thansettakij
thansettakij
วอลมาร์ตทุ่ม3พันล้านซื้อ Jet.com ลุยเสริมความแข็งแกร่งออนไลน์

วอลมาร์ตทุ่ม3พันล้านซื้อ Jet.com ลุยเสริมความแข็งแกร่งออนไลน์

11 ส.ค. 59 | 04:00 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ส.ค. 59 | 15:18 น.
วอลมาร์ต เชนค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศแผนซื้อกิจการเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ Jet.com เป็นมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หวังเสริมความเข้มแข็งด้านธุรกิจค้าปลีกออนไลน์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วอลมาร์ตเตรียมทุ่มเงิน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อกิจการเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซน้องใหม่ Jet.com ซึ่งจะทำให้การควบรวมกิจการในครั้งนี้ เป็นการควบรวมกิจการมูลค่าสูงสุดของวอลมาร์ตนับตั้งแต่การซื้อกิจการบริษัท แมสมาร์ต โฮลดิ้งส์ จำกัด เชนค้าปลีกสัญชาติแอฟริกาใต้เป็นมูลค่า 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี 2553 และแสดงถึงความตั้งใจของผู้บริหารวอลมาร์ตที่จะลงทุนกับธุรกิจค้าปลีกออนไลน์เพื่อแข่งขันกับเจ้าตลาดอย่างอเมซอน

วอลมาร์ตซึ่งเป็นเชนค้าปลีกอันดับ 1 ของโลกพยายามที่จะผลักดันธุรกิจบนแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซเพื่อไล่ตามอเมซอน อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาวอลมาร์ตทำยอดขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ได้เพียง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น เทียบกับยอดขาย 9.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของอเมซอน นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ของวอลมาร์ตยังมีอัตราลดลงมาต่อเนื่อง 5 ไตรมาส

ขณะเดียว Jet.com แม้จะมีอายุเพียงไม่ถึง 2 ปี แต่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากสไลซ์ อินเทลลิเจนซ์ระบุว่า ยอดขายในเดือนกรกฎาคมปีนี้เพิ่มขึ้น 168% จากเดือนสิงหาคม 2558 ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ยอดขายออนไลน์ของวอลมาร์ตเติบโตได้เพียง 30%

วอลมาร์ตกล่าวว่า ได้วางแผนทุ่มงบประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อกระตุ้นยอดขายทางอี-คอมเมิร์ซ สร้างศูนย์รับออร์เดอร์สินค้าใหม่ และสนับสนุนบริการส่งสินค้าฟรีภายใน 2 วันเพื่อตอบโต้กับบริการยอดนิยมของอเมซอน นอกจากนี้ วอลมาร์ตยังผลักดันบริการส่งสินค้าชำที่ซื้อผ่านอินเตอร์เน็ตและบริการรับสินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ตามจุดต่างๆ อย่างไรก็ดี ความพยายามของวอลมาร์ตยังไม่ให้ผลอย่างที่คาดหวัง

ในการแถลงต่อผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายดั๊ก แมคมิลลอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของวอลมาร์ตยอมรับว่า การเติบโตในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของบริษัทยังช้าเกินไป และบริษัทจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนสินค้าที่วางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ พร้อมกับเปิดโอกาสให้ร้านค้าภายนอกเข้าถึงเว็บไซต์ของวอลมาร์ตได้มากขึ้น

สำหรับ Jet.com การควบรวมกิจการกับวอลมาร์ตแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่เพียงลำพัง โดยการลงทุนอย่างต่อเนื่องของอเมซอนในการเพิ่มจำนวนโกดังสินค้า และพัฒนาบริการส่งสินค้าที่รวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นสิ่งที่ทำให้คู่แข่งเอาชนะได้ยาก

ทั้งนี้ เมื่อควบรวมกิจการกันแล้ว วอลมาร์ตจะสามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์ด้านราคาที่ล้ำสมัยของ Jet.com ตลอดจนโกดังสินค้าและข้อมูลของผู้บริโภค ขณะเดียวกันวอลมาร์ตยังจะได้แบรนด์ที่สามารถดึงดูดลูกค้าระดับบนได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับวอลมาร์ตตลอดช่วงที่ผ่านมา ข้อมูลจากบริษัทวิจัย แคนทาร์ รีเทล ระบุว่า ผู้ซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ Walmart.com มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อปี 58,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2558 ขณะที่ผู้ซื้อบนเว็บไซต์ Amazon.com มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อปี 68,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ Jet.com มีแนวโน้มดึงดูดฐานลูกค้าที่มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าอเมซอน

รายงานข่าวระบุว่าหลังจากการควบรวมกิจการ มาร์ค ลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Jet.com จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของธุรกิจออนไลน์ของวอลมาร์ตเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี โดยลอร์ถือเป็นผู้ที่มีฝือเป็นที่ยอมรับในวงการอี-คอมเมิร์ซ ก่อนหน้านี้เขาก่อตั้งบริษัท Diapers.com ก่อนจะขายกิจการให้อเมซอนเป็นมูลค่า 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี 2554 จากนั้นลอร์ร่วมงานกับอเมซอนเป็นเวลาประมาณ 2 ปีก่อนจะมาก่อตั้ง Jet.com

ด้านนักวิเคราะห์จากแปซิฟิก เครสต์ แสดงความเห็นต่อข้อตกลงครั้งนี้ว่า “การผนึกกำลังระหว่างระบบโลจิสติกส์ที่ยอดเยี่ยมและกำลังซื้อสูงของวอลมาร์ต เข้ากับโมเดลธุรกิจค้าปลีกที่เติบโตอย่างรวดเร็วของ Jet.com จะทำให้ธุรกิจนี้เป็นคู่แข่งขันที่น่ากลัว”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,182 วันที่ 11 - 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World