแรกที่จีนได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำในเวทีเศรษฐกิจโลก โดยมีประเด็นหลักคือ การหารือนโยบายส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้กรอบ"Towards an Innovative, Invigorated, Interconnected and Inclusive World Economy" เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังหดตัวและซบเซา อันเนื่องมาจากผลกระทบของปัจจัยทางการเมืองและสังคมในหลายประเทศ รวมถึงพิษของวิกฤติ Brexit ที่อังกฤษประกาศขอแยกตัวจากสหภาพยุโรป ส่งผลให้ตลาดการเงินเผชิญกับความผันผวนเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ การประชุมดังกล่าวจึงเรียกร้องให้สมาชิกกลุ่ม G20 ร่วมกันดำเนินการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เพื่อป้องกันผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย สร้างเสถียรภาพของตลาดการเงิน ตลอดจนกระตุ้นการค้าการลงทุนและเพิ่มการบริโภคทั่วโลก
นอกจากประเด็นความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแล้ว หลายฝ่ายยังจับตาบทบาทของจีนซึ่งเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมครั้งนี้ด้วย เนื่องจากจีนเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สามารถใช้เวทีนี้แสดงบทบาทเจรจาผลักดันเป้าหมายได้อย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างสมดุล แข็งแกร่ง และยั่งยืน อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จีนจะใช้แผนระยะยาวกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลก เพราะบางครั้งนโยบายการเงินและการคลังของจีนเองก็ยังเป็นเครื่องมือช่วยเยียวยาแก้ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศในระยะสั้นอยู่
สำหรับสถานที่จัดการประชุม หลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ประกาศใช้นครหังโจว นครเอกของมณฑลเจ้อเจียงเป็นสถานที่จัดการประชุม G20 นครหังโจวก็เตรียมพร้อมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้นำทุกประเทศที่มาเยือน และใช้โอกาสนี้โปรโมตการท่องเที่ยวไปในตัวด้วย เพราะนอกจากนครหังโจวจะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี มีทัศนียภาพอันงดงามตามธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมอยู่มากมายแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีที่สำคัญของจีน รวมถึงเป็นทั้งบ้านเกิดและสถานที่ตั้งธุรกิจ Alibaba ของแจ็ค หม่า จนเป็นที่รู้จักในนาม"Silicon Valley of China" ด้วย ดังนั้น การประชุม G20 ที่จะเกิดขึ้นที่นครหังโจวนี้จะแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของการผสมผสานกันระหว่างประวัติศาสตร์และความทันสมัยของนครหังโจวได้อย่างลงตัว
จากนี้ไปก็ต้องมาตามต่อว่า การประชุม G20 summit ปี 2016 นี้ จีนจะสามารถพาทุกประเทศก้าวพ้นจากปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างไร แล้วแผนกระตุ้นเศรษฐกิจโลกระยะยาวจะเป็นจริงหรือไม่ เราคงต้องมาลุ้นผลกัน!
ติดตามข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลู่ทางการค้า-การลงทุนและความเคลื่อนไหวล่าสุดของเศรษฐกิจจีนได้จากเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (บีไอซี) www.thaibizchina.com หรือช่องทางใหม่ www.facebook.com/thaibizchina
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 4 - 7 กันยายน พ.ศ. 2559






