
มาเลเซียเสี่ยงขาดนํ้าหลายพื้นที่
หนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ รายงานว่า แม้ประเทศมาเลเซียอยู่ในเขตมรสุม ซึ่งมีอัตราฝนตกค่อนข้างสูง แต่มีหลายพื้นที่ที่เสี่ยงการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ภายในปี 2563
คำเตือนดังกล่าวมาจากสถาบันเวิลด์รีซอร์ซเซสอินสติติว ที่ทำการวิจัยเขตเสี่ยงขาดแคลนน้ำทั่วโลก พบว่าความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในรัฐเคดาห์ ปีนัง เคลันตัน เปรัก เซลังงอร์ กัวลาลัมเปอร์ มะละกา เนกรีเซมบิลัน และยะโฮร์ จะเพิ่มขึ้น 1.4 เท่าตัวภายในปี 2563 โดยเมืองกัวห์ ในรัฐเคดาห์จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว
[caption id="attachment_86696" align="aligncenter" width="500"]
เอส. พีระปะการัน[/caption]
นายเอส. พีระปะการัน (S. Piarapakaran) ประธานสมาคมวิจัยพลังงานและน้ำมาเลเซีย กล่าวว่า เมืองที่ขยายตัวขึ้นเป็นสาเหตุของการขาดแคลนน้ำ โดยการเพิ่มขึ้นของประชากรและแหล่งน้ำที่ลดลง ทำให้เกิดความเสี่ยงขาดแคลนน้ำขึ้นในพื้นที่ “แม่น้ำบางแห่งเกิดมลพิษขึ้นทำให้ถึงแม้ว่าจะมีน้ำเพียงพอแต่ก็มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำได้เช่นกัน”
นายไมเคิล คัง (Michael Kang) นายกสมาคมนักธุรกิจเอสเอ็มอีส์ของมาเลเซีย กล่าวว่าธุรกิจขนาดกลางและเล็ก จะได้รับผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้ำมากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหาร ดังนั้นเอสเอ็มอี จึงเป็นฝ่ายริเริ่ม คุยกับภาครัฐเพื่อหาวิธีป้องกันและรับมือกับภาวะขาดแคลนน้ำ ซึ่งรวมถึงแผนการแบ่งปันการใช้น้ำเมื่อเกิดความจำเป็น และตัวเอสเอ็มอี เองก็ต้องเริ่มศึกษาวิธีการประหยัดน้ำในการผลิตและการบริโภคตั้งแต่เนิ่น ๆ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,184 วันที่ 18 - 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559
คำเตือนดังกล่าวมาจากสถาบันเวิลด์รีซอร์ซเซสอินสติติว ที่ทำการวิจัยเขตเสี่ยงขาดแคลนน้ำทั่วโลก พบว่าความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในรัฐเคดาห์ ปีนัง เคลันตัน เปรัก เซลังงอร์ กัวลาลัมเปอร์ มะละกา เนกรีเซมบิลัน และยะโฮร์ จะเพิ่มขึ้น 1.4 เท่าตัวภายในปี 2563 โดยเมืองกัวห์ ในรัฐเคดาห์จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว
[caption id="attachment_86696" align="aligncenter" width="500"]
นายเอส. พีระปะการัน (S. Piarapakaran) ประธานสมาคมวิจัยพลังงานและน้ำมาเลเซีย กล่าวว่า เมืองที่ขยายตัวขึ้นเป็นสาเหตุของการขาดแคลนน้ำ โดยการเพิ่มขึ้นของประชากรและแหล่งน้ำที่ลดลง ทำให้เกิดความเสี่ยงขาดแคลนน้ำขึ้นในพื้นที่ “แม่น้ำบางแห่งเกิดมลพิษขึ้นทำให้ถึงแม้ว่าจะมีน้ำเพียงพอแต่ก็มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำได้เช่นกัน”
นายไมเคิล คัง (Michael Kang) นายกสมาคมนักธุรกิจเอสเอ็มอีส์ของมาเลเซีย กล่าวว่าธุรกิจขนาดกลางและเล็ก จะได้รับผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้ำมากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหาร ดังนั้นเอสเอ็มอี จึงเป็นฝ่ายริเริ่ม คุยกับภาครัฐเพื่อหาวิธีป้องกันและรับมือกับภาวะขาดแคลนน้ำ ซึ่งรวมถึงแผนการแบ่งปันการใช้น้ำเมื่อเกิดความจำเป็น และตัวเอสเอ็มอี เองก็ต้องเริ่มศึกษาวิธีการประหยัดน้ำในการผลิตและการบริโภคตั้งแต่เนิ่น ๆ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,184 วันที่ 18 - 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559






